MFC คลอดกองทุนตราสารหนี้จีน เน้นผลตอบแทนดี-ผันผวนต่ำ

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากที่ MFC ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนหุ้นจีน MCHINA ที่ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3,333 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 12 พ.ค. 64)

jumbo jili

ในปีนี้ MFC จึงจัดตั้งอีกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้จีนอย่าง MCBOND ขึ้นมา และจะทำการ IPO ระหว่างวันที่ 17-25 พฤษภาคม 2564 โดยตราสารหนี้จีนมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield) สูงกว่า Yield ของตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และตราสารหนี้จีนเป็นตลาดหลักของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการ Yield มากกว่า 2.5% ต่อปี การลงทุนตราสารหนี้จีนจะช่วยกระจายความเสี่ยงเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับตราสารหนี้อื่นต่ำ

สล็อต

อีกทั้งการลงทุนตราสารหนี้จีนในสกุลเงินหยวน มีเสถียรภาพ และไม่ถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดทางการเมืองและการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ตราสารหนี้จีนมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำ จากการที่ผู้ออกตราสารหนี้จำนวนมากอยู่ในกลุ่มภาครัฐ และการคาดการณ์อัตราผิดนัดชำระหนี้เฉลี่ยของตราสารหนี้จีน High-Yield ในสกุลเงินหยวนอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าตราสารหนี้ High-Yield ในภูมิภาคอื่นๆ”

MCBOND มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ BGF China Bond Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I2” Hedged USD (Accumulating) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้ BlackRock Global Funds บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.

สล็อตออนไลน์

BGF China Bond Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จีนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้รับการจัดอันดับ Morningstar Rating 5 ดาว กองทุนเน้นรายรับจากดอกเบี้ยและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างสม่ำเสมอ พยายามลดความผันผวน และให้เกิดความเสี่ยงในการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน (drawdown) ต่ำด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างสมดุลระหว่าง ตราสารในตลาด onshore และ offshore รวมถึงสมดุลระหว่าง Investment Grade Bonds และ High Yield Bonds ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เป็นบวกทุกช่วง 1 ปี ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และมีความผันผวน (วัดจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 2.4% ต่อปี กองทุนมีอัตราผลตอบแทนในรูปสกุลหยวนเฉลี่ย (Yield to Worst) อยู่ระดับสูงที่ 5.7% ต่อปี (ณ 30 เมษายน 2564) โดยมีค่าเฉลี่ยของ credit rating อยู่ที่ระดับ investment grade (BBB)

jumboslot

ทั้งนี้ กองทุนเปิด MCBOND เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนตราสารหนี้จีน คาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก และต้องการสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาทได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนภายในวันที่ T+5 (5 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) มีความเสี่ยงของกองทุนรวมที่ระดับ 5 และไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล

“สมการแห่งความสำเร็จทำให้ 3 ปีจากนี้ไป เมื่อบริษัทเป็นมหาชนและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยจะผลักดันธุรกิจที่มีอยู่ 3 ขา จากตลาดแรก, ตลาดรอง และวาณิชธนกิจ โดยจะนำบริษัทจัดการกองทุนรวมเป็นตัวเสริมทีมให้กับ KPM เติบโตอย่างครบวงจรอย่างยั่งยืน”

สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี จนตกผลึกทางความคิดว่า “ตลาดตราสารหนี้” ยังคงเป็น “ศาสตร์” แห่งการลงทุน ที่ซ่อนมูลค่ามหาศาล ผลักดันให้เป็นเหตุผลสนับสนุนให้ “สุรศักดิ์ บุณยะชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM ตัดสินใจฟอร์มทีมจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อวางวิชั่นเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทาง

slot

สุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM เล่าว่า ผมจบวิศวโยธา และไฟแนนซ์จากบอสตัน ก่อนบินกลับไทยมาเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยจุฬา โดยเริ่ม
ทำงานที่แรกที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ต่อมาย้ายไปอยู่ที่หลักทรัพย์แอ๊ดคินซัน และบล.คันทรี่ กรุ๊ป ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย

จุดเปลี่ยน

จุดพลิกผันก่อตัวเมื่อครั้งมาอยู่ที่บริษัท ยูโอบี เคย์เฮียน ได้เข้ามาดูตราสารหนี้ ทำให้ตีโจทย์ให้กับตนเองได้ว่า ตราสารหนี้เป็นตลาดที่ท้าทายและมีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ ที่สำคัญพันธมิตรที่มีอยู่ยังเติมประสบการณ์ให้เห็นถึงศักยภาพที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาโต ที่ผ่านมาผมทำงานกับทุกฝ่าย ผ่านเรื่องหุ้นจนอิ่มตัว ดังนั้นจึงคิดมาทำตราสารหนี้ ทำให้รู้ว่าตลาด “ตราสารหนี้” มีเม็ดเงินใหญ่กว่าตลาดหุ้นมาก ชนิดมหาศาล ดังนั้น การได้อยู่กับหุ้นเห็นการเทรดทุกวันแรกๆตื่นเต้น แต่พอมาจับตราสารหนี้ กลายเป็นอีกความรู้สึก ซึ่งความหวือหวาตื่นเต้นอาจไม่เท่าตลาดหุ้น แต่ต้องเพิ่มความใส่ใจในการดูแลลูกค้า ให้คำแนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้า ช่วงแรกลูกค้าจริงๆ คือลูกค้าเงินฝากแบงก์ ที่ชอบออมเงิน เพราะดอกเบี้ยแบงก์ถูก แต่การลงทุนตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร

“ปัจจุบันผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บล. KPM และดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร จุดแข็งของบริษัทเราคือการรวบรวมมือทองด้านตราสารหนี้จากหลายบริษัทหลักทรัพย์มาทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใน KPM โดยจะแบ่งความรับผิดชอบตามสายงานที่แต่ละท่านมีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่าบุคคลากรของบล. เรานั้น เป็นผู้คร่ำหวอดและมากประสบการณ์อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คนกู้หรือผู้ออกตราสาร (Issuer) และคนให้กู้ (ผู้ลงทุน) ซึ่งผู้ออกตราสารส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเป็นบริษัทมหาชน โดย KPM จะเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ในทุกมิติ ทั้งในส่วนของอัตราผลตอบแทน อายุหุ้นกู้ หลักประกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ของนักลงทุน ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบัน (II: Institution Investor) และ นักลงทุนรายใหญ่ (HNW: High net Worth)

MFC คลอดกองทุนตราสารหนี้จีน เน้นผลตอบแทนดี-ผันผวนต่ำ

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากที่ MFC ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนหุ้นจีน MCHINA ที่ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3,333 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 12 พ.ค. 64)

jumbo jili

ในปีนี้ MFC จึงจัดตั้งอีกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้จีนอย่าง MCBOND ขึ้นมา และจะทำการ IPO ระหว่างวันที่ 17-25 พฤษภาคม 2564 โดยตราสารหนี้จีนมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield) สูงกว่า Yield ของตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และตราสารหนี้จีนเป็นตลาดหลักของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการ Yield มากกว่า 2.5% ต่อปี การลงทุนตราสารหนี้จีนจะช่วยกระจายความเสี่ยงเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับตราสารหนี้อื่นต่ำ

สล็อต

อีกทั้งการลงทุนตราสารหนี้จีนในสกุลเงินหยวน มีเสถียรภาพ และไม่ถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดทางการเมืองและการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ตราสารหนี้จีนมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำ จากการที่ผู้ออกตราสารหนี้จำนวนมากอยู่ในกลุ่มภาครัฐ และการคาดการณ์อัตราผิดนัดชำระหนี้เฉลี่ยของตราสารหนี้จีน High-Yield ในสกุลเงินหยวนอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าตราสารหนี้ High-Yield ในภูมิภาคอื่นๆ”

MCBOND มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ BGF China Bond Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I2” Hedged USD (Accumulating) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้ BlackRock Global Funds บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.

สล็อตออนไลน์

BGF China Bond Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จีนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้รับการจัดอันดับ Morningstar Rating 5 ดาว กองทุนเน้นรายรับจากดอกเบี้ยและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างสม่ำเสมอ พยายามลดความผันผวน และให้เกิดความเสี่ยงในการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน (drawdown) ต่ำด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างสมดุลระหว่าง ตราสารในตลาด onshore และ offshore รวมถึงสมดุลระหว่าง Investment Grade Bonds และ High Yield Bonds ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เป็นบวกทุกช่วง 1 ปี ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และมีความผันผวน (วัดจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 2.4% ต่อปี กองทุนมีอัตราผลตอบแทนในรูปสกุลหยวนเฉลี่ย (Yield to Worst) อยู่ระดับสูงที่ 5.7% ต่อปี (ณ 30 เมษายน 2564) โดยมีค่าเฉลี่ยของ credit rating อยู่ที่ระดับ investment grade (BBB)

jumboslot

ทั้งนี้ กองทุนเปิด MCBOND เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนตราสารหนี้จีน คาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก และต้องการสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาทได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนภายในวันที่ T+5 (5 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) มีความเสี่ยงของกองทุนรวมที่ระดับ 5 และไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล

“สมการแห่งความสำเร็จทำให้ 3 ปีจากนี้ไป เมื่อบริษัทเป็นมหาชนและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยจะผลักดันธุรกิจที่มีอยู่ 3 ขา จากตลาดแรก, ตลาดรอง และวาณิชธนกิจ โดยจะนำบริษัทจัดการกองทุนรวมเป็นตัวเสริมทีมให้กับ KPM เติบโตอย่างครบวงจรอย่างยั่งยืน”

สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี จนตกผลึกทางความคิดว่า “ตลาดตราสารหนี้” ยังคงเป็น “ศาสตร์” แห่งการลงทุน ที่ซ่อนมูลค่ามหาศาล ผลักดันให้เป็นเหตุผลสนับสนุนให้ “สุรศักดิ์ บุณยะชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM ตัดสินใจฟอร์มทีมจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อวางวิชั่นเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทาง

slot

สุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM เล่าว่า ผมจบวิศวโยธา และไฟแนนซ์จากบอสตัน ก่อนบินกลับไทยมาเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยจุฬา โดยเริ่ม
ทำงานที่แรกที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ต่อมาย้ายไปอยู่ที่หลักทรัพย์แอ๊ดคินซัน และบล.คันทรี่ กรุ๊ป ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย

จุดเปลี่ยน

จุดพลิกผันก่อตัวเมื่อครั้งมาอยู่ที่บริษัท ยูโอบี เคย์เฮียน ได้เข้ามาดูตราสารหนี้ ทำให้ตีโจทย์ให้กับตนเองได้ว่า ตราสารหนี้เป็นตลาดที่ท้าทายและมีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ ที่สำคัญพันธมิตรที่มีอยู่ยังเติมประสบการณ์ให้เห็นถึงศักยภาพที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาโต ที่ผ่านมาผมทำงานกับทุกฝ่าย ผ่านเรื่องหุ้นจนอิ่มตัว ดังนั้นจึงคิดมาทำตราสารหนี้ ทำให้รู้ว่าตลาด “ตราสารหนี้” มีเม็ดเงินใหญ่กว่าตลาดหุ้นมาก ชนิดมหาศาล ดังนั้น การได้อยู่กับหุ้นเห็นการเทรดทุกวันแรกๆตื่นเต้น แต่พอมาจับตราสารหนี้ กลายเป็นอีกความรู้สึก ซึ่งความหวือหวาตื่นเต้นอาจไม่เท่าตลาดหุ้น แต่ต้องเพิ่มความใส่ใจในการดูแลลูกค้า ให้คำแนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้า ช่วงแรกลูกค้าจริงๆ คือลูกค้าเงินฝากแบงก์ ที่ชอบออมเงิน เพราะดอกเบี้ยแบงก์ถูก แต่การลงทุนตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร

“ปัจจุบันผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บล. KPM และดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร จุดแข็งของบริษัทเราคือการรวบรวมมือทองด้านตราสารหนี้จากหลายบริษัทหลักทรัพย์มาทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใน KPM โดยจะแบ่งความรับผิดชอบตามสายงานที่แต่ละท่านมีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่าบุคคลากรของบล. เรานั้น เป็นผู้คร่ำหวอดและมากประสบการณ์อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คนกู้หรือผู้ออกตราสาร (Issuer) และคนให้กู้ (ผู้ลงทุน) ซึ่งผู้ออกตราสารส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเป็นบริษัทมหาชน โดย KPM จะเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ในทุกมิติ ทั้งในส่วนของอัตราผลตอบแทน อายุหุ้นกู้ หลักประกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ของนักลงทุน ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบัน (II: Institution Investor) และ นักลงทุนรายใหญ่ (HNW: High net Worth)