นักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง

ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช ที่ปรึกษาการลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ อธิบายว่า เนื่องจากนักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง เช่น หากพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงมากกว่าจะต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่า 5% ต่อปี เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน สำหรับผลตอบแทนของพันธบัตร ตลาดมักใช้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเป็นเกณฑ์

jumbo jili

ส่วนผลตอบแทนของหุ้นมักดูจากอัตราผลตอบแทน (Earnings Yield) ซึ่งคิดจากกำไรต่อราคาหุ้น (EPS) หารด้วยราคาต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนว่าจะได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่หากเข้าลงทุนในหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน ซึ่งส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรกับผลตอบแทนหุ้นคือ ค่า Risk Premium ของหุ้น หรือเรียกอีกอย่างว่า Earnings Yield Gap

ปัจจุบัน ตลาดให้ความสำคัญกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี มาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557 ในขณะที่ S&P500 มี Forward P/E ที่ 18 เท่า คิดเป็น Earnings Yield ประมาณ 5% ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของหุ้นกับพันธบัตร (Earnings Yield Gap) อยู่ที่ 2.3% หมายความว่า หุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร 2.3% ซึ่งหากเทียบกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นแล้วถือว่าต่ำมากและเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

สล็อต

หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า Earnings Yield Gap ระหว่างหุ้นกับพันธบัตรสหรัฐอเมริกาจะยิ่งน้อยลงไปอีก และเป็นความเสี่ยงให้ราคาหุ้นปรับตัวลงได้

“หากผลตอบแทนจากพันธบัตรปรับตัวขึ้นเร็วและแรงเกินไป อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับลงแรงได้ เช่นกัน” ณัฐพร บอก

กลยุทธ์ลงทุน

เมื่อเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้จะทำให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และราคาของพันธบัตรปรับตัวลดลง ดังนั้น การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ต้องพยายามหาตราสารหนี้ที่มีระยะเวลากำหนดไถ่ถอนที่สั้น เพื่อให้สามารถลงทุนตราสารหนี้ตัวใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ตราสารหนี้ที่มีอายุสั้นจะได้รับผลขาดทุนด้านราคาน้อยกว่าตราสารหนี้ระยะยาว “นักลงทุนควรเลือกตราสารหนี้ที่จ่ายคูปองหรือดอกเบี้ยในระดับสูง เนื่องจากตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงจะชดเชยการขาดทุนจากส่วนต่างราคาได้ดีกว่าแล้ว” ณัฐกฤติ กล่าว

สล็อตออนไลน์

แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังก็คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-investment grade) ซึ่งถึงแม้จะให้ดอกเบี้ยสูงแต่ก็มีโอกาสที่บริษัทจะผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนต้องเสาะหาตราสารหนี้ที่ให้คูปองสูงและมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ของไทยนับจากนี้ ณัฐกฤติแนะนำว่าเพื่อป้องกันการ Mark-to-market แล้วขาดทุนจะต้องลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว (Duration เฉลี่ยมากกว่า 2 ปี) และเพิ่มตราสารหนี้ระยะสั้น (Duration เฉลี่ยน้อยกว่า 2 ปี) ให้มากขึ้น

“เพราะถึงแม้อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีจะน้อยกว่า แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการ Mark-to-market ได้”

สำหรับการลงทุนตราสารหนี้โดยตรง จะต้องใช้เงินขั้นต่ำในการซื้อต่อครั้งที่ 1 แสนบาท (คิดจาก 100 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) หมายความว่า นักลงทุนต้องใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งค่อนข้างสูง

jumboslot

ทางออกก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งต่ำมาก โดยณัฐกฤติแนะนำเลือกกองทุนที่ Duration ไม่เกิน 2 ปี หรือเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่มีการบริหารในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยน Duration ได้ทุกสถานการณ์

slot

“ต้องเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่อาศัยความชำนาญของผู้จัดการกองทุนในการปรับเปลี่ยนพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น ถ้าตราสารหนี้ที่ถือครองอยู่แล้วมีความมั่นคงพอก็อาจจะถือครองจนถึงครบกำหนดอายุ (Maturity) จนได้ดอกเบี้ยมาชดเชยผลการขาดทุนก็ได้” ณัฐกฤติ ทิ้งท้าย

นักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง

ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช ที่ปรึกษาการลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ อธิบายว่า เนื่องจากนักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง เช่น หากพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงมากกว่าจะต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่า 5% ต่อปี เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน สำหรับผลตอบแทนของพันธบัตร ตลาดมักใช้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเป็นเกณฑ์

jumbo jili

ส่วนผลตอบแทนของหุ้นมักดูจากอัตราผลตอบแทน (Earnings Yield) ซึ่งคิดจากกำไรต่อราคาหุ้น (EPS) หารด้วยราคาต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนว่าจะได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่หากเข้าลงทุนในหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน ซึ่งส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรกับผลตอบแทนหุ้นคือ ค่า Risk Premium ของหุ้น หรือเรียกอีกอย่างว่า Earnings Yield Gap

ปัจจุบัน ตลาดให้ความสำคัญกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี มาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557 ในขณะที่ S&P500 มี Forward P/E ที่ 18 เท่า คิดเป็น Earnings Yield ประมาณ 5% ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของหุ้นกับพันธบัตร (Earnings Yield Gap) อยู่ที่ 2.3% หมายความว่า หุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร 2.3% ซึ่งหากเทียบกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นแล้วถือว่าต่ำมากและเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

สล็อต

หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า Earnings Yield Gap ระหว่างหุ้นกับพันธบัตรสหรัฐอเมริกาจะยิ่งน้อยลงไปอีก และเป็นความเสี่ยงให้ราคาหุ้นปรับตัวลงได้

“หากผลตอบแทนจากพันธบัตรปรับตัวขึ้นเร็วและแรงเกินไป อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับลงแรงได้ เช่นกัน” ณัฐพร บอก

กลยุทธ์ลงทุน

เมื่อเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้จะทำให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และราคาของพันธบัตรปรับตัวลดลง ดังนั้น การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ต้องพยายามหาตราสารหนี้ที่มีระยะเวลากำหนดไถ่ถอนที่สั้น เพื่อให้สามารถลงทุนตราสารหนี้ตัวใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ตราสารหนี้ที่มีอายุสั้นจะได้รับผลขาดทุนด้านราคาน้อยกว่าตราสารหนี้ระยะยาว “นักลงทุนควรเลือกตราสารหนี้ที่จ่ายคูปองหรือดอกเบี้ยในระดับสูง เนื่องจากตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงจะชดเชยการขาดทุนจากส่วนต่างราคาได้ดีกว่าแล้ว” ณัฐกฤติ กล่าว

สล็อตออนไลน์

แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังก็คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-investment grade) ซึ่งถึงแม้จะให้ดอกเบี้ยสูงแต่ก็มีโอกาสที่บริษัทจะผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนต้องเสาะหาตราสารหนี้ที่ให้คูปองสูงและมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ของไทยนับจากนี้ ณัฐกฤติแนะนำว่าเพื่อป้องกันการ Mark-to-market แล้วขาดทุนจะต้องลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว (Duration เฉลี่ยมากกว่า 2 ปี) และเพิ่มตราสารหนี้ระยะสั้น (Duration เฉลี่ยน้อยกว่า 2 ปี) ให้มากขึ้น

“เพราะถึงแม้อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีจะน้อยกว่า แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการ Mark-to-market ได้”

สำหรับการลงทุนตราสารหนี้โดยตรง จะต้องใช้เงินขั้นต่ำในการซื้อต่อครั้งที่ 1 แสนบาท (คิดจาก 100 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) หมายความว่า นักลงทุนต้องใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งค่อนข้างสูง

jumboslot

ทางออกก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งต่ำมาก โดยณัฐกฤติแนะนำเลือกกองทุนที่ Duration ไม่เกิน 2 ปี หรือเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่มีการบริหารในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยน Duration ได้ทุกสถานการณ์

slot

“ต้องเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่อาศัยความชำนาญของผู้จัดการกองทุนในการปรับเปลี่ยนพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น ถ้าตราสารหนี้ที่ถือครองอยู่แล้วมีความมั่นคงพอก็อาจจะถือครองจนถึงครบกำหนดอายุ (Maturity) จนได้ดอกเบี้ยมาชดเชยผลการขาดทุนก็ได้” ณัฐกฤติ ทิ้งท้าย