เหตุผลที่อสังหาฯ ยังน่าลงทุน

เศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ดูจะเป็นขาลง จากสถานการณ์โควิด หลายคนตัดสินใจหยุดการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ารลงทุนในตลาดหุ้นและทองคำ เพราะมีความผันผวนสูง ขณะที่ตลาดตราสารหนี้และพันธบัตร ไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีเหมือนก่อนหน้า ส่วนการลงทุนเงินฝากเพื่อหวังผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากนั้น เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ต่ำเป็นประวัติการณ์

jumbo jili

แต่ อสังหาฯ ยังเป็นธุรกิจที่มีอนาคตและมีมูลค่าเพิ่ม และจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในอนาคต แถมยังเป็นกลุ่มเดียวที่มีความเสี่ยงจากการลงทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจอื่นๆ

อสังหาริมทรัพย์

การกล่าวเช่นนี้ เป็นถือว่าเป็นความขัดแย้งอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ธุรกิจอสังหาฯ ยังอยู่ในภาวะหดตัวและยังไม่มีวีแววว่าตลาดจะฟื้นตัวใน 1-2 ไตรมาสนี้ เพราะตราบใดที่วัคซีนโควิดยังไม่เพียงพอ หรือยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ก็ยากที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ให้กลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ ก็ยากที่เศรษฐกิจและธุรกิจต่างๆ จะฟื้นกลับมาได้ในเร็ววันนี้

สล็อต

8 เหตุผลที่อสังหาฯ ยังน่าลงทุน
จำนวนซับพลายสะสมในตลาดมีให้เลือกจำนวนมาก
สงครามราคาในขณะนี้ทำให้ราคาขายอสังหาฯถูกกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติ 30-40% โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
ธนาคารให้เครดิตกับนักลงทุนที่มีเงินสะสมและมีรายได้ที่มั่นคง
เป็นช่วงที่มีมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯด้วยการลดหน่อยภาษีการจดจำนองและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
เป็นช่วงผู้ประกอบการอสังหาฯเร่งระบายสต๊อกในมือเพื่อรักษากระแสเงินสด ทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น
เป็นช่วงที่มีการจัดแคมเปญพิเศษตกแต้งบ้านและคอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งช่วยลดต้นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องให้กับผู้ซื้

สล็อตออนไลน์

เป็นช่วงจัดแคมเปญอยู่ฟรี ซึ่งช่วยลดภาระในการส่งค่างวดของผุ้ซื้อในช่วง 2-3 ปีแรก
อสังหาฯ คือ แอสเสทที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เป็นแอสเสทที่ราคาไม่มีตก
ดังนั้น ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสทองของผู้ซื้ออสังหาฯ ทั้งที่เป็นอสังหาฯเพื่ออยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะการซื้อเพื่อการลงทุนนั้น เรียกได้ว่าเป็นโอกาสในวิกฤตของธุรกิจจริงๆ เพราะการซื้ออสังหาฯเพื่อลงทุนในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผู้ซื้อจะได้กำไรจากส่วนต่างมากที่สุด เพราะการซื้อในช่วงนี้เท่ากับว่าผู้ซื้อมีกำไรจากการซื้อแล้วไม่ต่ำกว่า 20-30% จากส่วนลดของราคาขายที่ผู้ประกอบการจัดแคมเปญระบายสต๊อก และในบางรายที่สามารถต่อรองกับผู้ประกอบการได้ดีก็อาจมีกำไรจากการซื้อมากถึง 40%

jumboslot

แม้ว่าการซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุนในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด แต่ผู้ซื้อเพื่อลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนมือใหม่นั้นจำเป็นต้องศึกษารูปแบบการลงทุนด้วย เพราะต้องทำความเข้าใจว่าการลงทุนทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยง ดังนั้นในการลงทุนนั้นจึงควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และความต้องการของตลาดในปัจจุบัน
5 รูปแบบการลงทุนในอสังหาฯ ที่ต้องรู้

  1. ลงทุนแบบเก็งกำไร เป็นรูปการณ์ลงทุนยอดนิยมของนักลงทุนมือใหม่ โดยการทำกำไรจากการขายใบจองคอนโด ซึ่งรูปแบบลงทุนนี้เป็นที่นิยมเพราะใช้เงินลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนเร็ว

สำหรับการลงทุนแบบเก็งกำไร โดยมาเป็นการลงทุนใบจองห้องชุดในระยะสั้น หลังจากโครงการเปิดให้จองในวันแรก ส่วนใหญ่นิยมขายใบจองในเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อเลี่ยงภาระการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเงินลงทุนซื้อใบจองโดยมากอยู่ระหว่าง 50,000 – 100,000 บาท การลงทุนแบบเก็งกำไรนั้น ผู้ลงทุนต้องศึกษาทำเลที่ตั้งโครงการ เพื่อให้ปล่อยง่าย และได้กำไรสูง โดยมากทำเลต้องอยู่ในชุมชน ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน นอกจากนี้ ยังต้องศึกษาความต้องการของผู้ซื้อ จำนวนโครงการที่ขายในย่านนั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ขายใบจองได้เร็วและไม่ขาดทุน

  1. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน เป็นการอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกกันว่าเสือนอนกิน การลงทุนรูปแบบนี้ อาจต้องมีเงินเย็นหรือเงินเก็บในการลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดภาระในอนาคต โดยผู้ลงทุนสามารถ เลือกลงทุนทั้งใน คอนโด บ้าน หรือแม้แต่ที่ดิน เพื่อปล่อยเช่าเป็นรายเดือน การเลือกอสังหาฯ เพื่อปล่อยรายเดือนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ ทำเลที่ดี ความเหมาะสมของราคาที่ซื้อลงทุน เพื่อเทียบกับความเป็นไปได้ของการตั้งราคาค่าเช่า ที่สามารถจูงใจผู้เช่าได้ ยิ่งเป็นอสังหาฯ ทำเลดี สามารถตั้งราคาเช่าได้สูง กำไรที่ได้ก็มากขึ้นด้วย

slot

3.การลงทุนปล่อยเช่ารายวัน (เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว) การลงทุนรูปแบบนี้ แม้จะคล้ายคลึงกับ 2 ประเภทแรก แต่มีความแตกต่างที่ระยะเวลาการปล่อยเช่า การปล่อยเช่ารายวันนั้นจะเหมาะกับอสังหาฯ ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา เชียงใหม่ หัวหิน เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านที่มีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก และมีผู้เช่าหมุนเวียนตลอด ดังนั้น จึงสามารถใช้ อาคารพาณิชย์ บ้าน หรือแม้แต่คอนโด มาตกแต่งเป็น Hostel หรือ Airbnb ซึ่งได้รับความนิยมจากนักเดินทางในการค้นหาห้องหรือบ้านพักได้ในราคาต่ำกว่าโรงแรม

  1. การลงทุนในกองทุนอสังหาฯ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กลัวจะต้องขาดทุน และยังสามารถลงทุนทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และยังเหมาะกับนักลงทุนทุกเพศทุกวัย และยังลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และการลงทุนรูปแบบนี้ยังไม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก แต่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว แถมยังได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพ เพราะมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่คัดเลือกและลงทุนให้ ซึ่งปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาฯ โดยมาจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-10% และยังมีทางเลือกที่เปิดกว้างในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน โรงแรม

5.การลงทุนรีโนเวท เพื่อเพิ่มมูลค่าบ้าน–คอนโด เป็นรูปแบบการลงทุนที่ช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ ตัดสินใจลงทุนที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น นั่นคือการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดในรูปแบบมือสองหรือบ้านใหม่ที่ถูกขายทอดตลาดมาตกแต่งใหม่ ให้ในสไตล์ต่าง ๆ และขายต่อ ซึ่งรูปแบบการลงทุนนี้จะเน้นลงทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง โดยนักลงทุนบางกลุ่มเลือกซื้ออสังหาฯ จากการประมูลกรมบังคับคดี หรือทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงิน ที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด และมีทำเลที่ดีมาตกแต่งใหม่แล้วขายต่อ

ภาวะตลาดตราสารหนี้

มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 60,185 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 5,203 ล้านบาท 2. 12 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 5,956 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 0.74% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.04%

jumbo jili

ภาพรวมของตลาดในวันนี้

Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้า 2-4 bps. ในตราสารระยะยาว ด้านปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ด้วยคะแนน 4 : 2 เสียง โดยกรรมการ 2 เสียง เสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 ลดลงเหลือเติบโต 0.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 1.8% และในปี 65 จะเติบโตเพิ่มเป็นราว 3.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.9%

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ทางด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 64 เหลือติดลบ 1.5-0%

สล็อต

และในวันนี้มีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลพันธบัตรรัฐบาลในวันนี้รุ่น LB426A อายุ 20 ปี วงเงิน 13,000 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของผลประมูลอยู่ที่ 2.2774% สูงกว่า Yield ตลาดของวันก่อนหน้า 1 bps. โดยมีผู้สนใจยื่นประมูล 1.87 เท่าของวงเงินประมูล สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 5,956 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 5,956 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี NET SELL ของนักลงทุนต่างชาติ 1,917 ล้านบาท

สรุปภาวะการซื้อขายตราสารหนี้

ตลาดตราสารหนี้ไทย 04-08-2021 Change %Change มูลค่าการซื้อขาย 60,185.03 ลบ. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 3 เดือน 0.40 % ลดลง 0.01 % อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปี 0.48 % 0.00 % อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี 0.74 % ลดลง 0.04 %

มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright (แยกตามประเภทตราสาร) <<

สล็อตออนไลน์

ประเภทตราสาร ล้านบาท Change %Change ตั๋วเงินคลัง 4,445.37 ลดลง 24 % พันธบัตรรัฐบาล 26,870.93 เพิ่มขึ้น 68 % ตั๋วสัญญาใช้เงินรัฐบาล 0.00 n/a พันธบัตร ธปท. 23,560.25 ลดลง 77 % พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 0.00 n/a หุ้นกู้เอกชน 4,811.84 เพิ่มขึ้น 29 % พันธบัตรต่างประเทศ 0.00 n/a

หมายเหตุ: n/a คือ หาค่าไม่ได้ เนื่องจากไม่มีมูลค่าการซื้อขายในวันก่อนหน้า

jumboslot

  1. อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon rate)
    คือ อัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกมีภาระที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ถือตราสารหนี้นั้นๆ ตามงวดการจ่ายดอกเบี้ยที่กำหนดตลอดอายุของตราสารหนี้นั้น
  2. งวดการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon frequency)
    คือ จำนวนครั้งของการจ่ายดอกเบี้ยต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ออกตราสารหนี้ เช่น กำหนดให้มีการจ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี เป็นต้น
  3. วันหมดอายุหรือวันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity date)
    หมายถึง วันหมดอายุของตราสารหนี้นั้น ซึ่งผู้ออกจะต้องจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยงวดสุดท้าย (ถ้ามี)
    ให้กับผู้ถือ
  4. ชื่อผู้ออก (Issue)
    คือ ผู้ออกตราสารหนี้นั้นซึ่งอยู่ในสถานะเป็นผู้กู้หรือลูกหนี้นั่นเอง

slot

  1. ประเภทของตราสารหนี้
    คือ ข้อมูลที่ระบุประเภทของตราสารหนี้นั้น เช่น หุ้นกู้ไม่มีประกัน หุ้นกู้ด้อยสิทธิ/ไม่ด้อยสิทธิ
    หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นต้น
  2. ข้อสัญญา (Covenants)
    หมายถึง เงื่อนไขที่ผู้ออกจะต้องปฏิบัติตามหรืองดเว้นการปฏิบัติตลอดอายุของหุ้นกู้ เช่น การห้ามจ่าย
    เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นสามัญเกินอัตราที่กำหนด การดำรงสัดส่วนของหนี้สินต่อทุนไม่เกินอัตราที่กำหนด
    ข้อสัญญาอาจรวมถึงการจำกัดด้านการบริหารของผู้ออก เช่น การห้ามรวมกิจการ เป็นต้น

วิธีเล่นหุ้นเบื้องต้น

ตราสารหนี้ (Debt Instrument หรือ Fixed Income Securities) คือ

jumbo jili

ตราสารทางการเงินที่ผู้ออกตราสารซึ่งเรียกว่า ผู้กู้หรือลูกหนี้ มีข้อผูกพันทางกฎหมายว่าจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเป็นงวดๆ และเงินต้น หรือผลประโยชน์อื่นๆ
ตามข้อกำหนดในตราสารให้แก่ผู้ซื้อซึ่งเรียกว่า ผู้ให้กู้หรือเจ้าหนี้ เมื่อครบกำหนดที่
ตกลงกันไว้ โดยระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนของตราสารหนี้นั้นจะมีตั้งแต่ระยะสั้น
(ไม่เกินหนึ่งปี) ระยะปานกลาง (หนึ่งถึงห้าปี) ไปจนถึงระยะยาว (เกินห้าปีขึ้นไป)
กรณีตราสารหนี้ในตลาดทุนโดยทั่วไปมักจะหมายถึงตราสารที่มีอายุไถ่ถอนมากกว่า
หนึ่งปีขึ้นไป โดยผู้ซื้อจะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ส่วนลดรับ หรือ
ผลประโยชน์อื่นตามที่ได้มีการกำหนดไว้

สล็อต

การใช้คำว่า “ตราสารหนี้” ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนมือของผู้ถือ (นักลงทุนในตราสารหนี้) ซึ่งแตกต่างจากสัญญากู้ยืมที่แสดงความเป็น “เจ้าหนี้” และ “ลูกหนี้” ของผู้ให้กู้กับผู้กู้เงินเหมือนกัน แต่สัญญากู้ยืมเงินนั้นขาดความสามารถ
ในการเปลี่ยนมือของความเป็นเจ้าหนี้ระหว่างนักลงทุน ทั้งนี้ การเปลี่ยนมือของตราสารหนี้ระหว่างนักลงทุนนั้นสามารถทำผ่าน
กลไกตลาดรอง (secondary market) ได้ ซึ่งปัจจุบันตลาดรองของตราสารหนี้ก็คือ BEX (Bond Electronic Exchange)
ที่ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ

สล็อตออนไลน์

ตามความหมายข้างต้นแสดงว่า… “ตราสารหนี้” ก็คือ ตราสารทางการเงินชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่ต้องการเงินทุน (ผู้กู้) และผู้ที่มีเงินทุนแต่ต้องการผลตอบแทน (ผู้ให้กู้)
ผูกพันกัน โดยมีข้อกำหนดต่างๆ ที่ระบุในสัญญาหุ้นกู้ (Indenture) เป็นกฎกติกา
ร่วมกัน อีกทั้งตราสารหนี้ยังสามารถเปลี่ยนมือกันได้ในตลาดรอง คล้ายๆ กับ
การซื้อขายหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์ฯ
“ตราสารหนี้” เป็นศัพท์กว้างๆ แต่ที่ท่านอาจคุ้นเคยมากกว่า คือ “พันธบัตร” และ “หุ้นกู้” โดยพันธบัตรมักใช้เรียกตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ และ
มักเรียกว่าหุ้นกู้เมื่อออกโดยบริษัทเอกชน แต่ในต่างประเทศใช้คำว่า “Bond” สำหรับตราสารหนี้ทั่วไปทั้งที่ออกโดยรัฐและเอกชน มีในบางกรณีที่เรียกว่า “Debenture” เมื่อตราสารหนี้นั้นไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

  1. มูลค่าที่ตราไว้ (Par value)
    หมายถึง มูลค่าที่ผู้กู้จะต้องชำระคืนให้กับผู้ถือตราสารหนี้นั้น เมื่อครบกำหนด เช่น 1,000 บาท หรือ 10,000 บาท

jumboslot

  1. อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon rate)
    คือ อัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกมีภาระที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ถือตราสารหนี้นั้นๆ ตามงวดการจ่ายดอกเบี้ยที่กำหนดตลอดอายุของตราสารหนี้นั้น
  2. งวดการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon frequency)
    คือ จำนวนครั้งของการจ่ายดอกเบี้ยต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ออกตราสารหนี้ เช่น กำหนดให้มีการจ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี เป็นต้น
  3. วันหมดอายุหรือวันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity date)
    หมายถึง วันหมดอายุของตราสารหนี้นั้น ซึ่งผู้ออกจะต้องจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยงวดสุดท้าย (ถ้ามี)
    ให้กับผู้ถือ
  4. ชื่อผู้ออก (Issue)
    คือ ผู้ออกตราสารหนี้นั้นซึ่งอยู่ในสถานะเป็นผู้กู้หรือลูกหนี้นั่นเอง

slot

  1. ประเภทของตราสารหนี้
    คือ ข้อมูลที่ระบุประเภทของตราสารหนี้นั้น เช่น หุ้นกู้ไม่มีประกัน หุ้นกู้ด้อยสิทธิ/ไม่ด้อยสิทธิ
    หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นต้น
  2. ข้อสัญญา (Covenants)
    หมายถึง เงื่อนไขที่ผู้ออกจะต้องปฏิบัติตามหรืองดเว้นการปฏิบัติตลอดอายุของหุ้นกู้ เช่น การห้ามจ่าย
    เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นสามัญเกินอัตราที่กำหนด การดำรงสัดส่วนของหนี้สินต่อทุนไม่เกินอัตราที่กำหนด
    ข้อสัญญาอาจรวมถึงการจำกัดด้านการบริหารของผู้ออก เช่น การห้ามรวมกิจการ เป็นต้น

ตราสารหนี้จัดว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักลงทุนว่าจะให้ความสนใจต่อ
ช่องทางนี้มากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับและระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
ส่วนเหตุผลที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะลงทุนในตราสารหนี้ สามารถสรุปได้ดังนี้

  1. เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับตราสารทุนเพราะได้กำหนดอัตราผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน นักลงทุนสามารถประมาณการณ์กระแสเงินสดที่พึงจะได้รับในอนาคตได้
  2. ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างคงที่และสม่ำเสมอ เพราะตราสารหนี้มีการกำหนดจ่ายคูปองไว้ล่วงหน้า
  3. เป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเนื่องจากการลงทุนในตราสารทุนไม่สามารถประมาณการรายได้จากเงินปันผลหรือส่วนต่างกำไร (Capital Gain / Loss)
    ที่แน่นอนได้ และปกติตราสารหนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านราคา (Volatility) น้อยกว่าตราสารทุน
  4. มีตลาดรองรองรับ (Marketability) การซื้อขายเปลี่ยนมือ และหากเป็นตราสารที่มีคุณภาพดี เช่น ผู้ออกตราสารเป็นรัฐบาลหรือบริษัทเอกชนที่มีฐานะการเงิน
    มั่นคงก็จะทำให้ตราสารหนี้นั้นมีสภาพคล่อง (Liquidity)
  5. ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามกฎหมายสำหรับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน
  6. สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆเช่น ใช้ค้ำประกันธุรกิจ ค้ำประกันผู้ต้องหา ใช้ในการบริหารเงินนอกงบประมาณสำหรับหน่วยราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ ข้อ 5 และข้อ 6 จะเป็นในกรณีเฉพาะตราสารหนี้จากภาครัฐ

ลงทุนในตราสารหนี้ไม่มีหนี้แต่มีเงินเพิ่ม

เมื่อการฝากเงินในธนาคารให้ผลตอบแทนไม่สูงเหมือนในอดีต หรือหากต้องการผลตอบแทนสูง สูง เราก็ต้องมีเงินฝากในวงเงินที่สูงเช่นกัน ดังนั้นทางเลือกอีกอย่างในปัจจุบันนอกเหนือจากการลงทุนในหุ้น ก็คือ การลงทุนใน ตราสารหนี้ แล้ว ตราสารหนี้ ที่ว่า คือ อะไรล่ะ จะได้ผลตอบแทนยังไง ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากจริงหรือไม่ จะซื้อขายได้ที่ไหน เรามาเริ่มทำความรู้จักกันเลย

jumbo jili

ตราสารหนี้

ตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงินประเภทหนึ่ง ที่ผู้กู้ หรือ ผู้ออกตราสารหนี้ หรือ Issuer มีภาระในการกระจายกระแสเงินสด ได้แก่ ดอกเบี้ย และมูลคาไถ่ถอน ให้ผู้ให้กู้ หรือ นักลงทุนใน ตราสารหนี้ ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆ ที่ได้กันบ่อย เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้ ปตท. หุ้นกู้ CP เป็นต้น หรือจะอธิบายง่ายๆ คือ การออกหุ้นกู้ ก็คือช่องทางหนึ่งในการระดมทุนจากผู้ที่สนใจลงทุนนั่นเอง โดยผู้ลงทุนจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ และบริษัทที่เป็นเจ้าของหุ้นกู้ก็คือลูกหนี้ ที่มีภาระหน้าที่ในการจ่ายคืนดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนตามระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้

แต่ก่อนที่เราจะลงทุนกันมาทำความรู้จัก ตราสารหนี้ แต่ละประเภทกันก่อน ที่คุ้นเคยกันจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามประเภทผู้ออก ได้แก่

สล็อต

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) คือ ตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาวที่ออกโดยกระทรวงการคลังและบริหารงานโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน
ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและบริหารงานโดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ เราจะเรียกว่า พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Own Enterprise Bond) เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พันธบัตรการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยภาครัฐ เราจะเรียกว่า ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill หรือ T-Bill) ซึ่งจะมีอายุไม่เกิน 1 ปี สำหรับตั๋วเงินคลังนี้การจ่ายผลตอบแทนจะไม่ได้เป็นดอกเบี้ย แต่จะเป็นราคารับซื้อคืนที่สูงกว่าราคาที่เราซื้อมาในครั้งแรก

สล็อตออนไลน์

ส่วนอีกกลุ่มที่ออกโดยภาคเอกชนจะเรียกว่า หุ้นกู้ (Corporate Bond) ที่ออกโดยบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น หุ้นกู้ ปตท. หุ้นกู้ TRUE หุ้นกู้ CP หรือหุ้นกู้ของธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นธนาคารของรัฐ เช่น หุ้นกู้ธนาคารไทยพาณิชย์ หุ้นกู้บริษัทบัตรกรุงไทย เป็นต้น

ข้อดีของการลงทุนในตราสารหนี้ คือ ผลตอบแทนสูงและมีความเสี่ยงต่ำ หากเราเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล แต่ถ้าสามารถรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้อีกหน่อยก็เลือกลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่ผลตอบแทนจะสูงกว่าเงินฝากธนาคาร นอกจากนี้ตราสารหนี้ยังเป็นแหล่งรายได้ประจำให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง เพราะว่ามีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ให้กับเรา

รวมทั้งมีการจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอีกด้วย ซึ่งข้อดีอันนี้จะได้เปรียบเทียบการลงทุนในหุ้น ก็คือ ถ้าเราลงทุนในหุ้นผลตอบแทนที่ได้รับ คือ เงินปันผล จะไม่สม่ำเสมอเหมือนกับดอกเบี้ยที่จะได้รับจากตราสารหนี้ เพราะการจ่ายเงินปันผลนั้นจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของแต่ละไตรมาส หรือแต่ละปี สุดท้ายคือ หากเราต้องการที่จะขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด ก็สามารถทำได้ เพียงแต่เราติดต่อไปที่ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เราใช้บริการประจำว่าต้องการขายตราสารหนี้ที่มีอยู่ ซึ่งความยากง่ายในการขายตราสารหนี้นั้นขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของตราสารหนี้แต่ราย

jumboslot

ตราสารหนี้ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี ตราสารหนี้ก็มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงในการลงทุนเหมือน เหมือนกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกู้ เพราะหุ้นกู้ คือ บริษัทเอกชนเป็นผู้ออก ดังนั้นเราต้องดูความมั่นคงของบริษัท ผู้ออกว่าน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะเป็นหลักประกันได้ว่าเงินที่ลงทุนไปจะไม่เสียเปล่า ซึ่งสิ่งที่ใช้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ เราจะเรียกว่า อันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating ที่ออกโดยบริษัทจัดอันดับ ที่เราจะได้กันบ่อย บ่อย เช่น Fitch Rating หรือ TRIS Rating แต่อย่างน้อยหากเรามีหุ้นกู้อยู่ ถ้าบริษัทที่ลงทุนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ เราในฐานะเจ้าหนี้ เพราะมีหุ้นกู้ในมือจะได้รับเงินคืนก่อน คนที่มีหุ้นสามัญ (หุ้นที่ซื้อในตลาดหลักทรัพย์) เนื่องจากผู้ถือหุ้นสามัญมีฐานะเป็นเจ้าของ ซึ่งมีลำดับการได้รับเงินคืนรองจากหุ้นกู้อีกที

slot

หากสนใจลงทุนในตราสารหนี้ เราก็เพียงแต่ไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารต่างๆ ที่มีประกาศให้จองหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจได้เลย แต่ที่สำคัญก่อนที่จะลงทุนเราก็ควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจว่า จำนวนเงินขั้นต่ำที่ใช้ ระยะเวลาการถือ อัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ บริษัทผู้ออกน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเราสามารถศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวนของหุ้นกู้แต่ละบริษัท และอย่าลืมว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง อยู่ที่ว่าเรายอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่เงินออมของเราจะได้งอกเงยให้ชื่นใจ…และทำให้มีกำลังใจในการออมกันต่อไป