ตราสารหนี้ภาคเอกชน

ทำความรู้จัก “ตราสารหนี้ภาคเอกชน” มีประโยชน์และความเสี่ยงอย่างไร? ทำไมถึงเป็นอีกทางเลือกของนักลงทุนในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ และต้องการมองผลตอบแทนที่มากขึ้น
เรื่องน่าคิดของนักลงทุนตราสารหนี้ในปัจจุบัน

jumbo jili

ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ นักลงทุนต่างมองหาผลตอบแทนที่มากขึ้น ทำให้มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยหันไปลงทุนในตราสารหนี้ความเสี่ยงสูง โดยคาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนเหมือนที่เคยได้รับในอดีตจากตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ดีตราสารหนี้ความเสี่ยงสูง ถึงแม้จะให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นกัน และอาจจะทำให้พอร์ตการลงทุนขาดทุนได้ หากบริหารอย่างไม่ระมัดระวัง

นอกจากความเสี่ยงด้านเครดิตแล้ว การลงทุนในตราสารหนี้ความเสี่ยงสูง นักลงทุนอาจจะต้องเจอกับการขาดทุนแบบ mark to market (การคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยให้สะท้อนราคาตลาดที่เป็นธรรม) จากการผันผวนของดอกเบี้ยนโยบาย

สล็อต

โดยในสิบปีที่ผ่านมานักลงทุนได้รับประโยชน์จาก mark to market ที่สูงขึ้นเพราะว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง เนื่องจากตราสารหนี้ส่วนใหญ่จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ อย่างไรก็ตามเมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับมาสูงขึ้น สิ่งที่ตรงกันข้ามสามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

แนะนำตราสารหนี้ภาคเอกชนเพื่อเป็นทางเลือกแทนพันธบัตร
ในสภาวการณ์เช่นนี้ นักลงทุนอาจจะลองพิจารณาทางเลือกอื่นแทนตราสารหนี้ เช่น private credit การลงทุนที่กำลังเติบโตประเภทนี้สามารถแก้ปัญหาที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ได้ โดยมีอัตราสูญเสียที่ต่ำกว่าและมีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น โดยพื้นฐานแล้วในโลกของ private credit นักลงทุนทำหน้าที่แทนธนาคารและเจรจาปล่อยกู้ทวิภาคีให้แก่ผู้กู้โดยตรง วิธีการเช่นนี้ทำกันมากในสหรัฐฯ เนื่องจากธนาคารปล่อยกู้ให้บริษัทลดลงเกือบ 50% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

สล็อตออนไลน์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่ธนาคารให้ความสำคัญกับเงินกู้และออกพันธบัตรให้บริษัทขนาดใหญ่ จึงเป็นการเปิดช่องว่างให้นักลงทุนเอกชน สามารถเข้ามามีบทบาทในการปล่อยกู้ให้บริษัทขนาดกลางได้ บริษัทขนาดกลางซึ่งมีเป็นแสนๆราย หรือที่เรียกกันว่า US Middle Market มีขนาดถ้าเทียบเป็น GDP ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯและจีน และเป็นการเปิดโอกาสสำหรับผู้ให้กู้ภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี

jumboslot

ประโยชน์และความเสี่ยงของตราสารหนี้ภาคเอกชน
หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ private credit คือจัดเป็นเงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะว่า private credit เปรียบเสมือนเงินกู้ของธนาคาร เงินกู้เหล่านี้เป็นเงินกู้ที่เจรจากันในแบบทวิภาคี โดยมีพันธสัญญาและการคุ้มครองผู้ให้กู้หากเกิดปัญหาด้านเครดิต ความคุ้มครองเหล่านี้จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้อย่างดีหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

ในที่ผ่านมา ตราสารหนี้ความเสี่ยงสูงมีอัตราสูญเสียมากกว่า private credit ถึง 5 เท่า ตั้งแต่ปี 2005 ตราสารหนี้ความเสี่ยงสูงมีอัตราสูญเสีย -1.7% ต่อปี ในขณะที่ private credit มีอัตราสูญเสียเพียง -0.3% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน

slot

ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า private credit เป็นอัตราลอยตัว จึงตัดเรื่องการขาดทุนแบบ mark to market ไปได้หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้น นอกจากนี้ผลตอบแทนของ private credit มักจะสูงกว่าประเภทอื่นๆในตลาดตราสารหนี้ทั่วไป แม้ว่า private credit จะน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน จึงต้องมั่นใจว่าเงินกู้นั้นมีแหล่งที่มาและได้รับการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ โดยผู้มีประสบการณ์สูง หากไม่ได้รับการบริหารที่ดีโอกาสเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อนักลงทุนจะรุนแรงมาก

ความเสี่ยงหลักๆของกองทุนรวม

แม้ว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีผู้เชี่ยวชาญมาบริหารจัดการลงทุนให้ แต่กองทุนรวมก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิด ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ของกองทุนที่ไปลงทุน ซึ่งจะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละกองทุนรวม ยิ่งการลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูง

jumbo jili

เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ หรือ กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ดังนั้น สิ่งที่ผู้ลงทุนควรทำ คือเข้าใจความเสี่ยงต่างๆ เหล่านั้นและพิจารณาว่ารับได้มากน้อยเพียงใด เราลองมาดูกันว่าความเสี่ยงที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง
ความเสี่ยงทั่วๆ ไปของกองทุนรวม
เมื่อมีปัจจัยบวกหรือลบมากระทบ ทำให้ราคาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลให้ มูลค่า NAV ของกองทุนรวมนั้นเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามไปด้วย ความเสี่ยงทั่วๆ ไป ที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนในกองทุนรวม ได้แก่
1
ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (interest rate risk)
เช่น อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดเปลี่ยนแปลงขึ้นลงจนส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้ที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นหรือลดลง ในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ย
2
ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดโดยรวม (market risk)
เช่น ภาวะเศรษฐกิจในประเทศซบเซา อาจส่งผลให้ราคาของหลักทรัพย์ต่างๆ ที่กองทุนรวมไปลงทุนอยู่มีแนวโน้ม เปลี่ยนแปลงลดลง

สล็อต

3
ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง (political risk)
เช่น เกิดการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงการปกครอง อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหารประเทศและการลงทุนได้ ซึ่งจะ กระทบบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หรือในกรณีที่การเมืองไม่มีความแน่นอน อาจส่งผลให้ภาวะตลาดชะลอตัว ส่งผลให้ราคาของ หลักทรัพย์ในตลาดลดลงหรือชะลอตัวได้
4
ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่กองทุนรวมไปลงทุน (company risk)
เช่น บริษัทบริหารงานผิดพลาดจนทำให้ผลการดำเนินงานขาดทุน
5
ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (credit risk)
เช่น บริษัทที่ออกตราสารหนี้ซึ่งกองทุนรวมเข้าไปลงทุนมีผลการดำเนินงานย่ำแย่จนไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ให้กับกองทุนรวมตามเวลาที่กำหนดได้

สล็อตออนไลน์

6
ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (liquidity risk)
เช่น หลักทรัพย์ที่ลงทุนไว้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไม่มาก อาจทำให้ไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้ในราคาหรือจำนวน ที่ต้องการภายในช่วงเวลาอันเหมาะสม
ความเสี่ยงหลักๆ ของกองทุนรวม
ทีนี้ลองมาดูความเสี่ยงหลักๆ ของกองทุนรวมแต่ละประเภทพอให้เห็นภาพกัน เช่น
กองทุนรวมตราสารหนี้
จะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ เช่น บริษัทซึ่งออกตราสารหนี้ที่กองทุนรวมนำเงินไปลงทุนฐานะ ทางการเงินไม่ค่อยมั่นคง ก็อาจมีผลต่อความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้กับกองทุนรวมได้ หรือความเสี่ยง ด้านสภาพคล่อง เช่น ตราสารหนี้ที่กองทุนรวมลงทุน ซื้อง่ายขายคล่องมากน้อยเพียงใด
กองทุนรวมหุ้น
จะมีความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่กองทุนรวมนำเงินไปลงทุน เช่น หากเป็นธุรกิจที่เน้นการส่งออก แล้วเกิดปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน อาจส่งผลต่อกำไรของบริษัท นอกจากนี้ ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะตลาดที่ อาจส่งผลในทางลบต่อธุรกิจ รวมทั้งราคาหุ้นของบริษัทที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุน

jumboslot

กองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ
นอกจากความเสี่ยงตามประเภทของสินค้าการเงินที่ไปลงทุน ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจาก อัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่ไปลงทุน รวมทั้งความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟ้องร้อง และ บังคับใช้กฎหมายในกรณีที่บริษัทที่กองทุนรวมไปลงทุนมีปัญหาด้วย
โดยปกติแล้วข้อมูลความเสี่ยงของกองทุนรวมทุกกองจะระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน ก่อนตัดสินใจ ลงทุนอย่าลืมศึกษาข้อมูลส่วนนี้ให้ดีด้วย
นโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันของแต่ละกองทุนรวมก็ทำให้เกิดความเสี่ยงมากน้อยแตกต่างกัน โดยตัวอย่างประเภท กองทุนรวมตามความเสี่ยงแต่ละระดับ มีดังนี้

กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำมากกองทุนรวมตลาดเงิน มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุคงเหลือของตราสารไม่เกิน 1 ปี โดย อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนรวมไม่เกิน 3 เดือน และโดยส่วนใหญ่กองทุนรวมประเภทนี้มักจะมีสภาพคล่องสูง ผู้ลงทุนสามารถ ขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการกองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น เป็นกองทุนรวมที่ บลจ.วางแผนการลงทุนเพื่อให้ความคุ้มครองเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุน (ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน) โดยเลือกใช้กลยุทธ์การลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารภาครัฐไทยและ ต่างประเทศ เงินฝาก บัตรเงินฝาก (certificate of deposit: CD) เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อพยายามทำให้โอกาสสูญเสียเงินลงทุนเริ่มแรกของ ผู้ลงทุนมีน้อยที่สุดกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short term bond fund) มีนโยบายเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก โดยกำหนดกรอบการลงทุนไว้ว่าอายุตราสารหนี้ในพอร์ต (portfolio duration) ของกองทุนรวมต้องไม่เกิน 1 ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นจะไม่ผันผวนมากเนื่องจากเป็นการลงทุนในระยะสั้นกองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ( ? 80% ของ NAV)

slot

กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป เช่น หุ้นกู้ภาคเอกชน ทั้งนี้ รวมถึงกองทุนที่ลงทุนใน ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เช่น หุ้นกู้อนุพันธ์ (structured note) ที่คุ้มครองเงินต้นด้วย

กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงปานกลางกองทุนรวมผสม ลงทุนได้ทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ โดยบางกองอาจเน้นลงทุนในตราสารหนี้ หรือบางกองอาจเน้นลงทุน ในตราสารทุนมากกว่าก็ได้

กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงกองทุนรวมหุ้นหรือกองทุนรวมตราสารทุน มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก ? 65% ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนรวม ตราสารทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบเน้นสร้างผลตอบแทนเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีอ้างอิงหรือใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงอนุรักษ์ (passive) เช่น กองทุนรวมดัชนีราคาหุ้น กองทุนรวม ETF หุ้น จะมีความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนรวมตราสารทุนที่มีนโยบายการลงทุน ที่เน้นสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีอ้างอิง (active)กองทุนรวมหุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจหลักประเภทเดียวกัน หรือ กองทุนรวมตราสารทุนแบบ sector fund มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีธุรกิจหลักประเภทเดียวกัน เช่น ในธุรกิจด้านพลังงาน ฯลฯ หรือตราสารทุน ในประเทศหรือ กลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่ง ? 80% ของ NAV

RMFแนะนำ

KFAFIXRMF เน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน เงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตราสารหนี้เอกชนจะเป็นตราสารคุณภาพสูง โดยกว่า 90% มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารที่ระดับ A- ขึ้นไป

jumbo jili

จุดเด่นของกองทุนนี้คือ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้สูงถึง 79% ของ NAV เท่ากับมีโอกาสมากขึ้นในการมองหาตราสารหนี้คุณภาพดีและผลตอบแทนดีจากประเทศต่างๆ ไม่จำกัดแค่ในเมืองไทย สำหรับใครที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือใกล้เกษียณมีระยะเวลาลงทุนอีก 1-2 ปี จะเหมาะสมกับกองทุนนี้ เพราะเน้นความมั่นคงของเงินต้นมากกว่ามุ่งหวังผลตอบแทนสูง

ความเสี่ยงระดับ 4 –ปานกลางค่อนข้างต่ำ
ดูข้อมูลกองทุน KFAFIXRMF

KFHAPPYRMF และ KFGOODRMF
ทั้ง 2 กองทุนนี้มีการแบ่งสัดส่วนการลงทุนทั้งใน ตราสารหนี้ และตราสารทุน ที่เป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และ หุ้นที่อยู่ระหว่าง IPO รวมถึงกองทุนอสังหาริมทรัพย์ REITs และ Infrastructure fund เรียกได้ว่าลงทุนได้ครบจบในกองทุนเดียว ทั้งสินทรัพย์เน้นมั่นคงเสี่ยงน้อยอย่างตราสารหนี้ และสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้นและมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงอย่างหุ้น REITs และ Infras

สล็อต

KFHAPPYRMF และ KFGOODRMF มีความแตกต่างกันตรงสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ โดย KFHAPPYRMF มีการลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 75% ซึ่งมากกว่า KFGOODRMF ที่สัดส่วนตราสารหนี้ต้องไม่น้อยกว่า 50% หมายความว่าหากผู้จัดการกองทุนมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้น จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของ KFGOODRMF ได้สูงสุดถึง 50% เลย ในขณะที่ KFHAPPY จะมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นได้สูงสุด 25% เท่านั้น

ยามตลาดหุ้นผันผวนหนัก ผู้จัดการกองทุนสามารถลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้เหลือ 0 ได้ทั้งสองกองทุน เป็นการบริหารอย่างยืดหยุ่นเพื่อปรับลดความเสี่ยง และไม่พลาดโอกาสหาผลตอบแทนดีๆ ให้เหมาะกันสถานการณ์ด้วย เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนดีๆ จากหุ้น แต่ไม่ต้องการเสี่ยงสูงในหุ้นเต็มร้อย มีเวลาลงทุนก่อนเกษียณสัก 5 ปีขึ้นไป

สล็อตออนไลน์

กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง
ดูข้อมูลกองทุน KFHAPPYRMF
ดูข้อมูลกองทุน KFGOODRMF

KFDNMRMF เป็นการนำโมเดลกลยุทธ์การลงทุนกองทุนเปิด “KFDYNAMIC” ที่จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2003 และมีผลงานที่ดีจนได้รับรางวัล Morningstar Thailand Fund Awards 2018 กลุ่มกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก มาเปิดเป็น LTF RMF ในปีนี้ โดยแนวทางการลงทุนคือจะลงทุนในหุ้นไทยที่ผ่านการคัดสรรเข้มข้นมาประมาณแค่ 20 ตัวเท่านั้น ไม่จำกัดว่าจะเป็นหุ้นเติบโตสูง หุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก หรือหุ้นปันผลสูง เรียกว่าลงทุนเน้นๆ ในหุ้นบริษัทที่มีศักยภาพดีจำนวนไม่มาก เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้สูง และมีระยะเวลาลงทุนนานหน่อย แต่ถ้าอยู่ในวัยใกล้เกษียณอาจจะไม่เหมาะนัก

jumboslot

กองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6
ดูข้อมูลกองทุน KFDNMRMF

KFSTARRMF เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย มีจุดเด่นตรงกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่นมาก สามารถลงทุนในหุ้นเด่นได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นกลาง-เล็ก หุ้นปันผลดี หุ้นเติบโตสูง โดยผู้จัดการกองทุนจะทำหน้าที่คัดหุ้นและจัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับแต่ละภาวะตลาด นับเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาวแบบ RMF มาก
กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนใน SET และ/หรือ MAI สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และ/หรือหุ้น IPO เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6
ดูข้อมูลกองทุน KFSTARRMF

KFGBRANRMF เหมาะกับผู้ที่สนใจกระจายการลงทุนไปในหุ้นต่างประเทศ กองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำ เจ้าของแบรนด์สินค้าขายดีทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก(Master Fund) ที่มีชื่อว่า Morgan Stanley Investment Fund – Global Brands Fund (Class Z)
หุ้นที่ลงทุนล้วนเป็นบริษัทใหญ่ผู้ผลิตแบรนด์สินค้าหรือบริการที่เรารู้จักกันดี และใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เช่น Unilever หรือ Reckitt Benckiser (เจ้าของ Dettol Durex Strepsils) ไปจนถึงบริษัทซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft และ บริการบัตรเครดิต Visa
กองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6

slot

ดูข้อมูลกองทุน KFGBRANRMF

ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน | RMF เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนเพื่อเกษียณอายุ

สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงื่อนไข RMF
ลงทุนไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี และไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. และเบี้ยประกันแบบบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
ลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ห้ามหยุดลงทุนติดต่อกันเกิน 1ปี โดยต้องถือหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปี และลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนในกองทุน RMF ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับมาในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีปฎิทิน (นับย้อนหลังตั้งแต่ปีก่อนปีที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข) และต้องนำเงินผลประโยชน์ (Capital Gain) ที่ได้จากการขายคืนไปรวมกับเงินได้ เพื่อชำระภาษีตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

กองทุนRMF

สำหรับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวเราก็ได้รู้จักกองทุน LTF จากบทความก่อนหน้ากันแล้ว บทความนี้เราจะชวนคุณมาวางแผนชีวิตหลังเกษียณต่อ บางคนอาจจะรู้สึกว่าการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่จำเป็นต้องรีบคิดก็ได้ แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตของคุณต้องการมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายอย่างสุขสบาย มีความมั่นคงและไร้ความกังวลตอนบั้นปลายชีวิต การลงทุนในกองทุน RMF ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมาก

jumbo jili

ดังนั้น บทความนี้เราจะเจาะลึกเกี่ยวกับกองทุน RMF และทำไมคุณจึงควรลงทุนใน RMF ตั้งแต่ตอนนี้
RMF คืออะไร?
RMF (Retirement Mutual Fund) หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้มีการออมเงินในระยะยาวเพื่อใช้จ่ายเมื่อเกษียณ นโยบายการลงทุนมีหลากหลาย คือสามารถลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ใช่แค่หุ้นอย่างเดียว เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตลาดเงิน ตราสารหนี้เอกชน หุ้น หุ้นต่างประเทศ ทองคำ เป็นต้น มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับต่ำ-กลาง-สูง อีกเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องลงทุนใน RMF มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีและอายุครบ 55 ปี จึงจะขายคืนกองทุนออกมาได้ โดยไม่ผิดเงื่อนไขของการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สล็อต

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการออมเงินให้เห็นผล สิ่งที่สำคัญคือ “ความต่อเนื่อง” ดังนั้นไม่แปลกที่ RMF จะกำหนดให้ต้องลงทุนทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) ยกเว้นปีใดที่ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องลงทุน (ซึ่งการนับระยะเวลาลงทุน 5 ปีจะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น) เพื่อให้เราได้สะสมเงินให้งอกเงยต่อเนื่องไป
4 เหตุผลที่คุณควรลงทุนใน RMF

  1. ตอบโจทย์การวางแผนเกษียณ
    เหตุผลสำคัญที่คุณควรลงทุนใน RMF คือ “การวางแผนเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ” เพราะเมื่อคุณเกษียณรายได้จากการลงแรงทำงานอาจจะหายไป ไม่มีเงินเดือนประจำ ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล ในทางกลับกันคุณยังมีรายจ่ายต่างๆ อยู่ และอาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ ค่ารักษาพยาบาลจากโรคต่างๆ ที่มักจะเจอในกลุ่มคนวัยเกษียณ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อ หรือค่าใช้จ่ายในอนาคตที่จะเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อ
    อย่าลืมว่าเรามีรายจ่ายตลอดชีวิต รู้อย่างนี้แล้วเราควรวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนนี้ คุณอยากจะเงินใช้หลังเกษียณเดือนละกี่บาท? เตรียมเงินเพื่อดูแลสุขภาพไว้เท่าไร? ต้องมีเงินเก็บสำหรับด้านอื่นๆ ในชีวิตเท่าไร? เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

  1. เลือกลงทุนได้หลายสินทรัพย์ ยืดหยุ่น สับเปลี่ยนกองทุนได้
    RMF มีหลายประเภท หลายระดับความเสี่ยงให้เลือก ถ้าเราเหลือเวลาลงทุนอีก 2-3 ปีก่อนจะเกษียณ ไม่อยากขาดทุนเงินต้นก็เลือก RMF ที่เสี่ยงต่ำ ลงทุนตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาลได้ แต่ถ้าเราเริ่มลงทุน RMFเร็ว ตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆ มีเวลาลงทุนนานกว่าจะเกษียณ เราสามารถเลือก RMF ที่มีความเสี่ยงสูง อย่าง กองทุนที่ลงทุนในหุ้น หรือหุ้นต่างประเทศได้ เพราะแม้หุ้นจะมีความเสี่ยงสูงในระยะสั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก

นอกจากนี้ เนื่องจาก RMF เป็นการลงทุนระยะยาว เมื่อลงทุนไปแล้ว สภาพเศรษฐกิจ สถานการณ์การลงทุนอาจผันผวน เปลี่ยนแปลง ทำให้เราอยากปรับเปลี่ยนการลงทุน ข้อดีของ RMF คือเราสามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุน RMF ด้วยกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพตลาดได้ เช่น ถ้าเรามองว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ตลาดหุ้นอาจปรับตัวลง ก็สามารถสับเปลี่ยนเงินลงทุนจาก RMF ที่ลงทุนในหุ้น มาลงทุนใน RMF ตราสารหนี้ได้ หรือหากเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มขยายตัว เราก็เปลี่ยนกลับมาลงทุนใน RMF หุ้นได้อีก การที่กองทุน RMF สามารถลงทุนสลับสับเปลี่ยนไปมาได้จึงช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับสภาวะเศรษฐกิจได้ดี นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์อีกด้วย

  1. ช่วยเพิ่มพูนผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้นได้

jumboslot

หลายๆ คนอาจจะมองว่าการที่เงื่อนไขของ RMF กำหนดให้เราลงทุนทุกปี ไม่มีการจ่ายเงินปันผลและขายคืนได้ต่อเมื่ออายุ 55 ปี ซึ่งดูจะยาวนานเป็นจุดที่ทำให้ลังเลที่จะลงทุน แต่มาดูข้อดีของมันกันบ้าง รู้หรือไม่ว่ายิ่งคุณลงทุนเป็นระยะยาวนานเท่าไหร่ เงินต้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และผลตอบแทนก็จะสะสมทบไปเหมือน “ดอกเบี้ยทบต้น” ที่จะยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นตัวช่วยให้เราไม่สามารถเอาเงินต้นและผลกำไรต่างๆ ไปใช้ได้ก่อน เงินจะสะสมไว้รอเราเกษียณ ถึงตอนนั้นเราก็อุ่นใจว่ามีเงินใช้แน่ๆ

ผลตอบแทนจะเพิ่มพูนมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเงินต้นที่เราลงทุนไป ผลตอบแทนที่ได้รับ และระยะเวลาที่เราจะลงทุนสะสม ดังนั้นแม้เราจะลงทุนปีละไม่มาก แต่ถ้าเราเริ่มลงทุนเร็ว มีเวลาลงทุนได้นาน แล้วเลือก RMF ที่เสี่ยงสูงหน่อย เพื่อให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงๆ ถึงวันเกษียณก็น่าจะสบายใจหายห่วงได้ว่ามีเงินให้ใช้แน่ๆ

slot

  1. ยิ่งซื้อมาก ยิ่งประหยัดภาษีมาก
    นอกจาก RMF จะสนับสนุนการออมเงิน ผู้ลงทุนยังได้สิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีหากทำตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในปีภาษี หรือ 5,000 บาท (นับจำนวนที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์) และสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้นั้น และเมื่อรวมกับเงินที่ส่งเข้ากองทุนสำรองเลี่ยงชีพ หรือ กบข. และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ผลประโยชน์ทางภาษีอีกข้อที่ผู้ลงทุนจะได้คือ กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gian) ที่เป็นไปตามเงื่อนไขจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณลงทุนเกิน 15% ของเงินได้ กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนจะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปีด้วย เราจึงไม่ควรลงทุนใน RMF เกินสิทธิลดภาษี

การที่คุณซื้อกองทุน RMF เร็วมีข้อดีที่คุณสามารถประหยัดภาษีได้ต่อเนื่อง เมื่อลงทุนต่อเนื่องไปทุกปี และยิ่งรายได้คุณมากขึ้น (ตามตำแหน่งและอายุงานของคุณ) อัตราภาษีขั้นสูงสุดก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่ง RMF จะช่วยให้เราประหยัดภาษีได้มากขึ้นด้วย
สรุป
การลงทุนใน RMF เป็นวิธีหนึ่งที่จะสนับสนุนให้เราสามารถลงทุนระยะยาวและออมเงินได้พร้อมกัน รวมถึงลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจกับเงื่อนไขของกองทุนให้ดี เพราะการลงทุนใน RMF นั้นไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้จนกว่าเราจะอายุ 55 ปี หมายความว่าเราจะต้องมีวินัยและสามารถจัดการการเงินให้มีสภาพคล่องได้ แต่ก็มีข้อดีที่นโยบายการลงทุนมีความยืดหยุ่น จึงสามารถสับเปลี่ยนกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ กันได้ตามสถานการณ์

ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไร ถ้าคุณต้องการมีความมั่งคั่งและมั่นคงในระยะยาวไปจนถึงบั้นปลายชีวิต RMF เป็นกองทุนที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

หากกองทุน RMF ตอบโจทย์การลงทุนและเป้าหมายชีวิตของคุณ บลจ.กรุงศรี มีกองทุน RMF มาแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจลงทุน

เมื่อกองทุนตราสารหนี้เพื่อสภาพคล่องไม่มีสภาพคล่อง

เรียกได้ COVID-19 มีผลกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะในตลาดการเงิน จากความกลัวที่ไม่รู้ว่าโรคระบาดจะจบลงเมื่อไร เศรษฐกิจจะถูกแช่แข็งไปอีกนานแค่ไหน

jumbo jili

เมื่อนักลงทุนประเมินสถาณการณ์ไม่ได้ สิ่งนักลงทุนบางส่วน (ใหญ่ๆ) ทำ คือการขายสินทรัพย์ทุกอย่างออกไปก่อน และถือเงินสดแทน สินทรัพย์ทั้งหมดที่ว่านี้รวมไปถึง หุ้น ทองคำ ตราสารหนี้ ทั้งระยาว และระยะสั้น จนทำให้ราคาตราสารต่างๆปรับตัวลดลงกันทั่วหน้า

ไม่เว้นแม่แต่ กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้น เมื่อมีคนขายเยอะ ผู้จัดการกองทุนก็ต้องขายตราสารหนี้ในพอร์ตเพื่อนำเงินมาคืนผู้ถือหน่วย ถ้าการขายเกิดขึ้นในภาวะปกติก็ไม่น่ากังวล แต่การขายรอบนี้เกิดในภาวะที่ ทุกคนแย่งกันขาย ขายกันจนไม่สนใจว่าราคาตราสารตอนนี้ควรขายหรือไม่

เหมือนเป็นการซ้ำให้ราคาตราสารหนี้ยิ่งปรับลดลง ทั้งๆที่ตราสารหนี้เหล่านั้นไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณภาพสินทรัพย์เลย ภาวะความกลัวแบบนี้ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุนรวมตราสารหนี้จำนวนมาก ซึ่งบางกองมีเงินลงทุนไหลออกมากกว่า 50% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

สล็อต

แรงขายที่เกิดขึ้นทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนไปกันหมด ร้อนไปจนถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องออกมาตรการมาให้ความช่วยเหลือ โดยออกกฎให้ ธนาคารพาณิชย์สามารถรับซื้อกองทุนรวม และนำกองทุนรวมไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ (ที่เรียกกันว่าการทำ REPO หรือ Repurchase Agreement) ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด **

แต่สินทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้บางกอง ไม่อยู่ภายใต้เงือนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เช่น ตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนก็ยิ่งแตกตื่นกันไปใหญ่ ว่ากองทุนที่ตัวเองถือจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ เหมือนเป็นการยิ่งซ้ำเติมให้มีเงินไหลออกจากกองทุนที่ไม่เข้าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อมีผู้ลงทุนมาไถ่ถอน ผู้จัดการกองทุนจึงจำเป็นต้องพยายามขายตราสารหนี้ในพอร์ตออก ซึ่งราคาตราสารหนี้บางตัวไม่อยู่ในภาวะปกติ แต่ผู้จัดการกองทุนต้องยอมตัดใจขาย

สล็อตออนไลน์

“ตราสารหนี้บางตัวคุณภาพดี แต่สภาพคล่องไม่ได้สูง” เมื่อต้องรีบขาย ก็เลือกราคาได้ไม่ดีนัก ส่งผลให้ราคากองทุนติดลบ พอราคาติดลบ คนก็กลัว พอกลัวก็ยิ่งขาย วนซ้ำเป็นวงจรเดิมๆ ถ้าวงจรนี้ไม่สิ้นสุด ก็อาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงกับกองทุนรวมนั้นได้

มาถึงตอนนนี้ สิ่งที่นักลงทุนทำได้ก็คือ ลองดูกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ ว่าเข้าข่ายการรับเป็นหลักประกันกับธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ ถ้าไม่ก็อาจจะต้องย้ายไปกองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐ หรือตราสารหนี้ในประเทศระยะสั้น ที่อยู่ในเกณฑ์การรับเป็นหลักประกันของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็น่าจะสบายใจกว่า

** สินทรัพย์คุณภาพตามเกณฑ์ ธปท. ได้แก่ **
(1) เงินสด เงินฝากกระแสรายวัน และเงินฝากประจำ สกุลเงินบาท และสกุลเงินตราต่างประเทศ
(2) ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาล
(3) พันธบัตร ธปท.
(4) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้อื่นใดที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่ ธปท. กำหนด ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย หรืออันดับเครดิตไม่ต่ากว่า A-
(5) ตราสารหนี้ภาคเอกชนสกุลเงินบาท อันดับเครดิตไม่ต่ำกว่า A-

jumboslot

ประเภทของตราสารหนี้
การแบ่งประเภทตราสารหนี้แบ่งได้หลายลักษณะดังนี้​

  1. แบ่งตามผู้ออกตราสาร
    01
    ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล
    ซึ่งประกอบด้วย
  2. ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) คือตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกจำหน่าย เพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นจากประชาชน โดยตราสารหนี้ประเภทนี้จะไม่มีดอกเบี้ย แต่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับจำนวนเงินตามหน้าตั๋วซึ่งต่ำกว่าราคาขาย เช่น ซื้อตั๋วเงินคลังที่มีราคาหน้าตั๋ว 100 บาท ในราคา 97 บาท เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ก็จะได้รับเงินตามหน้าตั๋ว 100 บาท ผลต่าง 3 บาท ก็จะเป็นผลตอบแทนที่ได้
  3. พันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น (Default Risk) น้อย จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง แต่ตราสารประเภทนี้ก็ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

slot


02
ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ เช่น พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันธบัตรรัฐวิสาหกิจบางแห่งมักได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ประเภทนี้มีความเสี่ยงของการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นต่ำ แต่ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

03
ตราสารหนี้ภาคเอกชน
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชนเพื่อระดมทุนไปใช้ในการดำเนินกิจการ ตราสารหนี้ประเภทนี้มักถูกเรียกว่า “หุ้นกู้” โดยหุ้นกู้จะมีความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารอาจผิดนัดในการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้น ดังนั้น เอกชนจึงต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่าตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่มีมากกว่า และยังมีความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

ตลาดตราสารหนี้ในระยะถัดไป

ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม

jumbo jili

ปัจจัยที่ 1 ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะหากประธานาธิบดีมาจากพรรคที่ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา หรือ Sweep Election จะทำให้การดำเนินนโยบายการคลังของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดมหาศาล

ปัจจัยที่ 2 การใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 จะเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมีแนวโน้มไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติจนกว่าจะมีการใช้วัคซีนอย่างแพร่หลาย จึงจะทำให้ความเชื่อมั่นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจกลับมา

ทั้ง 2 ปัจจัยมีผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ มีความชันมากขึ้น และน่าจะส่งผลเช่นเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่อัตราผลตอบแทนระยะสั้นมีแนวโน้มทรงตัวสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และไทยที่คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงสิ้นปี 2021

สล็อต

จากสถานการณ์ข้างต้น จึงแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนบางส่วนไปตราสารหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศอย่างเดียว ทั้งนี้ จากความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า ปัญหาทางการเมืองในประเทศ แนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายตราสารหนี้ไทยออกมา เพื่อ re-allocate ไปลงทุนในภูมิภาคอื่น

ทั้งนี้ นักลงทุนอาจมองหาจังหวะในการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากเศรษฐกิจและการค้าโลกฟื้นตัว ได้แก่ ตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว (DM Bond) ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่อื่นๆ (EM Bond) ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้เอกชนกลุ่มที่ระดับความเสี่ยงที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเฉพาะตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว นักลงทุนจึงควรมีไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงในกรณีที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และวัคซีน COVID-19 ไม่มาตามคาดการณ์ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมอีกระลอก โดยจะส่งผลให้ตราสารหนี้กลุ่มนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

สล็อตออนไลน์


อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมให้ผลตอบแทนเพียง 1.2% (คำนวณจากอัตราผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทย) เมื่อเทียบผลตอบแทนจากพันธบัตรกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (US, GE, SG, UK, JP) และกลุ่มประเทศเกิดใหม่เอเชีย (PH, CN, MY, KR, ID) ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.4% และ 6.5% (แท่งสีม่วง)

เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย มาจาก 4 ปัจจัย

ปัจจัยที่ 1 ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อGDP ที่มีแนวโน้มลดลงเหลือ 4% ในปี 2020 เทียบกับ 7% ในปี 2019 จากรายได้นักท่องเที่ยวที่ลดลง

ปัจจัยที่ 2 ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่าง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย จึงไม่จูงใจนักลงทุนต่างชาติ

ปัจจัยที่ 3 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ 4 ความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ (แบบไม่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน) ได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากผลตอบแทนพันธบัตร 3-10% (แท่งสีเหลือง)

ทั้งนี้ วิกฤติ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มแหล่งที่มาของผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุน

jumboslot


ดังกราฟดัชนีผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งถูกแปลงให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท แสดงให้เห็นว่าในช่วงเดือนมีนาคม นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาหุ้น หุ้นกู้ น้ำมัน ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงไทยปรับฐานรุนแรง และเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน อาทิ พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น ทำให้ราคาสินทรัพย์เหล่านี้ปรับตัวขึ้นสวนทางกับสินทรัพย์ส่วนใหญ่

ด้านพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย แม้จะถูกเทขายในเดือนมีนาคมแต่ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยมาก เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงกว่า มีความน่าสนใจมากกว่า และค่าเงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน

ผลจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบ Unconventional ทั้งการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ การควบคุมอัตราผลตอบแทน หรือ yield-curve-control และการเข้าซื้อสินทรัพย์โดยตรง หรือ Quantitative Easing ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง จนปริมาณตราสารหนี้ทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนติดลบเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

slot


สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย หากมองภาพไปข้างหน้า อาจมีความท้าทายที่นักลงทุนอาจต้องเริ่มคิดถึง scenario ที่พันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากธนาคารให้ดอกเบี้ย 0% หากเศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของ COVID-19 หรือสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบกับการส่งออก ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบันที่ 0.50% ลงอีกก็เป็นได้