พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) หรือตราสารหนี้รัฐบาล เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ สถานะของพันธบัตรกับหุ้นกู้เอกชนเหมือนกันคือ ผู้ซื้อหรือนักลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ที่จะได้รับการชำระหนี้ และผลประโยชน์อื่นๆ

jumbo jili

เช่นดอกเบี้ย ปันผล จากลูกหนี้คือรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ออกพันธบัตรนั้นๆ การลงทุนในพันธบัตรจึงไม่ซับซ้อนเท่าการลงทุนแบบอื่นๆ คือซื้อมาเก็บไว้จนถึงเวลาไถ่ถอนก็จะได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยปีละประมาณ 3% แต่เอาเข้าจริง พันธบัตรก็เหมือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือมีความลึกในรายละเอียดที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนเลือกลงทุน

พันธบัตรมีกี่ประเภท
พันธบัตรรัฐบาลจะมีระยะเวลาไถ่ถอนระหว่าง 28 วัน 91 วัน 182 วัน หรือไม่เกิน 1 ปี แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวัตถุประสงค์ในการออกตราสาร ดังต่อไปนี้

พันธบัตรตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill)
เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ดังนั้นถ้านับเรื่องความมั่นคงแล้ว ตั๋วเงินคลังมีความมั่นคงสูงที่สุด และแน่นอนว่าความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็จะน้อยตามไปด้วย ตั๋วเงินคลังจึงไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่ใช้วิธีขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ตั๋วเงินคลังจะมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 1 ปี

สล็อต

พันธบัตรตั๋วสัญญาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructure Bill)
มักออกโดยสถาบันการเงิน เพื่อระดมทุนช่วยเหลือฟื้นฟูกองทุน และพัฒนาสถาบันการเงินนั้นๆ จึงมีความเสี่ยงมากกว่าตั๋วเงินคลังขึ้นมาระดับหนึ่ง แต่ให้ผลตอบแทนด้วยวิธีเดียวกัน คือขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว แต่ไถ่ถอนคืนเต็มราคา พันธบัตรประเภทนี้มักมีระยะเวลาในการไถ่ถอนเป็นวัน ส่วนใหญ่ไถ่ถอนคืนภายใน 182 วัน

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond)
นักลงทุนมักรู้จักและเลือกลงทุนกับพันธบัตรประเภทนี้มากที่สุด โดยเป็นพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อระดมทุนไปใช้ในการบริหารประเทศ ลดการขาดดุลทางการเงิน ถือเป็นตราสารหนี้ระยะยาวมักมีอายุก่อนการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป และเป็นพันธบัตรที่มีการจ่ายดอกเบี้ยส่วนมากจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะได้รับพร้อมกับเงินต้นที่มาจากการไถ่ถอน

สล็อตออนไลน์

พันธบัตรออมทรัพย์ (Government Saving Bond)
เป็นการซื้อพันธบัตรเพื่อออมทรัพย์ จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี โดยจะขายให้กับบุคคลทั่วไปและองค์กรไม่แสวงกำไรในสังกัดของรัฐบาล เป็นพันธบัตรประเภทที่มีระยะเวลาไถ่ถอนเป็นแบบระยะยาวคือ 1 ปีขึ้นไป โดยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จะได้คืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
พันธบัตรมีกี่ประเภท

พันธบัตรซื้อขายอย่างไร
ตลาดซื้อขายพันธบัตร แบ่งเป็น 2 ตลาดเช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น คือมีการซื้อขายในตลาดแรก(Primary Market) และในตลาดรอง (Secendary Market) ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้

jumboslot

ตลาดแรก (Primary Market)
คือการซื้อขายพันธบัตรที่เปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นการซื้อขายระหว่างสถาบันออกพันธบัตรกับนักลงทุน ราคาขายจะเป็นราคาหน้าตั๋ว หรือราคาที่ต่ำกว่า โดยขายให้กับนักลงทุน 2 ประเภทด้วยวิธีการตั้งราคาที่ต่างกัน

นักลงทุนรายย่อย คือการขายให้กับบุคคลทั่วไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 1,000 บาท พันธบัตรบางประเภทจำกัดจำนวนเงินในการลงทุน แต่บางประเภทก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันที่ออกพันธบัตรตัวนั้นมา โดยซื้อได้ผ่านธนาคารพาณิชย์

นักลงทุนสถาบัน คือการขายให้สถาบันการลงทุน เช่นกองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ราคาในการขายจะตั้งแบบประมูลซึ่งแบ่งเป็นการประมูลแบบแข่งราคา ราคาประมูลที่ต่ำสุด ได้สิทธิ์ในการซื้อก่อน กับการประมูลแบบไม่แข่งราคา จะขายที่ราคาถัวเฉลี่ยในการประมูลรอบเดียวกัน

ตลาดรอง (Secondary Market)
การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง การซื้อขายมีทั้งแบบซื้อขายนอกเคาท์เตอร์(Over the Counter) และการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange :: BEX) ซึ่งเป็นการซื้อขายผ่านโปรกเกอร์

slot

พันธบัตรให้ผลตอบแทนจากอะไร
ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรมีอยู่ 3 แบบคือ

ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาหน้าตั๋ว ด้วยลักษณะของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนคืนด้วยราคาหน้าตั๋วเสมอหากถือไว้ครบกำหนดตามข้อตกลง ทำให้พันธบัตรบางประเภทไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่เมื่อซื้อมาถูกกว่าราคาไถ่ถอน ส่วนต่างที่ได้นั้นก็กลายเป็นกำไร

ส่วนต่างจากการซื้อขาย เป็นลักษณะการทำกำไรกันเองระหว่างนักลงทุน ที่การซื้อขายจะขึ้นอยู่กับการตกลง

ดอกเบี้ย ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรออมทรัพย์จะมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง จนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน

พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) หรือตราสารหนี้รัฐบาล เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ สถานะของพันธบัตรกับหุ้นกู้เอกชนเหมือนกันคือ ผู้ซื้อหรือนักลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ที่จะได้รับการชำระหนี้ และผลประโยชน์อื่นๆ

jumbo jili

เช่นดอกเบี้ย ปันผล จากลูกหนี้คือรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ออกพันธบัตรนั้นๆ การลงทุนในพันธบัตรจึงไม่ซับซ้อนเท่าการลงทุนแบบอื่นๆ คือซื้อมาเก็บไว้จนถึงเวลาไถ่ถอนก็จะได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยปีละประมาณ 3% แต่เอาเข้าจริง พันธบัตรก็เหมือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือมีความลึกในรายละเอียดที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนเลือกลงทุน

พันธบัตรมีกี่ประเภท
พันธบัตรรัฐบาลจะมีระยะเวลาไถ่ถอนระหว่าง 28 วัน 91 วัน 182 วัน หรือไม่เกิน 1 ปี แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวัตถุประสงค์ในการออกตราสาร ดังต่อไปนี้

พันธบัตรตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill)
เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ดังนั้นถ้านับเรื่องความมั่นคงแล้ว ตั๋วเงินคลังมีความมั่นคงสูงที่สุด และแน่นอนว่าความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็จะน้อยตามไปด้วย ตั๋วเงินคลังจึงไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่ใช้วิธีขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ตั๋วเงินคลังจะมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 1 ปี

สล็อต

พันธบัตรตั๋วสัญญาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructure Bill)
มักออกโดยสถาบันการเงิน เพื่อระดมทุนช่วยเหลือฟื้นฟูกองทุน และพัฒนาสถาบันการเงินนั้นๆ จึงมีความเสี่ยงมากกว่าตั๋วเงินคลังขึ้นมาระดับหนึ่ง แต่ให้ผลตอบแทนด้วยวิธีเดียวกัน คือขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว แต่ไถ่ถอนคืนเต็มราคา พันธบัตรประเภทนี้มักมีระยะเวลาในการไถ่ถอนเป็นวัน ส่วนใหญ่ไถ่ถอนคืนภายใน 182 วัน

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond)
นักลงทุนมักรู้จักและเลือกลงทุนกับพันธบัตรประเภทนี้มากที่สุด โดยเป็นพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อระดมทุนไปใช้ในการบริหารประเทศ ลดการขาดดุลทางการเงิน ถือเป็นตราสารหนี้ระยะยาวมักมีอายุก่อนการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป และเป็นพันธบัตรที่มีการจ่ายดอกเบี้ยส่วนมากจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะได้รับพร้อมกับเงินต้นที่มาจากการไถ่ถอน

สล็อตออนไลน์

พันธบัตรออมทรัพย์ (Government Saving Bond)
เป็นการซื้อพันธบัตรเพื่อออมทรัพย์ จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี โดยจะขายให้กับบุคคลทั่วไปและองค์กรไม่แสวงกำไรในสังกัดของรัฐบาล เป็นพันธบัตรประเภทที่มีระยะเวลาไถ่ถอนเป็นแบบระยะยาวคือ 1 ปีขึ้นไป โดยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จะได้คืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
พันธบัตรมีกี่ประเภท

พันธบัตรซื้อขายอย่างไร
ตลาดซื้อขายพันธบัตร แบ่งเป็น 2 ตลาดเช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น คือมีการซื้อขายในตลาดแรก(Primary Market) และในตลาดรอง (Secendary Market) ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้

jumboslot

ตลาดแรก (Primary Market)
คือการซื้อขายพันธบัตรที่เปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นการซื้อขายระหว่างสถาบันออกพันธบัตรกับนักลงทุน ราคาขายจะเป็นราคาหน้าตั๋ว หรือราคาที่ต่ำกว่า โดยขายให้กับนักลงทุน 2 ประเภทด้วยวิธีการตั้งราคาที่ต่างกัน

นักลงทุนรายย่อย คือการขายให้กับบุคคลทั่วไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 1,000 บาท พันธบัตรบางประเภทจำกัดจำนวนเงินในการลงทุน แต่บางประเภทก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันที่ออกพันธบัตรตัวนั้นมา โดยซื้อได้ผ่านธนาคารพาณิชย์

นักลงทุนสถาบัน คือการขายให้สถาบันการลงทุน เช่นกองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ราคาในการขายจะตั้งแบบประมูลซึ่งแบ่งเป็นการประมูลแบบแข่งราคา ราคาประมูลที่ต่ำสุด ได้สิทธิ์ในการซื้อก่อน กับการประมูลแบบไม่แข่งราคา จะขายที่ราคาถัวเฉลี่ยในการประมูลรอบเดียวกัน

ตลาดรอง (Secondary Market)
การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง การซื้อขายมีทั้งแบบซื้อขายนอกเคาท์เตอร์(Over the Counter) และการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange :: BEX) ซึ่งเป็นการซื้อขายผ่านโปรกเกอร์

slot

พันธบัตรให้ผลตอบแทนจากอะไร
ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรมีอยู่ 3 แบบคือ

ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาหน้าตั๋ว ด้วยลักษณะของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนคืนด้วยราคาหน้าตั๋วเสมอหากถือไว้ครบกำหนดตามข้อตกลง ทำให้พันธบัตรบางประเภทไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่เมื่อซื้อมาถูกกว่าราคาไถ่ถอน ส่วนต่างที่ได้นั้นก็กลายเป็นกำไร

ส่วนต่างจากการซื้อขาย เป็นลักษณะการทำกำไรกันเองระหว่างนักลงทุน ที่การซื้อขายจะขึ้นอยู่กับการตกลง

ดอกเบี้ย ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรออมทรัพย์จะมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง จนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน