ต้นไม้ (โครงสร้างข้อมูล)

ต้นไม้ (Tree) เป็น แบบชนิดข้อมูลนามธรรม ประเภทหนึ่ง มีลักษณะการเรียงเป็นกิ่งก้านสาขาแตกแขนงออกไป จะไม่มีวงวน (loop) โยงในสมาชิกตัวต่างๆ โดยสมาชิกจะถูกเก็บไว้ในประเภทข้อมูลชนิดวัตถุ (Object) หรือโครงสร้าง (Structure) เรียกว่าปม (node) ซึ่งจะมีตัวแปรซึ่งเก็บตัวชี้ (Pointe r) ไปยังปมอื่นๆได้ ต้นไม้ถูกใช้ในการจัดการข้อมูลที่เปรียบเทียบกันได้ (comparable) อย่างรวดเร็วเช่น ตัวเลข หรือ การเรียงลำดับความสำคัญของข้อมูล เช่น การคำนวณที่มีวงเล็บ เป็นอาทิ ที่จัดว่าเป็น ตัวแทนผู้ใช้ (user agent) ส่วนเครื่องแม่ข่ายที่ตอบรับ ซึ่งเก็บบันทึกหรือสร้าง ทรัพยากร (resource) อย่างเช่นไฟล์เอชทีเอ็มแอลหรือรูปภาพ จะเรียกว่า เครื่องให้บริการต้นทาง (origin server) ในระหว่างตัวแทนผู้ใช้กับเครื่องให้บริการต้นทางอาจมีสื่อกลางหลายชนิด อาทิพร็อกซี เกตเวย์ และทุนเนล เอชทีทีพีไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้ชุดเกณฑ์วิธีอินเทอร์เน็ต (TCP/IP) เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นการใช้งานที่นิยมมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม โดยแท้จริงแล้วเอชทีทีพีสามารถ “นำไปใช้ได้บนโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ หรือบนเครือข่ายอื่นก็ได้” เอชทีทีพีคาดหวังเพียงแค่การสื่อสารที่เชื่อถือได้ นั่นคือโพรโทคอลที่มีการรับรองเช่นนั้นก็สามารถใช้งานได้

jumbo jili


ปกติเครื่องลูกข่ายเอชทีทีพีจะเป็นผู้เริ่มสร้างการร้องขอก่อน โดยเปิดการเชื่อมต่อด้วยเกณฑ์วิธีควบคุมการขนส่งข้อมูล (TCP) ไปยังพอร์ตเฉพาะของเครื่องแม่ข่าย (พอร์ต 80 เป็นค่าปริยาย) เครื่องแม่ข่ายเอชทีทีพีที่เปิดรอรับอยู่ที่พอร์ตนั้น จะเปิดรอให้เครื่องลูกข่ายส่งข้อความร้องขอเข้ามา เมื่อได้รับการร้องขอแล้ว เครื่องแม่ข่ายจะตอบรับด้วยข้อความสถานะอันหนึ่ง ตัวอย่างเช่น “HTTP/1.1 200 OK” ตามด้วยเนื้อหาของมันเองส่งไปด้วย เนื้อหานั้นอาจเป็นแฟ้มข้อมูลที่ร้องขอ ข้อความแสดงข้อผิดพลาด หรือข้อมูลอย่างอื่นเป็นต้น ทรัพยากรที่ถูกเข้าถึงด้วยเอชทีทีพีจะถูกระบุโดยใช้ตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) (หรือเจาะจงลงไปก็คือ ตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต (URL)) โดยใช้ http: หรือ https: เป็นแผนของตัวระบุ (URI scheme)เอชทีทีพีได้กำหนดคำสั่งร้องขอไว้แปดคำสั่ง (หรือเรียกว่าวิธีการร้องขอ บางครั้งอาจเรียกว่าเป็น “กริยา”) แสดงการกระทำที่ต้องการ เพื่อที่จะดำเนินการกับทรัพยากรที่ถูกระบุ สิ่งที่ทรัพยากรนั้นนำเสนอ ไม่ว่าเป็นข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหรือสร้างขึ้นมาแบบพลวัตก็ตาม จะขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของเครื่องแม่ข่าย ซึ่งบ่อยครั้งทรัพยากรมักจะสอดคล้องกับไฟล์ หรือผลลัพธ์ส่งออกจากโปรแกรมข้างเคียงในเครื่องแม่ข่ายนั้น เครื่องให้บริการเอชทีทีพีจะต้องสามารถใช้คำสั่ง GET และ HEAD ได้เป็นอย่างน้อย

สล็อต


ร้องขอการตอบรับจากทรัพยากรที่ระบุ คล้ายกับ GET แต่จะไม่มีส่วนเนื้อหาที่ร้องขอกลับมา คำสั่งนี้ใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบข้อมูลส่วนหัวของการตอบรับ โดยไม่จำเป็นต้องส่งเนื้อหาเต็มมาทั้งหมด ร้องขอการนำเสนอจากทรัพยากรที่ระบุ คำสั่งนี้ไม่ควรใช้กับการดำเนินการที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่นการจัดการในเว็บแอปพลิเคชัน เหตุผลหนึ่งคือคำสั่ง GET มักจะถูกใช้อย่างไม่มีกฎเกณฑ์โดยอินเทอร์เน็ตบอตและเว็บครอว์เลอร์ ซึ่งไม่ควรพิจารณาให้การร้องขอของบอตและครอว์เลอร์ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรในเว็บ (ดูเพิ่มที่หัวข้อ คำสั่งที่ปลอดภัย) ส่งข้อมูลไปยังทรัพยากรที่ระบุเพื่อให้นำไปประมวลผล โดยเฉพาะข้อมูลที่ส่งมาจากฟอร์มเอชทีเอ็มแอล ข้อมูลที่ส่งจะถูกบรรจุอยู่ในเนื้อหาของการร้องขอด้วย สิ่งนี้อาจทำให้เกิดการสร้างทรัพยากรใหม่ หรือการปรับปรุงทรัพยากรที่มีอยู่ หรือทั้งสองกรณี ลบทรัพยากรที่ระบุ ส่งข้อมูลร้องขอกลับมา เครื่องลูกข่ายจะเห็นว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่สื่อกลางเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงข้อความร้องขอก่อนไปถึงทรัพยากรปลายทาง แปลงการเชื่อมต่อของการร้องขอไปเป็นทุนเนล TCP/IP แบบโปร่งใส มักใช้สำหรับแปลงการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสแบบ SSL ให้เดินทางผ่านพร็อกซีที่ไม่มีการเข้ารหัสได้ง่ายขึ้น คำสั่งที่ปลอดภัย

สล็อตออนไลน์


คำสั่งของเอชทีทีพีบางคำสั่งมีการกำหนดว่าเป็นคำสั่งที่ปลอดภัย เช่น HEAD, GET, OPTIONS, TRACE ซึ่งหมายความว่าคำสั่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อการรับข้อมูลเพียงอย่างเดียวและไม่ควรเปลี่ยนสถานะของเครื่องแม่ข่าย หรืออีกนัยหนึ่งคือคำสั่งเหล่านี้ไม่ควรทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียง เว้นแต่ผลกระทบนั้นไม่สร้างความเสียหายอาทิ การบันทึกไฟล์ล็อก การเก็บแคช การบริการเว็บแบนเนอร์ หรือการเพิ่มตัวนับผู้เข้าชม การร้องขอแบบ GET แบบไม่มีกฎเกณฑ์โดยอินเทอร์เน็ตบอตและเว็บครอว์เลอร์ จึงยังคงถือว่าปลอดภัยอยู่ ในทางตรงข้าม คำสั่ง POST, PUT, DELETE เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเครื่องแม่ข่าย หรือเกิดผลกระทบภายนอกเช่นทำให้เกิดธุรกรรมทางการเงิน หรือการส่งอีเมลเป็นต้น จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ปลอดภัย คำสั่งเช่นนี้ปกติจะไม่ถูกใช้โดยอินเทอร์เน็ตบอตและเว็บครอว์เลอร์ ซึ่งทำงานโดยไม่พิจารณาสถานะของเครื่องแม่ข่าย เพราะอาจทำให้ทรัพยากรเสียหายได้ ตั้งแต่ HTTP/1.0 เป็นต้นไป บรรทัดแรกของการตอบรับเอชทีทีพีเรียกว่า บรรทัดสถานภาพ (status line) ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข รหัสสถานภาพ (status code เช่น 404) และข้อความ วลีเหตุผล (reason phrase เช่น “Not Found”) โปรแกรมตัวแทนผู้ใช้จะพิจารณาการตอบรับในส่วนหัวโดยขึ้นอยู่กับรหัสสถานภาพเป็นหลัก และตามด้วยวลีเหตุผลเป็นรอง รหัสสถานภาพที่กำหนดขึ้นมาเองก็สามารถใช้ได้ ซึ่งหากตัวแทนผู้ใช้พบกับรหัสสถานภาพที่ไม่รู้จัก มันจะพิจารณาตัวเลขตัวแรกในรหัสเพื่อแยกประเภททั่วไปของการตอบรับ

jumboslot


คงอยู่ส่งถ่ายเป็นกระแสข้อมูลได้ (streaming) แทนที่จะเก็บลงในที่พักข้อมูล (buffer) การทำงานแบบสายท่อของเอชทีทีพี (HTTP pipelining) ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยลดความล่าช้าลงได้อย่างมาก ซึ่งทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถส่งข้อความร้องขอได้หลายข้อความ ก่อนที่จะได้รับข้อความตอบรับของอันแรก อีกพัฒนาการหนึ่งคือการบริการเป็นไบต์ (byte serving) ซึ่งจะทำให้เครื่องแม่ข่ายส่งถ่ายข้อมูลมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากทรัพยากรทั้งอัน ในช่วงตำแหน่งที่เครื่องลูกข่ายต้องการ เอชทีทีพีเป็นโพรโทคอลที่ไม่มีการระบุสถานะ ข้อดีของโพรโทคอลแบบนี้คือเครื่องแม่ข่ายไม่จำเป็นต้องดึงสารสนเทศอื่นมาจากผู้ใช้ในระหว่างการร้องขอ แต่สิ่งนี้ทำให้ผู้พัฒนาเว็บต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อรักษาสถานะของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งเนื้อหาเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชันจะต้องบันทึกติดตามกระบวนการต่าง ๆ ของผู้ใช้เป็นหน้าต่อหน้า หรือการล็อกอินเข้าสู่ระบบ ซึ่งจำเป็นต้องทราบว่าผู้ใช้นั้นอยู่ในสถานะล็อกอินหรือไม่ จึงจะส่งข้อความตอบรับได้อย่างเหมาะสม วิธีการที่เป็นปกติสำหรับปัญหานี้คือการรับและส่งคุกกี้ และวิธีการอื่นคื่อการสร้างตัวแปรวาระ (session) ทางฝั่งเครื่องแม่ข่าย หรือใช้ตัวแปรซ่อนผ่านทางหน้าแบบฟอร์ม หรือใช้พารามิเตอร์ที่เข้ารหัสแบบตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต

slot