สมาคมตราสารหนี้ฯยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยยอดออกหุ้นกู้ล่าสุดอยู่ที่ 6.7 แสนล้านบาท หวั่นทั้งปีชวดเป้า 8 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์แข่งกดดอกเบี้ยต่ำ

jumbo jili

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชน (Credit Spread) ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือต่ำกว่าระดับ BBB ลงไป สะท้อนถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ อย่างไรก็ดี ในเดือนล่าสุด (พ.ย.63) พบว่าหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งค่อนข้างดี Credit Spread เริ่มปรับลดลง

ทั้งนี้ มูลค่าการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชน ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.7 แสนล้านบาท ปรับลดลงกว่า 40% จาก ณ สิ้นปี 2562 ที่มียอดออกหุ้นกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดออกหุ้นกู้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่บริษัทใหญ่หันไปใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เนื่องจากธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ ทดแทนลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SME) ที่มีความเสี่ยงมากกว่า

สล็อต

“สำหรับเป้าหมายการออกหุ้นกู้ปีนี้ เราคาดว่าทั้งปีจะสามารถปรับขึ้นทะลุระดับ 7 แสนล้านบาทได้ อย่างไรก็ดี ยังต่ำกว่าระดับ 8 แสนล้านบาท ที่เคยคาดหวังเอาไว้ โดยคาดว่าในปีหน้ายอดระดมทุนของเอกชนด้วยตลาดตราสารหนี้จะกลับมาเพิ่มขึ้น แต่คาดว่ายังยากที่ยอดออกหุ้นกู้จะกลับไปทะลุ 1 ล้านล้านบาท อย่างช่วงก่อนเกิดโควิด-19” นางสาวอริยา กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯ เปิดเผยข้อมูล ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563 ว่า ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดที่คงมุมมองเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วว่า กนง. จะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากการสำรวจเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากขึ้นที่คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปีอาจปรับตัวลดลงเนื่องจากในช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินจากการซื้อกองทุนเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นและอาจมีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยมากขึ้นจากปัจจัยด้านการเมืองสหรัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นและนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีไบเดนที่มีแนวโน้มประนีประนอมมากกว่าทำให้เงินลงทุนจากสหรัฐไหลเข้า Emerging Markets มากขึ้น

รายละเอียดดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563

jumboslot

ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนธันวาคมนี้อยู่ที่ระดับ 46 ลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วและยังอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่คาดว่าการประชุม กนง. ในเดือนธันวาคมนี้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำแล้ว และ กนง. อาจต้องการเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น ถ้าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มอ่อนแอ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ส่งผลอาจทำให้ ธปท. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย

slot

ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” โดยปรับตัวลดลงจากครั้งก่อน สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 0.84% และ 1.41% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (23 พ.ย. 63) โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก และ Fund Flow ต่างชาติ