กสิกรไทยส่ง Term Fund Plus

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยทยอยจัดตั้งกองทุน Term Fund Plus อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง

jumbo jili

และกำลังมองหาโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว ซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้รับความสนใจและเสียงตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็วและระดมทุนได้สูงถึง 61,619 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 25 ก.พ. 64) ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยเตรียมออก Term Fund Plus กองใหม่ชื่อว่า กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2022E (KFF22E) โดยเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 5-12 มีนาคม 2564

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า ความน่าสนใจของกองทุน Term Fund Plus อยู่ตรงที่กองทุนใช้กลยุทธ์ Buy & Maintain ที่เน้นกระจายลงทุนในตราสารหนี้กว่า 80 ตราสาร ซึ่งมากกว่ากองทุน Term Fund ทั่วไป และลงทุนในตราสารหนี้ Investment Grade ไม่น้อยกว่า 70% รวมถึงกระจายลงทุนบางส่วนในเงินฝากต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน

สล็อต

ทั้งนี้ กองทุน KFF22E จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ผ่านกองทุนต่างประเทศ Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 – VI, Class C(USD)-Acc ในสัดส่วนประมาณ 60% ของพอร์ต ซึ่งบริหารจัดการโดย Invesco บลจ.ชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนตราสารหนี้ ส่วนที่เหลือประมาณ 40% บลจ.กสิกรไทยนำไปบริหารโดยกระจายลงทุนในเงินฝากต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย), เงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์) และเงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน)

อย่างไรก็ดี กองทุน Term Fund Plus เหมาะสำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสจากการกระจายลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากต่างประเทศ โดยสามารถถือครองหน่วยลงทุนเป็นเวลา 1 ปีได้

สล็อตออนไลน์

นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทยขอสงวนสิทธิ์เฉพาะในวันที่ 5 มีนาคม 2564 เริ่มเปิดขายตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS หรือ K-My Funds หรือธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ เงินค่าขายคืนอัตโนมัติจะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ตามที่ผู้ลงทุนได้แจ้งความประสงค์ไว้เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

jumboslot

โครงการ “เราชนะ” และ “ม.33 เรารักกัน” ที่รัฐบาลสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระ มีคนที่ไม่ได้รับสิทธิอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ

มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท (ปีภาษี 2562) ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้นับมาเป็นเกณฑ์กับโครงการ ม.33 เรารักกัน

กับ มีเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท (ณ 31 ธ.ค. 2563)

แม้ว่ามนุษย์เงินเดือนที่หักเงินเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน ถ้าลงทะเบียนโครงการ ม.33 เรารักกัน จะยกเว้นคุณสมบัติเงินได้พึงประเมิน โดยวงเงินที่ได้รับเพียง 4,000 บาท น้อยกว่าโครงการเราชนะที่ได้รับวงเงินสูงสุด 7,000 บาท

แต่คุณสมบัติที่ว่า “มีเงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท”ก็ทำให้คนที่ทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิต หรือคนที่เพิ่งรับมรดก เพิ่งรับค่าสินสอด ขายที่ดินได้ หรือเพิ่งถูกหวยชุดใหญ่ ได้แต่หัวเสียไปไม่น้อยเหมือนกัน

สำหรับการพิจารณาเกณฑ์เงินฝากเพื่อรับสิทธิโครงการเราชนะ หรือ ม.33 เรารักกัน จะคำนวณจากเงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ บัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน และผลิตภัณฑ์เงินฝากอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

โดยคำนวณจากบัญชีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)

ไม่รวมคำนวณเงินฝากใน “บัญชีร่วม” “บัญชีเพื่อ” และสลากออมทรัพย์ เช่น สลากออมสิน, สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส., สลากออมทรัพย์ ธอส. และไม่รวมคำนวณเงินฝากในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ

slot

เมื่อหลักเกณฑ์ออกมาเป็นแบบนี้ ก็มีคนที่ไม่พอใจรัฐบาลอยู่บ้าง เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มสร้างไทย ชี้ว่าผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จะต้องเยียวยาทุกคนโดยเสมอภาค

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การกำหนดเงื่อนไขเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท มีช่องว่าง สร้างความไม่เท่าเทียม ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกันตน ที่จ่ายเงินสมทบเหมือนกัน แต่กลับได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เท่ากัน

ส่วน กรณ์ จาติกวณิชหัวหน้าพรรคกล้า แม้จะไม่ได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์โครงการโดยตรง แต่น่าสนใจตรงที่ รัฐบาลมองข้ามประชาชนกลุ่มที่ “ไม่รวย แต่เสียภาษีให้รัฐ”ตลอด เช่น กลุ่มเอสเอ็มอี และคนมีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือน

กรณ์เสนอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ที่เป็นพลเมืองดีมาตลอดแต่วันนี้เดือดร้อน ด้วยการชดเชยรายได้ ใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เปรียบเทียบยอดขายระหว่างปี 2562 และปี 2563

ส่วนประชาชนที่จ่ายภาษีเงินได้มาโดยตลอด รัฐบาลควรเว้นภาษีเงินได้ทั้งหมดให้กับผู้เสียภาษีในกลุ่มที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500,000 บาท และเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 10% รวมประมาณ 3 ล้านคน เป็นเม็ดเงินภาษีประมาณ 50,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สุขาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ออกมาเคลียร์ถึงหลักเกณฑ์เงินฝากในโครงการ ม.33 เรารักกันผ่านสื่อมวลชน ระบุว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะสหภาพแรงงาน ผู้นำสภาองค์การลูกจ้างต่างๆ เรียกร้องให้เกิดขึ้น

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจึงผลักดันโครงการ ม.33 เรารักกัน ตามข้อเรียกร้อง โดยใช้เงินกู้มาจากก้อนเดียวกับโครงการเราชนะ คือ “พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท” ไม่ใช่เงินกองทุนประกันสังคม

โครงการนี้กลุ่มผู้นำแรงงานเรียกร้องให้อย่าเอาเกณฑ์เงินเดือนไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี มาจับ เพราะจะทำให้คนที่มีเงินเดือน 25,000-26,000 บาท ในออฟฟิศเดียวจะไม่ได้รับเงินเยียวยา (ภาษาชาวบ้าน คือ จะแตกความสามัคคีในที่ทำงาน)

ส่วนเกณฑ์เงินฝากไม่เกิน 500,000 บาทนั้น กลุ่มผู้นำแรงงานรับได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีไม่กี่คนหรอกที่มีเงินเก็บถึง 500,000 บาท จึงเป็นที่มาของหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจาก “โครงการเราชนะ” ก่อนหน้านี้

คาดว่า ม.33 เรารักกัน จะมีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ 9 ล้านคน ใช้งบประมาณ 38,000 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์จะมี 2 ล้านคน นอกจากมีเงินฝากเกิน 5 แสนบาทแล้ว ยังเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และแรงงานต่างชาติ

SCBAM กระตุ้นนักลงทุนลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เชิญชวนนักลงทุนเริ่มลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ไม่ต้องรอปลายปี โดยจัดแคมเปญ “เริ่มก่อน คุ้มกว่า” ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค. 2564 นี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และ/หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ผ่านช่องทาง SCBAM Fund Click, SCB EASY App

jumbo jili

หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย โดยผู้ลงทุนที่เข้าร่วมแคมเปญจะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้น (SCBSFF) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับเงื่อนไขภายใต้แคมเปญนี้ กำหนดให้ลงทุนในช่องทางเดียวกันและประเภทเดียวกัน โดยจะต้องเริ่มลงทุนครั้งแรกในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 พฤษภาคม 2564 โดยภายในเดือนนั้นๆ จะลงทุนครั้งละเท่าใดก็ได้แต่ยอดเงินลงทุนสะสมสุทธิในเดือนนั้นจะต้องมีจำนวนขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อเดือน และจะต้องมีการลงทุนเป็นระยะเวลา 6 เดือนต่อเนื่องติดต่อกันตามเดือนปฏิทิน โดยผู้ลงทุน 1 รายสามารถเลือกลงทุนได้ 3 แบบ ได้แก่ 1)

สล็อต

เลือกลงทุนในกองทุน SSF เพียงอย่างเดียว จะคำนวณในอัตราสูงสุดไม่เกินจำนวน 200,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 400 บาท 2) เลือกลงทุนในกองทุน RMF เพียงอย่างเดียว จะคำนวณในอัตราสูงสุดไม่เกินจำนวน 500,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ 3) เลือกทั้งกองทุน SSF และกองทุน RMF จะคำนวณตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 และข้อ 2 และเมื่อรวมมูลค่าหน่วยลงทุน SCBSFF ทั้งหมดแล้วจะต้องได้รับเป็นมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

ยกตัวอย่างเช่น นายเอ เริ่มลงทุนในเดือน พ.ค.-ต.ค. โดยเลือกลงทุนในกองทุน SFF เดือนละ 30,000 บาท และกองทุน RMF 60,000 บาท พอจบแคมเปญเท่ากับว่านายเอจะมีเงินลงทุนที่เข้าร่วมโครงการในกองทุน SSF จำนวน 180,000 บาท และกองทุน RMF จำนวน 360,000 บาท เพราะฉะนั้น นายเอจะได้รับหน่วยลงทุน SCBSFF จากโครงการนี้มูลค่า 1,000 บาท เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

ทั้งนี้ ไม่นับรวมการโอนสับเปลี่ยนภายในกองทุนรวมที่เข้าร่วมแคมเปญ และกรณีที่ลูกค้ามีการขายคืน โอนสับเปลี่ยนออก หรือโอนออกไปยังกองทุนรวมที่ไม่ได้เข้าร่วมแคมเปญ หรือกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการอื่น ยอดเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปหักออกจากยอดเงินลงทุนสะสมสุทธิของลูกค้า

สำหรับกองทุนที่เข้าร่วมแคมเปญ ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั้งกองทุนไทยและต่างประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 32 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จำนวน 16 กองทุน แบ่งตามประเภทดังนี้ กองทุนรวมตราสารหนี้ 2 กองทุน, กองทุนรวมผสม 3 กองทุน, กองทุนรวมตราสารทุน 2 กองทุน, กองทุนรวมต่างประเทศ 7 กองทุน และกองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก 2 กองทุน สำหรับกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) จำนวน 16 กองทุน แบ่งตามประเภทดังนี้ กองทุนรวมตราสารหนี้ 2 กองทุน, กองทุนรวมผสม 1 กองทุน, กองทุนรวมตราสารทุน 2 กองทุน, กองทุนรวมต่างประเทศ 3 กองทุน, กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก 2 กองทุน และกองทุนที่ลงทุนภายใต้นโยบาย LTF เดิม 6 กองทุน

jumboslot

“นอกจากเป้าหมายการลงทุนแล้ว การมีวินัยในการออมก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน สำหรับบางท่านที่รอลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปี อยากให้ลองปรับเปลี่ยนการลงทุนเป็นแบบ DCA หรือ Dollar Cost Average เพื่อเป็นการสร้างวินัยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และให้เงินทำงานแบบอัตโนมัติทุกเดือนโดยไม่ต้องคำนึงว่า ณ ขณะนั้นราคาจะเป็นอย่างไร ซึ่งการลงทุนแบบ DCA นี้จะเป็นตัวช่วยการลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาวของเราได้เช่นกัน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

slot

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยทยอยจัดตั้งกองทุน Term Fund Plus อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง และกำลังมองหาโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว ซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้รับความสนใจและเสียงตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็วและระดมทุนได้สูงถึง 61,619 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 25 ก.พ. 64) ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยเตรียมออก Term Fund Plus กองใหม่ชื่อว่า กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2022E (KFF22E) โดยเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 5-12 มีนาคม 2564

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า ความน่าสนใจของกองทุน Term Fund Plus อยู่ตรงที่กองทุนใช้กลยุทธ์ Buy & Maintain ที่เน้นกระจายลงทุนในตราสารหนี้กว่า 80 ตราสาร ซึ่งมากกว่ากองทุน Term Fund ทั่วไป และลงทุนในตราสารหนี้ Investment Grade ไม่น้อยกว่า 70% รวมถึงกระจายลงทุนบางส่วนในเงินฝากต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน

ทั้งนี้ กองทุน KFF22E จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ผ่านกองทุนต่างประเทศ Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 – VI, Class C(USD)-Acc ในสัดส่วนประมาณ 60% ของพอร์ต ซึ่งบริหารจัดการโดย Invesco บลจ.ชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนตราสารหนี้ ส่วนที่เหลือประมาณ 40% บลจ.กสิกรไทยนำไปบริหารโดยกระจายลงทุนในเงินฝากต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย), เงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์) และเงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน)

อีสท์สปริงจ่ายคืนครบเกือบ 100% หลังปิด 4 กองตราสารหนี้ช่วงโควิด

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) และกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thannachart Fund Eastspring) กล่าวว่า “TMBAM Eastspring ยกเลิกกองทุนตราสารหนี้ทั้ง 4 กอง

jumbo jili

ท่ามกลางความผันผวนของสภาพตลาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกจากการระบาดของโควิด-19 การตัดสินใจยกเลิกกองทุนตราสารหนี้ทั้ง 4 กองทุนที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวนั้นเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นเช่นกัน เช่น ในประเทศอินเดีย เป็นต้น เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือการเร่งขายในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนกจะทำให้ขาดทุนอย่างหนัก และไม่ใช่วัตถุประสงค์ของผู้ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งการเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีก็เพื่อให้การทยอยขายสินทรัพย์จ่ายคืนผู้ลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรักษาต้นทุน (Capital Preservation) ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนทุกท่าน”

สล็อต

“สำหรับการตัดสินใจของเราในครั้งนั้น เราคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนของเราสูงสุด การตัดสินใจปิดกองทุนจะเป็นวิธีการดีที่สุดที่จะช่วยหยุดการเร่งขาย ด้วยขนาดกองทุนทั้ง 4 ที่มีขนาดรวมกันใหญ่กว่า 2 แสนล้านบาท ด้วยปริมาณการขายที่สูงและรุนแรง จะสร้างความตื่นตระหนก (Panic) ในตลาดตราสารหนี้ และกระทบรุนแรงต่อตลาดการเงินของประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราพิสูจน์แล้วว่าทำได้ตามสัญญา สามารถรักษามูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนในวันทำการสุดท้ายให้ได้ใกล้เคียงกับมูลค่าเดิมทั้ง 4 กองทุน

สล็อตออนไลน์

โดยในระยะเวลาประมาณ 7 เดือนกว่าสามารถจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไปแล้วเกือบทั้งหมด โดยกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีขนาด AUM ที่สูงที่สุดที่ได้ปิดกองทุนไป (กว่า 75,000 ล้านบาท) ทำการจ่ายเงินคืนงวดสุดท้ายแล้ว โดยสามารถรักษามูลค่า NAV ได้ดีเมื่อเที่ยบกับ ณ วันที่ยกเลิกกองทุน (100.06%) และกำลังจะเสร็จสิ้นกระบวนการชำระบัญชี ส่วนอีก 3 กองทุนที่เหลือได้จ่ายคืนไปได้แล้ว 88-94% และสำหรับการชำระบัญชีในระยะต่อไปนั้น

jumboslot

ซึ่งเราได้ทำตามผลสำรวจความเห็นของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ส่วนใหญ่ต้องการให้เรารักษามูลค่าต้นทุน และถือสินทรัพย์จนถึงวันที่ตราสารหนี้ตัวสุดท้ายจะครบกำหนดอายุ โดยมีโอกาสจะได้ราคายุติธรรม ซึ่งเราจะทำการขายและพยายามทำให้การจ่ายเงินคืนยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ขอให้ผู้ลงทุนทุกท่านมั่นใจเพราะสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ในกองทุนตราสารหนี้ทั้งหมดมีคุณภาพอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grades) ทั้งสิ้น” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวเพิ่มเติมว่า “การปิดกองทุนตราสารหนี้ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนของเราขาดกองทุนตราสารหนี้คุณภาพชั้นดีเพื่อใช้บริหารสภาพคล่องและจัดพอร์ตลงทุน ระหว่างที่ TMBAM Eastspring โฟกัสการบริหารกองทุนที่ปิดไปเพื่อเร่งกระบวนการชำระบัญชีและจ่ายคืนผู้ถือหน่วยลงทุน อีกหนึ่งบริษัทจัดการลงทุนในเครือ Eastspring คือ Thanachart Fund Eastspring พร้อมนำเสนอกองทุนตราสารหนี้คุณภาพดีใน 3 รูปแบบ TMB-T-ES-IPlus, TMB-T-ES-DPlus และ TMB-T-APlus ที่มีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากกว่าเดิม สำหรับ TMB-T-ES-IPlus จะเน้นเสนอผู้ลงทุนรายย่อย โดยมีนโยบายลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ หุ้นกู้เอกชนทั้งในและต่างประเทศ

slot

โดยจะเพิ่มโอกาสในเงินฝากต่างประเทศได้สูงถึง 40% แต่จะลงทุนในตราสารคุณภาพดีที่ได้รับการให้อยู่ในกลุ่มน่าลงทุนเป็นหลัก และมี Portfolio Duration เฉลี่ยจะอยู่ไม่เกิน 1.5 ปี ส่วนกองทุน TMB-T-ES-DPlus จะเน้นเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน โดยมีนโยบายลงทุนคล้ายกับ TMB-T-ES-IPlus แต่ Portfolio Duration เฉลี่ยจะอยู่ไม่เกิน 1 ปี ทำให้พอร์ตลงทุนมีความผันผวนน้อยกว่า

และกองทุนตราสารหนี้น้องใหม่อย่าง TMB-T-APlus ที่จะเน้นเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปทั้งสถาบันและรายย่อย คาดหวังผลตอบแทนที่มากกว่า และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศได้ เพราะกองทุนมีนโนบายลงทุนในกองทุนหลัก คือ Eastspring Investments – Capital Reserve Fund เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายกระจายลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก โดยจะบริหารพอร์ตแบบ Dynamic Allocation ที่จะเน้นเปลี่ยนแปลงตราสารที่ลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้กองทุนนี้มีความพิเศษ เหมาะสำหรับการนำมาไว้ในพอร์ตลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

”จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราเชื่อมั่นว่าบริษัทสามารถบริหารกองทุนโดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ให้มีประสิทธิภาพได้ในทุกช่วงเวลา เราจะมุ่งมั่นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี มีการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม เช่น การคัดเลือกตราสารคุณภาพเพื่อประกอบพอร์ตการลงทุน และการนำระบบ Aladdin ซึ่งเป็นมาตรฐานการควบคุมความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนที่ Eastspring ใช้อยู่ มาช่วยในการติดตามความเสี่ยงและลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ การเพิ่มกระบวนการกำกับดูแลการออกแบบและการจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Governance Framework) ให้มีความแข็งแกร่งและทันท่วงที เป็นต้น”

KTAM ออกกองทุนที่ 10 ในซีรีส์ตราสารหนี้ทั่วโลก 1 ปี

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y10 (KTGF1Y10) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 พฤศจิกายน 2563

jumbo jili

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองทุนในซีรีส์ของกองทุนตราสารหนี้ อายุโครงการประมาณ 1 ปี ที่เปิดระดมทุนมาแล้วนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย บลจ.กรุงไทยยังคงเชื่อว่าอาจมีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้จะมีแนวโน้มปรับตัวชันขึ้นจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

และผลสืบเนื่องจากการประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และย้ำว่าเป็นจังหวะเหมาะที่นักลงทุนจะถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นประมาณ 1 ปี อย่างกองทุน KTGF1Y10 ที่นอกจากจะเน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอน หรือรักษาเงินต้นให้อยู่ครบแล้ว ยังเป็นทางเลือกในการช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโออีกด้วย

สล็อต

กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y10 เป็นกองทุนตราสารหนี้ โดยจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

สล็อตออนไลน์

ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ

ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management)

jumboslot

ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด และอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (F X Derivatives) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

slot

ทั้งนี้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่คาดว่าจะมีการลงทุนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน KTGF1Y10 คือ Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 – V (Class C USD Acc) ที่บริหารโดย Invesco บลจ.ระดับโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเน้นสร้างรายได้ผ่านช่วงเวลาการลงทุนที่กำหนด และคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน (ทั้งนี้ กองทุนไม่ได้รับประกันเงินต้น) รวมถึงมุ่งหมายที่จะบรรลุจุดประสงค์การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ buy-and-maintain ในตราสารหนี้สกุลเงิน USD ผ่านการพิจารณาความเสี่ยงเชิงรุก ในระยะเวลาการลงทุน 1 ปีนับจากช่วง Initial Offer Period ไปจนถึงช่วงครบอายุกองทุน

ซึ่งมีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงิน USD ที่ออกโดยผู้ออกตราสารที่ถูกพิจารณาคัดเลือกโดยดุลยพินิจของผู้จัดการ (เช่น รัฐบาล หน่วยงานรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational Entities) กลุ่มบริษัท สถาบันการเงิน และกลุ่มธนาคาร) ซึ่งอาจรวมถึงผู้ออกตราสารที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชียในกองทุนนี้ หมายถึง ประเทศทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

KBANKชี้โอกาสลงทุนในหุ้นจีน

เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง มองจีนยังอยู่แถวหน้า ชี้โอกาสครั้งสำคัญกับการลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุน K-CCTV รับทิศทางของจีนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ ที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

jumbo jili

นางสาวศิริพร สุวรรณการ Managing Director – Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง และบลจ. กสิกรไทย มองเห็นศักยภาพของตลาดหุ้นจีน A-Shares ที่จะเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้ รวมทั้งการเปิดเสรีตลาดการเงินอย่างต่อเนื่อง และการที่ Morgan Stanley Capital International (MSCI) บริษัทจัดทำดัชนีราคาหุ้นชั้นนำของโลก ได้รวมหุ้นจีน A-Shares ในการคำนวณดัชนีตลาดเกิดใหม่ (MSCI Emerging Markets Index) นั่นหมายถึง การเปิดประตูให้นักลงทุนนอกประเทศจีน ทำให้มีทั้งสภาพคล่องและความเชื่อมั่นมากขึ้น

ขณะเดียวกันความเสี่ยงยังคงมีมาก เมื่อจีนกำลังท้าทายมหาอำนาจเดิมอย่างสหรัฐฯ ทั้งในเรื่องของธุรกิจการค้า ตลาดการเงิน รวมทั้งเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่เพียงความล้ำสมัย แต่หมายถึงการเข้าถึงข้อมูลและความมั่นคงของชาติ จึงเป็นที่มาของการออกแบบกลยุทธ์การจัดการกองทุน K-CCTV ที่มีความโดดเด่น 2 ข้อ คือ

1) เป็นกองทุนหุ้นจีน A-Shares เดียวในไทยที่มีกลไกควบคุมความเสี่ยง หากตลาดหุ้นจีนมีความผันผวนสูงขึ้น กองทุนสามารถเปลี่ยนมาถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่ม จึงช่วยลดความเสี่ยงขาลงได้ระดับหนึ่ง

2) สร้างผลตอบแทนจากการจัดการเชิงรุก (Active Management) ผ่านการคัดเลือกกองทุนหลักจากสองผู้จัดการกองทุนระดับโลก ที่คร่ำหวอดในตลาดหุ้นจีนและสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้ง UBS Asset Management และ Schroders ซึ่งกองทุนหลักทั้งสองมีกลยุทธ์ต่างกัน จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในแหล่งที่มาของผลตอบแทน และกระจายความเสี่ยง

ตั้งแต่จัดตั้ง กองทุน K-CCTV ให้ผลตอบแทนที่ประมาณ 62% และแม้วิกฤตโรคโควิด-19 จะเริ่มต้นจากจีน แต่จีนสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถส่งผ่านผลตอบแทนมาที่กองทุนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ประมาณ 22% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563)

สล็อต

ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาและอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากแผนกลยุทธ์ของจีนฉบับที่ 14 (ปี 2564 – 2568) มี 3 คำสำคัญ ได้แก่ 1) Dual circulation – คือใช้เศรษฐกิจภายในเป็นแกนกลางเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายนอก ใช้พลังการบริโภคอันมหาศาลในประเทศ สร้างเป็นวิสัยทัศน์ Globalization 2.0 หรือโลกาภิวัฒน์ยุคใหม่ เปลี่ยนจากโลกออฟไลน์สู่การค้าดิจิทัล จากการเติบโตของบริษัทขนาดใหญ่เป็นขนาดกลางและเล็ก จากบทบาทของประเทศพัฒนาแล้วสู่ประเทศกำลังพัฒนา และเปลี่ยนผู้กำหนดกฎ กติกาจากสหรัฐฯ เป็นจีน เพราะกติกากำหนดโดยผู้บริโภค

2) China 5.0 – ต่อยอดเทคโนโลยีดิจิตอลสู่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) 5G และ Internet of Things จากข้อได้เปรียบที่ตลาดจีนเป็นผู้บริโภคออนไลน์ขนาดใหญ่ จึงมีข้อมูลมหาศาล

3) Clean energy – จีนตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องทำให้ได้ภายในปี 2603 คือจีนจะเป็นประเทศปลอดคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างไรก็ตาม จีนยังมีความเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง วิกฤตการเงิน และเทคโนโลยีที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะมีพลังในการสร้างสรรค์แค่ไหน

สล็อตออนไลน์

ด้านผู้จัดการกองทุน นายเจีย ซ่ง จาก UBS Asset Management กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะอยู่อีกนาน นักลงทุนไม่ควรตื่นตระหนกแต่ก็ไม่ควรประมาท ความสำเร็จของการลงทุนที่ผ่านมาเกิดจากการใช้โอกาสในช่วงตลาดผันผวนเข้าสะสมหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากกลยุทธ์ของจีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นภาคลงทุนสู่การบริโภคและบริการ ตัวอย่างปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาวที่เป็นตัวบ่งชี้ธุรกิจผู้ชนะ (Long term winner) ได้แก่ 1) การยกระดับการบริโภคด้วยสินค้าคุณภาพและราคาสูงขึ้น 2) การขยายตัวของเมืองและความเจริญ 3) นวัตกรรมและการสร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติ และ 4) การรองรับตลาดผู้สูงอายุ

ขณะที่ นางสาวดิออน เฉิง จาก Schroders กล่าวว่า ปีนี้ ตลาดหุ้นจีนให้ผลตอบแทนดีเพราะความสำเร็จของการควบคุมโรคโควิด-19 และเศรษฐกิจฟื้นกลับมาเร็ว ตัวเลข GDP ในอนาคตอาจดูไม่สูงเพราะแรงฉุดจากธุรกิจยุคเก่าเช่น สถาบันการเงิน และโภคภัณฑ์ แต่ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหรือวิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น เทคโนโลยี และการดูแลรักษาสุขภาพ จะยังเติบโตได้ดี สำหรับผลงานของกองทุนที่โดดเด่นในปีนี้มาจากการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่ตอบสนองต่อการยกมาตรฐานอุตสาหกรรม การผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้าจากกรณีความขัดแย้งกับสหรัฐฯ รวมทั้งสินค้าและบริการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

jumboslot

นางสาวศิริพร ย้ำว่า ภายใต้ลักษณะเฉพาะและโอกาสการเติบโตของตลาดหุ้นจีน ประกอบกับความสามารถของทีมผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกหุ้นที่น่าสนใจ กระจายความเสี่ยง และจัดการความผันผวน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาวด้วยการลงทุนในกองทุน K-CCTV

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y10 (KTGF1Y10) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองทุนในซีรีส์ของกองทุนตราสารหนี้ อายุโครงการประมาณ 1 ปี ที่เปิดระดมทุนมาแล้วนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย บลจ.กรุงไทยยังคงเชื่อว่าอาจมีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้จะมีแนวโน้มปรับตัวชันขึ้นจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และผลสืบเนื่องจากการประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และย้ำว่าเป็นจังหวะเหมาะที่นักลงทุนจะถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นประมาณ 1 ปี อย่างกองทุน KTGF1Y10 ที่นอกจากจะเน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอน หรือรักษาเงินต้นให้อยู่ครบแล้ว ยังเป็นทางเลือกในการช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโออีกด้วย

slot

กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y10 เป็นกองทุนตราสารหนี้ โดยจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน