ข้อดีของตราสารหนี้ระยะสั้น

ถ้าหากว่ากำลังมองหาการลงทุนแบบสั้น ๆ ที่อายถการลงทุนน้อยกว่า 1 ปี หรือเท่ากับ 1 ปี รับรองเลยครับว่า ตราสารหนี้ระยะสั้น นั้นจะตอบโจทย์เพื่อน ๆ อย่างแน่นอน 100% ซึ่งตราสารหนี้ระยะสั้น คือ ตราสารการเงินชนิดนึงที่มีอายุเท่ากับหรือน้อยกว่า 1 ปี

jumbo jili

ผู้ออกตราสารหนี้มีสถานะเป็นผู้กู้ มีหน้าที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของการคืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือตามสารหนี้ที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ ซึ่งผู้ที่สานใจลงทุนในตราสารหนี้อย่างเรา ๆ ก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการจะลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ตราสารหนี้ระยะยาว รวมถึงยังสามารถเลือกกองทุนรวมในตราสารหนี้เองได้ด้วยเช่นกัน

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นกองทุนที่มีการรวมเอาการลงทุนแบบต่าง ๆ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่ากับ 1 ปี หรือน้อยกว่า 1 ปีเอาไว้ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ฯลฯ ซึ่งพวก ตราสารหนี้ระยะสั้น เหล่านี้จะมี Portfolio Duration ไม่เกิน 1 ปีนั่นเองครับ

สล็อต

ข้อดีของตราสารหนี้ระยะสั้น มีอะไรบ้าง
1.ตราสารหนี้ระยะสั้นมีความเสี่ยงต่ำ
การลงทุนกับตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ระยะยสั้น หรือตราสารหนี้ระยะยาวก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำ มีการนำเงินทุนของเราไปบริหารจัดการโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงนั่นเองค่ะ

สล็อตออนไลน์

2.ตราสารหนี้ระยะสั้นช่วยกระจายความเสี่ยง
ถึงตราสารหนี้ระยะสั้นที่เราลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากแบบการลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ แต่ก็ต้องยอมรับเลยครับว่าตราสารหนี้ระยะยาสั้นนี้มีสภาพคล่องที่สูงมาก ๆ ทำให้ช่วยกระจายความเสี่ยงของการลงทุนได้เป็นอย่างดีเลยแหละครับ

3.ตราสารหนี้ระยะสั้นมีสภาพคล่องสูง
ตราสารหนี้ระยะสั้นที่เราซื้อนั่นมีสภาพคล่องอย่างมาก ๆ เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบอื่น ผู้ลงทุนสามารถทำเรื่องซื้อ-ขายตราสารหนี้ระยะสั้นได้ทุกวัน หากมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ก็สามารถทำเรื่องภายในวันนี้ และรับเงินจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นได้ในวันทำการถัดไป จึงทำให้ตราสารหนี้ระยะสั้นนั้นเหมาะกับการที่จะเป็นแหล่งพักเงินมาก ๆ ครับ

jumboslot

สำหรับใครที่ต้องการลงทุน แต่กำลังกังวลว่าควรลงทุนแบบไหนดี เพราะยังมีความรู้ไม่มาก แต่ก็อยากลองเสี่ยงดู ตราสารหนี้ระยะสั้น นั่นถือว่าเป็นตัวเบือกที่มีความน่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะเหมาะกับคนที่ต้องการการลงทุนแบบที่มีสภาพคล่องสูงมาก ๆ ครับ

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานว่า เผยแม้จะมีการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในช่วงไตรมาส 2 แต่ตลาดตราสารหนี้ไทยยังขยายตัวที่ร้อยละ 2 จากการระดมทุนที่เพิ่มขึ้นของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ในครึ่งแรกของปี 2564 นักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิสะสม 7.34 หมื่นล้านบาท

“ธาดา พฤฒิธาดา” กรรมการผู้จัดการสมาคม ThaiBMA กล่าวว่า การขยายตัวที่ร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 14.41 ล้านล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ลดลงในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนมูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าการออก 5.22 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่มียอดการออกทั้งปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับการออก หุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม สังคมและความยั่งยืน (ESG bond) ยังเป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มีมูลค่าการออก ESG bond จากทั้งภาครัฐและเอกชนรวมทั้งสิ้น 6.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าการออกปีที่แล้วทั้งปี

slot

ส่วนการลงทุนจากต่างประเทศ (Fund flow) ในครึ่งแรกของปี 2564 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิรวม 7.34 หมื่นล้านบาท เป็นการขายสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น และซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะยาว เป็นการกลับเข้าซื้อตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปีนี้อยู่ที่ 9.08 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.49 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีก่อนหน้า โดยมากกว่าร้อยละ 90 เป็นการถือครองในตราสารหนี้ระยะยาว

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในช่วงครึ่งปีแรกมีการปรับตัวในทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีปัจจัยกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ จากนั้นปรับตัวลงเล็กน้อยในไตรมาส 2 จากการระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 เมื่อสิ้นไตรมาส 2 ของปี เส้น Bond yield จึงมีลักษณะชันขึ้น (Steepen) จากสิ้นปีที่แล้ว โดย Bond yield ปรับตัวสูงขึ้นจากสิ้นปีก่อนในทุกช่วงอายุ ซึ่งรุ่นอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 13 bps. และรุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 50 bps. จากปลายปีที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 0.51 และที่ร้อยละ 1.78 ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 2,ทำให้ตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้

กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA คาดว่าบริษัทเอกชนไทยยังคงต้องการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงการ refinance สินเชื่อที่กู้มาในช่วงก่อนหน้านี้ของบริษัทขนาดใหญ่เพื่อการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โดยได้ปรับประมาณการออกหุ้นกู้ทั้งปีขึ้นจากเดิมที่ 7.5 แสนล้านบาท เป็นที่ 9 แสนล้านบาท

ขณะที่ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่ามีโอกาสจะขยับขึ้นตาม Bond yield ของสหรัฐอเมริกา จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มส่งสัญญาณการทยอยถอนมาตรการการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Tapering) เมื่อตัวเลขต่างๆ สะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลายแห่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา พบว่า หลายบริษัททยอยออกหุ้นกู้ออกมาเสนอขายนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งออกมาให้คำแนะนำต่อการลงทุนในหุ้นกู้เหล่านี้ แต่การพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลใดบ้างก่อนตัดสินใจ?