ใช้เงินทำงานผ่านกองทุน Income Fund

คุณนายพารวยสัปดาห์นี้ อยากจะพูดถึงคำหนึ่งที่พูดถึงบ่อยๆ หากต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินนั่นคือการสร้าง passive income การใช้เงินทำงานให้กับตัวเรา แบบตรงๆ เลยก็เช่น การลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลานัก

jumbo jili

หรือแบบอ้อมก็ลงทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หุ้นกู้เอกชน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรืออ้อม เจ้าของเงินก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบต่างๆแล้วแต่ทางเลือกการลงทุน เช่น ค่าเช่าคอนโด เงินปันผล หรือดอกเบี้ยผลตอบแทน หรือรายได้พวกนี้ก็คือกระแสเงินสดที่เราได้รับกลับมาแบบสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนเองก็ต้องหมั่นติดตามข่าวสารและศึกษาหาข้อมูล

คุณนายพารวยมาอ่านเจอ บทความของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง “การสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ด้วยกองทุนรวม Income Fund” เห็นว่าแนวทางนี้ ช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหาข้างต้นได้ดีทีเดียว โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวม เริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก แถมยังมีผู้จัดการกองทุนและทีมงานมืออาชีพมาคอยดูแลแทน ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และที่สำคัญคือสามารถสร้าง Passive Income ให้กับเราได้เช่นกัน จึงเหมาะกับคนที่ต้องการรับกระแสเงินสดแบบประจำ รับความเสี่ยงและความผันผวนได้ปานกลาง

สล็อต

ข่าวแนะนำ
AIS เผยกำไร Q 2/64 ที่ 7,041 ล้าน พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนฟื้นฟูประเทศ
หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดหุ้นเช้า ปรับขึ้น 11.10 ดัชนีอยู่ที่ 1,536 จุด
3 ปัจจัยสกัดฟันด์โฟลว์
Income Fund เป็นกองทุนรวมผสม ลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอีทีเอฟ กระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สินทรัพย์ต่างๆสามารถสร้างกระแสเงินสด หรือรายได้ให้กับนักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าเป็น “เครื่องจักรผลิตกระแสเงินสด เพื่อสร้าง Passive Income” ดีๆนี่เอง

สล็อตออนไลน์

ในบทความนี้ยังบอกเทคนิค 4 ข้อสำหรับการเลือกลงทุนในกอง lncome Fund ไว้อีกด้วย คือ

1.นโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ก่อนจะลงทุนควรจะพิจารณาว่ากองทุนนั้นมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้หรือเปล่า

2.ผลตอบแทนที่ดีและการจ่ายคืนกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีขึ้นไป ระยะยาวต้องให้ผลตอบแทนที่ดี และระยะสั้นผลตอบแทนต้องมีความสม่ำเสมอ

3.ค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม ไม่ควรตัดสินใจซื้อกองทุนรวมโดยเอาเรื่องค่าธรรมเนียมถูกเข้าว่า เพราะกองทุนรวมที่ค่าธรรมเนียมถูกแต่ผลตอบแทนที่ได้อาจจะไม่ดี นักลงทุนจึงควรพิจารณาที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นหลัก

4.ผู้จัดการกองทุน เพราะคุณภาพของผู้จัดการกองทุนเป็นสิ่งที่จะบอกอนาคตของกองทุนได้ จึงต้องดูหลักการและแนวคิดของผู้จัดการกองทุนรวมที่เราจะเลือกลงทุนให้ดี

ถ้าสนใจอยากลงทุน Income Fund เพื่อสร้างกระแสเงินสดหรือรายได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ e–Learning หลักสูตร “กองทุนรวม The Series” ในเว็บของตลาดหลักทรัพย์ฯ แหล่งความรู้การเงินการลงทุนที่ดีที่สำคัญคือ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!

jumboslot

อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี รายจ่ายเพิ่มขึ้น เงินเดือนคงที่ หลายคนคิดหารายได้เสริมเพื่อให้มีรายได้มากกว่ารายจ่าย เงินที่เหลือนั่นหมายถึงเงินออม ฝากธนาคาร และเมื่อมีเงินออมพอสมควรแล้วเราจะบริหารเงินออมให้ผลิดอกออกผลทำให้มันงอกเงยได้อย่างไร มันก็คงยากพอๆ กับตอนที่คุณคิดว่าจะขายอะไรดี ตอนคิดหารายได้เสริมใช่หรือไม่ ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับหน่วยลงทุนที่นอกเหนือจากเงินฝากประเภทต่างๆที่เรารู้จักกันดีแล้ว

ตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงิน ในรูปของ สัญญาทางการเงินระหว่างผู้ออกตราสารหนี้ และผู้ถือตราสารหนี้ มีกำหนดอายุและอัตราดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ที่แน่นอน มีการระบุวันชำระดอกเบี้ยและเงินต้นล่วงหน้า หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือสัญญากู้ยืมเงินที่ผู้ออกตราสารอยู่ในฐานะลูกหนี้ เนื่องจากผู้ออกตราสารต้องการนำเงินไปลงทุน ส่วนผู้ซื้อจะอยู่ในฐานะเจ้าหนี้

การลงทุนในตราสารหนี้ จะได้รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ ความเสี่ยงไม่มาก ในระหว่างถือยังไม่ครบกำหนดสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินฝาก ณ เวลาที่ออกพันธบัตร

slot

ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เรียกว่า “พันธบัตร”

ตั๋วเงินคงคลัง เป็นตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี รัฐบาลจะออกเพื่อกู้เงินระยะสั้นจากประชาชนหรือนักลงทุน ไม่มีดอกเบี้ยแต่จะขายในราคาที่ต่ำกว่าที่ระบุในตั๋ว เมื่อครบกำหนดจะได้รับเงินเต็มตามที่ระบุบนตั๋ว เช่นราคาตั๋ว 100 บาท ขายที่ 70 บาทความเสี่ยงน้อยที่สุดแต่อัตราดอกเบี้ยต่ำ

พันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้ระยะมากกว่า 1 ปี ซึ่งรัฐบาลออกเพื่อนำเงินไปพัฒนาประเทศ และลงทุนในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ความเสียงน้อย อัตราดอกเบี้ยไม่สูงนัก อายุการลงทุนมักมีอายุ 5-10 ปี ปัจจัยสภาพเศรษฐกิจ การเมือง อาจส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยให้สูงกว่าอัตราตราสารหนี้ได้ เช่น ปีแรกดอกเบี้ยธนาคารอยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดอกเบี้ยตราสารหนี้อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์เป็นระยะเวลา 2 ปี หากปีต่อมาดอกเบี้ยธนาคารลดไปเหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนมากกว่าฝากเงินไว้ 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้า ในปีต่อมาอัตราดอกเบี้ยธนาคารเพิ่มขึ้น 3.5 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่าเสียโอกาสที่จะได้ดอกเบี้ยมากขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์

เตรียมออกหลักเกณฑ์การลงทะเบียนแสดงตัวตนของผู้ลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไทย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความเห็นหลักเกณฑ์สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขายตราสารหนี้ และให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ รองรับการให้บริการผู้ลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทย ให้มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามแผนความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. และ ธปท. ในโครงการ Bond Investor Registration

jumbo jili

ก.ล.ต. เตรียมออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือจัดจำหน่ายตราสารหนี้ (ผู้ประกอบธุรกิจ) ต้องตรวจสอบว่า ลูกค้าและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (ultimate beneficiary owner: UBO) ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. แล้ว เพื่อให้ ธปท. มีข้อมูลสำหรับติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ (market surveillance) ในเชิงลึกที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามแผนความร่วมมือในโครงการที่กล่าวมาข้างต้น

สำหรับการให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service) ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินการให้ลูกค้าและ UBO เปิดบัญชีหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชี และเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ รวมทั้งมีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. และแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ ธปท. ทราบ

สล็อต

นอกจากนี้ ในการรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้แก่ลูกค้า ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดำเนินการผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์แยกรายลูกค้าที่ได้ดำเนินการลงทะเบียนแสดงตัวตนข้างต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับพร้อมกับ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

ตราสารหนี้คืออะไร? อยากลงทุนตราสารหนี้ได้ผลตอบแทนต่อเนื่องต้องอ่าน!

ตราสารหนี้ คืออะไร

ตราสารหนี้ หมายถึง ตราสารทางการเงินที่แสดงถึงความเป็นหนี้ โดยผู้ออกตราสารซึ่งมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” จะมีภาระผูกพันทางกฎหมายกับผู้ซื้อตราสารที่มีสถานะเป็น “เจ้าหนี้”

ตราสารหนี้ หรือ Bond เป็นการลงทุนประเภทหนึ่งที่ผู้ซื้อตราสารจะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยหรือส่วนลดจากราคาตรา(Discounts) ตามอัตราและเวลาที่ตกลงกัน และจะได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดอายุ นอกจากนี้ผู้ซื้อตราสารหนี้หรือผู้ถือตราสารหนี้ก็ยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้น

ตราสารหนี้ มีกี่ประเภท

รู้จักกับตราสารแห่งหนี้ประเภทต่างๆ ดังนี้

สล็อตออนไลน์

ตราสารหนี้รัฐบาล

ตราสารหนี้รัฐบาล หรือตราสารหนี้ภาครัฐ (Government Bond) ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดีในนาม “พันธบัตร” เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐเพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้จากการขายพันธบัตรไปใช้หมุนเวียนหรือนำไปทำภารกิจใดๆ ของรัฐ

พันธบัตรรัฐบาลก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่ออกตราสาร เช่น “พันธบัตรรัฐบาล” เป็นของกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก “พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ” มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก “พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย” ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ตราสารหนี้เอกชน

jumboslot

ตราสารหนี้เอกชน หรือหุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) คือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนต่างๆ เพื่อระดมทุนเงินไปหมุนเวียน ลงทุนขยายกิจการ ฯลฯ ซึ่งแหล่งเงินทุนในลักษณะนี้มักมีต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ย ถูกกว่าการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามผู้ออกตราสารต้องอาศัยการเป็นบริษัทที่ได้รับความน่าเชื่อถือสูง พูดง่ายๆ ก็คือถ้าบริษัทไม่มีความน่าเชื่อถือก็ไม่มีนักลงทุนที่ไหนอยากจะเอาเงินไปให้ยืมนั่นเอง

ผลตอบแทนของการลงทุนตราสารหนี้ คืออะไร

ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนของการลงทุนในตราสารหนี้ในรูปแบบของ “ดอกเบี้ย” ตามอัตราและระยะเวลาที่ตกลงกันไว้เพราะตราสารหนี้ก็คือการกู้ยืมเงินกันระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้นั่นเอง

นอกจากนี้ ผู้ออกตราสารอาจกำหนดผลตอบแทนเป็นส่วนลดจากราคาตรา(Discounts) ก็ได้ ซึ่งผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับก็จะอยู่ในรูปแบบของส่วนต่างราคาซื้อ และมูลค่าที่ตราไว้บนตราสารหนี้ซึ่งนักลงทุนจะได้คืนเมื่อครบกำหนดหรือ

slot

การลงทุนตราสารหนี้ เหมาะสมกับใคร

การลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับนักลงทุนที่…

มีเงินเย็น เพราะความเสี่ยงหนึ่งของการลงทุนในตราสารหนี้คือความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นในรูปแบบของดอกเบี้ย

เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนมากกว่าฝากประจำ และรับความเสี่ยงได้น้อยกว่าการลงทุนในหุ้น

เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตราสารหนี้เช่น การประเมินมูลค่า และความเสี่ยงในการลงทุน ฯลฯ

ตราสารหนี้ เป็นอีกวิธีการลงทุนทางเลือกของนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากงานประจำ อย่างไรก็ตามแม้ตราสารหนี้จะขึ้นชื่อว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอยู่ดี นักลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

การเก็บภาษีกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้กับสิ่งที่เปลี่ยนไป

จากเดิมหากนักลงทุนเลือกลงทุนตราสารหนี้โดยตรง เมื่อได้รับดอกเบี้ยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทำให้นักลงทุนเสียภาษีสุทธิ 15% แต่หากเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ เมื่อกองทุนรวมได้รับดอกเบี้ยจะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และในกรณีที่นักลงทุนได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวม จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเพียง 10% และทำให้นักลงทุนเสียภาษีสุทธิ 10%

jumbo jili

จาก 2 ทางเลือกข้างต้น จะเห็นได้ว่าเกณฑ์การเก็บภาษีกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้แบบเดิมนี้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน จึงทำให้รัฐบาลพิจารณาการเก็บภาษีกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้

นิยามกองทุนรวม
กฎหมายฉบับใหม่กำหนดคำนิยามของกองทุนรวมไว้ว่า “กองทุนรวมทั้งหมดจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย” และมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร (ดอกเบี้ยและส่วนลด)

รายได้และดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุน ต้องเสียภาษี
กฎหมายฉบับใหม่กำหนดว่า ไม่ว่าจะเป็น เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงิน รวมถึง รายได้และดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ จะต้องเสียภาษีในอัตรา 15% โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

สล็อต

แต่เนื่องจากปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่สามารถแยกผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่มาจากการลงทุนในตราสารหนี้ และผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนตราสารทุนได้ กรมสรรพากรจึงแนะนำให้ผู้เสียภาษีหรือนักลงทุนบริหารการลงทุนในกองทุนรวมผสมเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนจากการลงทุนหรือได้รับส่วนแบ่งของกำไรหรือ มีกำไรจากการขายหน่วยลงทุน ในกองทุนรวมผสม ไม่ว่าจะรับในรูปแบบของบุคคลธรรมดา, บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแทน

กฎหมายการเก็บภาษีกองทุนรวม มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?
กฎหมายการเก็บภาษีกองทุนรวมฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 นั่นหมายความว่า หากมีการลงทุนตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมหลังจาก วันที่ 20 สิงหาคม 2562 และได้กำไรจะต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดทันที

สล็อตออนไลน์

แต่สำหรับผู้เสียภาษีท่านใดที่มีการลงทุนตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมก่อนที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ก็ไม่ต้องกังวลใจไปและคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของคุณอย่างแน่นอน เพราะประกาศจากกรมสรรพากรว่าด้วยเรื่อง การปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่า

  1. การเก็บภาษีกองทุนรวมใหม่ ไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง
    กฎหมายการเก็บภาษีกองทุนรวมฉบับใหม่จะไม่มีผลบังคับใช้กับการลงทุนหรือฝากเงินของกองทุนรวมที่เกิดขึ้นก่อน 20 สิงหาคม 2562 นั่นหมายความว่า หากคุณทำการซื้อกองทุนหรือลงทุนกับกองทุนรวมไปก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2562 คุณจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี 15% อยู่เหมือนเดิม แม้ว่าคุณจะได้รับดอกเบี้ยหลังวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ก็ตาม

หมายเหตุ : กองทุนรวมในที่นี้ หมายถึงกองทุนรวมที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น

jumboslot

  1. กฎหมายฉบับนี้ ไม่กระทบกับการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ
    สำหรับผู้เสียภาษีที่มีการลงทุนกองทุนที่อยู่ในกลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนรวมที่เสนอขายหน่วยลงทุนแก่สำนักงานประกันสังคม, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ผลตอบแทนที่ได้รับจากกองทุนเหล่านี้จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนเดิม ฉะนั้นวางใจได้เลยว่า กฎหมายเก็บภาษีกองทุนรวมฉบับใหม่นี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการออมเพื่อการเกษียณอายุของคุณแน่นอน
  2. กฎหมายเก็บภาษีกองทุนรวมใหม่ ไม่เป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน
    ผู้เสียภาษีอาจจะกังวลใจว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้จะทำให้นักลงทุนต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น เราอยากให้คุณวางใจได้ เพราะไม่ว่าหากคุณเลือกลงทุนใน

3.1 กองทุนตราสารหนี้
จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการรับกำไรในรูปแบบของ บุคคลธรรมดา, บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็ตาม รวมถึง กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทยและต่างประเทศที่ประกอบกิจการในไทย ได้รับกำไรจากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ด้วย (ในกรณีนี้บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้อยู่แล้ว ตามข้อ 2(32) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126ฯ) ทั้งนี้ เงื่อนไขการได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องเป็นไปตามนิยามกองทุนรวมตราสารหนี้ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ

slot

3.2 กองทุนรวมผสม
กำไรที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมของบุคคลธรรมดาจะยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตามข้อ 2(32) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126) เหมือนเดิม

ผลตอบแทนจากกองทุนที่ถูกหักภาษี ขอคืนเงินภาษีได้
หากผู้เสียภาษีหรือนักลงทุนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว แต่มีเงินได้สุทธิประจำปีไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้เสียภาษีสามารถขอคืนเงินภาษีที่ถูกหักไว้ได้ โดยยื่นแบบคำร้องขอคืนเงินหรือแบบอื่นๆ ที่กรมสรรพากรกำหนดต่อสรรพากรพื้นที่

ย้ำอีกครั้งว่า
กฎหมายฉบับนี้ถูกผลักดันเพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างนักลงทุนที่มีการลงทุนในตราสารหนี้ที่จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และ นักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย เท่านั้น ซึ่งเราอาจจะต้องรอดูกันอีกทีว่า รัฐบาลจะออกกฎหมายลูกมาเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร และหากมีข้อเพิ่มเติมตรงไหน iTAX จะรีบอัปเดตให้ผู้เสียภาษีทุกคนทราบต่อไป

และหากคุณเป็นหนึ่งคนที่มองหากองทุนเพื่อการลงทุนและลดหย่อนภาษี คุณสามารถเลือกใช้บริการคำนวณภาษีและวางแผนสำหรับการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ที่ iTAX shop เรากล้ารับรองว่า คุณจะเจอกับกองทุนที่คุณถูกใจและได้ผลตอบแทนที่ตรงใจคุณแน่นอน

ตราสารหนี้มีขาดทุนด้วยหรือ

ส่วนใหญ่มักนึกว่าประโยคนี้ ใช้กับนักลงทุนในหุ้นเท่านั้น แต่ในความจริงแล้ว ทุกการลงทุนล้วนแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น

jumbo jili

ก่อนที่เราจะลงทุน จึงควรทำความเข้าใจ ในสิ่งที่เราจะต้องลงทุนให้ดี

เมื่อวานนี้ (21 มี.ค. 63) คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และยังเคยเป็นอดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ Facebook ถึงบริษัทจัดการกองทุนบางแห่ง เริ่มประกาศไม่รับซื้อหน่วยลงทุนคืนในกองทุนตราสารหนี้

นั่นทำให้ผู้ที่อยากขายคืนช่วงนี้ขายคืนไม่ได้ และส่งสัญญาณให้แบงค์ชาติและรัฐบาลจับตาดูปัญหาอย่างใกล้ชิด

และบางบริษัทจัดการกองทุน ก็เปลี่ยนการได้รับเงินคืนจากการขาย ที่ T+1 เป็น T+5 แล้ว

อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มขมวดคิ้วทำหน้างง เข้าใจแหละว่ามันไม่ปกติ แต่มันคือยังไง อธิบายให้ง่ายกว่านี้ได้ไหม

สล็อต

เอาจริงๆ ถ้ามองภาพ “ตราสารหนี้” ให้ง่ายก็คือการให้ยืมและคิดดอกเบี้ย ซึ่งเรามีฐานะเป็นเจ้าหนี้
และมีอยู่ 2 แบบ คือ รัฐบาลออก เรียกพันธบัตรรัฐบาล และเอกชนออกจะเรียกหุ้นกู้

ซึ่งต่อให้เราลงทุนในหุ้นกู้ ไม่ว่าปีนี้ บริษัทนั้นจะกำไร หรือขาดทุน เราก็ยังต้องได้ดอกเบี้ยตามสัญญาอยู่ดี เรียกว่าไม่ขึ้นกับผลประกอบการ

ต่างจากตราสารทุน หรือหุ้น ที่เรามีสถานะเป็นหุ้นส่วน ราคาหุ้นและเงินปันผลจะขึ้นกับผลประกอบการของบริษัท

นั่นคือการลงทุนในตราสารหนี้ ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำการลงทุนในหุ้นเสมอ

เพราะเมื่อเราลงทุนก็แค่รอรับดอกเบี้ยในแต่ละปีที่บริษัทจ่ายออกมา มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่สัญญาของตราสารหนี้นั้นๆ

นั่นคือ.. สภาวะการลงทุนปกติ

แต่ความเสี่ยงก็คือ ถ้าคนออกหุ้นกู้ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย หรือบริษัทมีปัญหา ไปจนถึงล้มละลาย ก็มีสิทธิ์ทำได้ตั้งแต่ ไม่จ่ายดอกเบี้ยในปีนั้น ขอผัดผ่อน ไปก่อน จนถึงไม่ได้อะไรคืนมาเลยแม้แต่เงินต้น นั่นก็เพราะบริษัทปิดตัวล้มละลาย

สล็อตออนไลน์

หมายความว่าเงินที่ลงไปทั้งหมดกลายเป็นศูนย์

จริงๆ แล้วคนที่ลงทุนตราสารหนี้ เป็นคนที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว แลกกับผลตอบแทนที่น้อยหน่อย แต่สม่ำเสมอ ทุกปี

จนหลายคนเชื่อไปแล้วว่าตราสารหนี้ ไม่มีวันขาดทุน และบางคนเชื่อกระทั่งว่า นี่คือหลุมหลบภัยชั้นดี เวลาที่การลงทุนในหุ้นผันผวน

ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ทั้งในห้องสินธรของ Pantip ก็มีสมาชิกหลายคนแนะนำให้เอาเงินเก็บไว้ในกองทุนตลาดตราสารหนี้ ตลาดตราสารเงิน แทนการฝากธนาคารเนื่องจากได้ดอกเบี้ยดีกว่ามาก ซึ่งข้อด้อยกว่าแบงค์หน่อยเดียวก็คือ เวลาเราจะถอนเงินมาใช้ต้องทำการขายออกจากกองวันนี้ เพื่อจะได้เงินวันพรุ่งนี้มาใช้งาน เรียกว่าเสียเวลาไป 1 วัน (T+1) แลกกับดอกเบี้ยที่คุ้มกว่า

แต่ตอนนี้โลกกำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤติ โดยมี Covid-19 เป็นตัวเร่ง ทำให้เกิดสภาวะที่หลายคนเรียกว่า Perfect Storm

นั่นคือ มีปัจจัยหลายอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน เศรษฐกิจ และการลงทุน หยุดชะงัก รวมทั้งราคาหุ้นในตลาดหุ้น ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก

jumboslot

และทั้งหมดทำให้ตราสารหนี้โดนกระทบด้วย ซึ่งสาเหตุก็มีอยู่หลายประการ

– ทั้งการปรับพอร์ตอัตโนมัติของกองทุน หรือบุคคลที่เมื่อหุ้นตกลงอย่างหนัก ทำให้สัดส่วนตราสารกลายเป็นสูงมากในพอร์ตทำให้ต้องขายตราสารหนี้ออกมาเพื่อปรับสัดส่วนการลงทุน
– ต่างชาติเทขายตราสารหนี้ออกมา เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วมากใน 3 เดือนที่ผ่านมา
– นักลงทุนบางกลุ่มเริ่มกลัวว่าบริษัทที่ออกหุ้นกู้จะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ และอาจจะรวมไปถึงคืนเงินต้นไม่ครบตามจำนวน

ทำให้แรงขายในตลาดตราสารหนี้มหาศาล และถ้าจะต้องขายให้ได้เพื่อเอาเงินสด ยิ่งกดราคาให้ลดต่ำลง เพราะมีคนขายมากกว่ามีคนซื้อ รวมถึงกองทุนบริหารจัดการเงินสดไม่ทัน และไม่เพียงพอ

ดังนั้นผลตอบแทนตราหนี้ตอนนี้เริ่มติดลบ เพราะคนอยากถือเงินสดมากกว่า นั่นคือกำไรน้อยหน่อย หรือเท่าทุนดีกว่าไม่ได้เงินต้นคืนเลย ขอขายออกก่อนแล้วกัน

นั่นทำให้ บลจ. ที่บริการตราสารหนี้ยิ่งลำบากในการขายเพื่อหาสภาพคล่องเงินสดไปจ่ายคืนให้ลูกค้า

ยิ่งการเปลี่ยนจากรอ 1 วันทำการ (T+1) เป็นรอ 5 วันทำการ (T+5) ยิ่งทำให้คนที่พักเงินเฉยๆ ยิ่งเร่งขายออกมา

slot

ตอนนี้คือปัญหาสภาพคล่องในการซื้อขาย ทำให้คนยิ่ง Panic และยิ่งพยายามขายออกมาใหญ่

และยิ่งขายไม่ได้ ก็ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง ของคนที่ถือหุ้นกู้ที่อาจจะแค่เอาไว้พักเงิน ทำให้พอจะใช้เงินจริงๆ แล้วใช้ไม่ได้

นั่นทำให้กลายเป็นโดมิโนกระทบสภาพคล่องอื่นๆทั้งระบบ
ที่สำคัญอย่าลืมว่าคนที่ต้องการลงทุนตราสารหนี้
รับความเสี่ยงได้น้อยอยู่แล้ว

จึงเป็นปัญหาที่ควรจับตามอง แต่อย่าตื่นตระหนก
และหวังว่าปัญหานี้จะคลี่คลาย และรัฐบาลมาดูแลได้ทันท่วงที

สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนต้องระลึกไว้เสมอคือ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

กองทุนตราสารหนี้ลงทุนตอนนี้ยังไหวไหม

เช็กความเข้าใจ “กองทุนตราสารหนี้“ ลงทุนตอนนี้ ยังไหวไหม ?

jumbo jili

เมื่อพูดถึงกองทุนตราสารหนี้ เราคงนึกถึงแหล่งพักเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ลงทุนง่ายไม่ซับซ้อน

แต่จากข่าวล่าสุดที่มีปิดกองทุนตราสารหนี้ไปรัวๆ ถึง 4 กอง ทำให้หลายคนน่าจะมองภาพของกองทุนตราสารหนี้เปลี่ยนไปจากเดิม

อย่างไรก็ดี ในภาวะตลาดผันผวนแบบนี้ ถ้าใครยังต้องการทางเลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตราสารหนี้อยู่ นี่คือเรื่องที่ควรเข้าใจ ก่อนตัดสินลงทุน

กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร ?
กองทุนรวม
กองทุนตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ, ตั๋วเงินคลัง, เงินฝากของธนาคาร, ตั๋วสัญญาใช้เงิน, ตั๋วแลกเงิน, หุ้นกู้เอกชน เป็นต้น

สล็อต

โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น : ลงทุนในตราสารหนี้อายุเฉลี่ย ไม่เกิน 1 ปี
กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว : ลงทุนในตราสารหนี้อายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปี

เข้าใจรูปแบบการทำงานของ “ตราสารหนี้”
กองทุนรวม
การจะเข้าใจกองทุนตราสารหนี้ยิ่งขึ้น อันดับแรกเราต้องเข้าใจรูปแบบการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ก่อนว่าเป็นยังไง เพราะเป็นสินทรัพย์หลักที่กองทุนกลุ่มนี้ถือครอง

สำหรับตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงินชนิดหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลหรือบริษัทเอกชน ออกขายให้กับผู้ลงทุน โดยผู้ซื้อจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบ “ดอกเบี้ย” กลับมาคืนมาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และได้รับ “เงินต้น” คืนเมื่อครบกำหนดอายุตราสารนั่นเอง

สล็อตออนไลน์

กองทุนตราสารหนี้ เหมาะกับใคร ?
กองทุนรวม
กองทุนตราสารหนี้ เหมาะกับใคร ?

  1. ลงทุนได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว
  2. สร้างผลตอบแทนแน่นอน
  3. ต้องการรักษาเงินต้น
  4. หาที่พักเงิน กระจายเสี่ยงพอร์ตลงทุน

โดยรวมแล้วจะเห็นว่ากองทุนตราสารหนี้นั้นเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และไม่คาดหวังผลตอบแทนที่หวือหวา แต่แน่นอน สม่ำเสมอ

กองทุนตราสารหนี้เสี่ยงแค่ไหน ?
กองทุนรวม
ความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้จะอยู่ที่ระดับ 3 – 4 นั่นคือ เสี่ยงน้อยถึงปานกลาง ซึ่งกองทุนตราสารหนี้แต่ละประเภทก็จะมีความเสี่ยงแตกต่างกันออกไป

jumboslot

เช่น หากไปลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ก็จะมีความเสี่ยงต่ำมาก และจะมีความเสี่ยงเพิ่มหากไปลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน แต่ผลตอบแทนก็จะสูงขึ้นด้วย

แม้กองทุนตราสารหนี้จะเสี่ยงน้อยแต่ก็ขาดทุนได้ถ้า…

กองทุนรวม

  1. การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
    เช่น ดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว

ยกตัวอย่าง ผู้จัดการกองทุนเลือกนำเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี เท่ากับว่าเราล็อกผลตอบแทนไว้ที่ 2% เป็นเวลา 5 ปี

แต่เกิดสมมุตว่าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงขึ้นเป็น 3% ก็เท่ากับว่าเราหมดโอกาสที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่านั่นเอง

  1. ตราสารหนี้ที่ลงทุนถูกปรับลด Credit Rating
    Credit Rating จะเป็นสิ่งที่บอกว่าตราสารหนี้นั้นๆ มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด ยิ่งอันดับเครดิตสูง ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ก็ยิ่งต่ำ

โดย Credit Rating จะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ Investment Grade หรือ กลุ่มน่าลงทุน (AAA ถึง BBB) และ Speculative Grade หรือกลุ่มเก็งกำไร (BB ลงไปจนถึง D)

slot

  1. ความกังวลของตลาดเรื่องผิดนัดชำระหนี้
    ข้อนี้จะต่อเนื่องจาก Credit Rating คือ หากตราสารหนี้ที่กองทุนเราถืออยู่ถูกปรับลดความน่าเชื่อถือ ก็จะส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ได้ ซึ่งความกังวลนี้ ยังมีสาเหตุจากเรื่องอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ เป็นต้น

ก่อนซื้อกองทุนตราสารหนี้ ให้ได้ดีต้องดูอะไรบ้าง
กองทุนรวม

  1. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
    ถ้าแนวโน้มเป็นขาขึ้น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นก็จะมีโอกาสดีกว่า
    กลับกันหากเป็นขาลง ก็จะส่งผลดีต่อกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
  2. Credit Rating
    ต้องเช็กตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุนให้ดีว่าเป็นระดับไหน Investmeny Grade หรือ Speculative Grade ซึ่งหมายถึงระดับความเสี่ยงในการลงทุนของเรา
  3. เปรียบเทียบกับ Benchmark
    เราสามารถนำดัชนีชี้วัดต่างๆ มาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่ง Index ที่มักถูกนำมาใช้ก็อย่างเช่น Government Bond Index รวมถึงเทียบกับกองทุนอื่นที่มีนโยบายคล้ายคลึงกัน หรือสินทรัพย์ลงทุนอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงเท่าๆ กัน เช่น เงินฝากประจำ เป็นต้น

สุดท้ายนี้ FinSpace จึงได้รวบรวม 5 อันดับกองทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีโดดเด่น (ณ เดือนเม.ย. 63) มาไว้เป็นตัวเลือกลงทุนของทุกคนในช่วงนี้

ชื่อกองทุน บลจ ผลตอบแทน %
USHY UOBAM 4.53
ABEHB ASI 4.12
SCBEMBOND SCBAM 3.56
KT-WCORP KTAM 2.97
ABFTH KASSET 2.96
ซึ่งการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ในตอนนี้ยังสามารถทำได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้รอบด้าน เพื่อรับมือกับความผันผวนนี้

แนะลงทุนตราสารหนี้ระยะยาว ช่วงเศรษฐกิจมีความเสี่ยง

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเสี่ยงจากประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

jumbo jili

ประเด็น Brexit และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitical Risk) รวมถึงข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี นโยบายการเงินของประเทศแกนหลัก ยังคงผ่อนคลายทั้งด้านนโยบายดอกเบี้ย และการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการซื้อพันธบัตร เพื่อประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ทำให้ส่งผลดีต่อราคาตราสารหนี้

  นายชัชชัยกล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ในช่วงนี้นับเป็นจังหวะให้ผู้ลงทุนได้ทยอยลงทุนในตราสารหนี้ โดยมองว่าการลงทุนตราสารหนี้ในระยะยาวยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี และมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายทั่วโลก จึงแนะนำให้กระจายการลงทุนเข้ามาใน กองทุนเปิดเค

สล็อต

ตราสารหนี้ พลัส (K-FIXEDPLUS) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวคุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ อาทิ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เงินฝากในประเทศ และเงินฝากต่างประเทศ เป็นต้น โดยมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศยืดหยุ่นตั้งแต่ 0-100% กระจายการลงทุนมากกว่า 70 ตราสารทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตแบบเชิงรุก (Active Investment Management) จากทีมผู้จัดการกองทุนที่บริหารความเสี่ยงครอบคลุมในทุกประเด็น อาทิ ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ด้านความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงมีการติดตามข้อมูลรายวันเพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ทันเหตุการณ์

สล็อตออนไลน์

  “สำหรับมุมมองตลาดตราสารหนี้ไทยได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากส่งออกและการลงทุนที่หดตัว คาดว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ สอดคล้องกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และธนาคารกลางในเอเชียส่วนใหญ่ที่ต่างทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ

jumboslot

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 อัตราผลตอบแทนระยะยาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณอุปทานตราสารหนี้ไทยที่เพิ่มขึ้น เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในไทยลดลง ทั้งนี้ สามารถทยอยสะสมลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ได้ เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะยังดีกว่าเงินฝากในประเทศ” นายชัชชัยกล่าว

นายชัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนตราสารหนี้ในระยะยาวจะช่วยกระจายความเสี่ยง และปกป้องพอร์ตจากภาวะตลาดผันผวนได้ กองทุน K-FIXEDPLUS จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถถือครองหน่วยลงทุนได้ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และมองหาโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝาก

slot

และกองทุนตลาดเงิน นอกจากนี้ ยังเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการสภาพคล่องที่สูงกว่ากองทุน Term Fund อายุโครงการ 1 ปีได้ ทั้งนี้ กองทุน K-FIXEDPLUS มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน และ 1 ปี อยู่ที่ 1.84% และ 3.30% ต่อปี เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 1.77% และ 3.10% ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 62)

ตราสารหนี้แบ่งตามระดับการเรียกร้องสิทธิ

เพียร์ พาวเวอร์ย้ำเสมอว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง แม้แต่ตราสารหนี้ก็ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นของคำกล่าวนี้ แต่ความเสี่ยงของตราสารหนี้น้อยกว่าการลงทุนในหุ้นเพราะมีการเรียกร้องสิทธิในการชดใช้ก่อนหุ้นสามัญ หากบริษัทที่ไปลงทุนไว้เกิดล้มละลายขึ้นมา เนื่องจากสถานะความเป็นเจ้าหนี้นั่นเอง ซึ่งระดับการเรียกร้องสิทธิก็จะถูกแบ่งย่อยเป็นประเภทต่างๆ จากมากไปน้อย ดังนี้

jumbo jili

ตราสารหนี้มีหลักประกัน (Secured Bond)
องค์กรที่ออกตราสารหนี้จะมีการนำหลักทรัพย์มาค้ำประกันก่อนออกตราสาร และเมื่อบริษัทล้มละลาย หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันจะถูกนำออกไปขาย และใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้กลุ่มนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Debt)
ถึงแม้จะไม่มีการกำหนดให้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อชำระหนี้คืน แต่ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิจะเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 ที่จะได้รับการชำระหนี้หลังจากบริษัทล้มละลายลง โดยมีสถานะเทียบเท่า เจ้าหนี้สามัญของบริษัทที่ออกตราสารหนี้ดังกล่าวนั่นเอง

ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (Subordinate Bond)
ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ จะมีสิทธิในการเรียกร้องด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญอื่นๆ ในการเรียกร้องให้บริษัทที่ออกตราสารหนี้ชำระเงินคืน แต่ก็ยังเป็นเจ้าหนี้ที่มีโอกาสได้รับการชำระหนี้คืนจากบริษัทอยู่ ในลำดับที่ 3 อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสิทธิในการเรียกร้องสินทรัพย์ สูงกว่า หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญ

สล็อต

หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)
จะบอกว่าหุ้นบุริมสิทธิเป็นตราสารหนี้ก็คงไม่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะหุ้นบุริมสิทธิมีสถานะกึ่งกลาง ระหว่างตราสารหนี้ กับหุ้นสามัญ คือ เป็นทั้งเจ้าหนี้ และเจ้าของอย่างละครึ่ง จึงได้รับปันผลก่อน แต่เรียกร้องได้ทีหลังตราสารหนี้ เพราะถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลประกอบการ สิทธิในการเรียกร้องขอค่าชดใช้จึงน้อยลงไปด้วย

นอกจากนี้สิทธิการเรียกร้องยังเกี่ยวข้องกับหุ้นสามัญ ซึ่งเป็นประเภทที่ไม่มีสิทธิเรียกร้องการชดใช้ หรือชดเชยจากการล้มละลายเลย ถ้าจะให้เห็นภาพชัดขึ้น คือเมื่อบริษัทล้มละลาย หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันตอนจดทะเบียนออกตราสารหนี้จะถูกนำไปขาย แล้วชดใช้ให้กับผู้ถือตราสารแบบมีประกันทั้งหมดก่อน ที่เหลือจึงจะเป็นของผู้ถือตราสารแบบไม่ด้อยสิทธิ และหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ก่อนถึงหุ้นบุริมสิทธิ์ แต่ถ้าสินทรัพย์ถูกชดใช้หมดไปตั้งแต่ผู้ถือหุ้นกู้มีประกัน ผู้ถือตราสารลำดับต่อมาก็จะไม่ได้อะไรเลย การลงทุนในตราสารหนี้จึงมีความเสี่ยงเช่นกัน

และในขณะเดียวกัน ยิ่งเป็นตราสารที่มีสิทธิเรียกร้องมาก ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่าตราสารหนี้ที่มีสิทธิเรียกร้องต่ำตามไปด้วย เพราะในการลงทุนทุกประเภทนั้น ยิ่งมีความเสี่ยงมากผลตอบแทนยิ่งมาก (High Risk, High Return) ตามไปด้วย

สล็อตออนไลน์

ตราสารหนี้ แบ่งตามลำดับการเรียกร้องสิทธิ

ตราสารหนี้ซื้อขายอย่างไร
ตราสารหนี้ซื้อขายผ่าน 2 ตลาดเหมือนสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่นๆ เช่น หุ้น กองทุนรวม โดยการลงทุนในตราสารหนี้ในตลาดมีลักษณะดังนี้

ตลาดแรก
เป็นการซื้อขายตราสารหนี้ที่ออกครั้งแรก จากผู้ออกตราสารหนี้ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร หรือหุ้นกู้ โดยมีการกำหนดราคาโดยผู้ออกหุ้นกู้ หน่วยลงทุนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท สำหรับพันธบัตร และ 100,000 บาท หรือ 100 หน่วย สำหรับหุ้นกู้ โดยซื้อผ่าน บลจ. ที่ธนาคารพาณิชย์

ตลาดรอง หรือ ตลาด BEX (Bond Electronics Exchange)
เป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนตราสารหนี้โดยตรงระหว่างนักลงทุน ที่จะกำหนดราคากันเอง เป็นการซื้อขายนอกตลาด (Over The Counter) ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีขั้นตอนการซื้อขายดังนี้

jumboslot

เปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทหลักทรัพย์
ซื้อขายผ่านมาร์เกตติ้ง ที่จะแนะนำราคาที่ควรเป็น และดำเนินการซื้อขายให้ภายในระบบ
เมื่อจะขายมาร์เกตติ้งจะให้คำแนะนำด้านราคาที่เหมาะสม และปล่อยราคาขายออกไปในระบบ โดยระบบจะจับคู่ผู้ซื้อให้โดยอัตโนมัติ
เมื่อได้ผู้ซื้อกับผู้ขายแล้วมาร์เกตติ้งจะแจ้งผู้ลงทุนว่ามีการซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว
ผู้ซื้อต้องโอนเงิน ผู้ขายต้องโอนกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้ กระบวนการนี้จะใช้ระบบ T+2 คือจัดการภายใน 2 วันทำการ
ระหว่างนี้กรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้จะฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) (TDS)
ซื้อขาย ตราสารหนี้

ตราสารหนี้และความเสี่ยงจากการลงทุน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตราสารหนี้มีความเสี่ยงในด้านต่างๆ ไม่น้อยไปกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นเลย ในการถือตราสารหนี้ ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเผชิญคือ

ความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคา (Price Risk) ผลตอบแทนจากการขายที่ต้องการซื้อ

ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อ (Reinvestment Risk) การขายตราสารหนึ่งทิ้งไป เพื่อซื้อตราสารใหม่ ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนดีกว่าตามที่คิด

ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk) บริษัทเกิดล้มละลาย หรือ หาเงินมาไถ่ถอนตราสารหนี้ไม่ได้ตามวันเวลาที่กำหนดไว้

slot

ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ตราสารหนี้เปลี่ยนผู้ถือหุ้นได้ด้วยการขายในตลาด BEX แต่ไม่ได้ง่ายเท่ากับหุ้น หรือ กองทุนรวม

ความเสี่ยงจากสิทธิแฝงในตราสารหนี้ (Optional Embedded Risk) ทั้งจากผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนก่อน ผู้ถือมีสิทธิไถ่ถอนก่อน และจากการแปลงสภาพ

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์โดยภาครัฐ (Legal Risk) เช่น นโยบายการเงินการคลังต่างๆ ที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย

ความเสี่ยงจากการขาดความรู้ของนักลงทุน (ฺBlack Box Risk) ปัจจัยส่วนบุคคลที่แก้ไขได้ ด้วยการศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนตัดสินใจลงทุน

การลงทุนในตราสารหนี้ ถึงแม้จะความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ และมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าเงินฝากประจำ อยู่ที่ 4 % อย่างไรก็ตามการลงทุนในตราสารหนี้มักจะเป็นการลงทุนในระยะยาว ผู้ลงทุนต้องไม่กังวลเรื่องสภาพคล่อง เพราะจะได้เงินต้นคืน ก็ต่อเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน และมีอัตราการลงทุนเริ่มต้นต่อหน่วยค่อนข้างสูง แต่สำหรับหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงของเพียร์ พาวเวอร์ ที่นับเป็นตราสารหนี้เช่นกัน ระยะเวลาของหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงจะสั้นกว่า ตราสารหนี้ทั่วไป อยู่ที่ 6-24 เดือนเท่านั้น และดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ 8% สำหรับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนแบบใหม่ๆ ที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน และให้ผลตอบแทนดีกว่า สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก หรือ สมัครเป็นนักลงทุนของ เพียร์ พาวเวอร์ได้ตามด้านล่างนี้เลยครับ

ตราสารหนี้มีอะไรบ้าง

ตราสารหนี้ (Bond) เป็นการลงทุนอีกแบบหนึ่งที่นักลงทุนซึ่งเน้นความปลอดภัยจะมองหาเพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นสามัญ หรืออื่นๆ แต่ผลตอบแทนที่ได้มากกว่าการฝากประจำ

jumbo jili

ตราสารหนี้ คือ สัญญาการกู้ยืมระหว่างองค์กร กับนักลงทุน โดยองค์กรผู้ออกตราสารหนี้มีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ส่วนนักลงทุนที่ซื้อตราสารมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ซึ่งเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับการชำระคืนตามวัน เวลาที่กำหนดไว้ในตราสาร และประโยชน์อื่นๆ เช่น ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ ซึ่งตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 4% ต่อปี
ประเภทของตราสารหนี้มีวิธีแบ่งที่หลากหลาย เช่น แบ่งโดยผู้ออกตราสาร ถ้ารัฐบาล หรือ รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออกจะเรียกว่า พันธบัตร (Government Bond) ในขณะที่ถ้าเอกชนเป็นผู้ออกตราสาร จะเรียกว่า ตราสารหนี้เอกชน หรือ หุ้นกู้ (Corporate Bond) นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งได้ตามระดับการเรียกร้องสิทธิ การค้ำประกัน การถือกรรมสิทธิ์ การจดทะเบียน ชนิดบัญชี และอัตราดอกเบี้ย
ยิ่งเป็นตราสารหนี้ประเภทที่มีความเสี่ยงสูงก็จะยิ่งมีผลตอบแทนมาก เช่นเดียวกัน ความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนก็จะน้อย
การซื้อขายตราสารหนี้ มีทั้งการซื้อขายระหว่างองค์กรกับนักลงทุนในตลาดหลัก และซื้อขายระหว่างนักลงทุนกับนักลงทุนในตลาดรอง หรือ ตลาดซื้อขายตราสารหนี้ BEX
ตลาด BEX (Bond Electronics Exchange) ดำเนินการซื้อขายผ่าน บลจ. เท่านั้น
การลงทุนในตราสารหนี้ ถ้าเป็นพันธบัตร เริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาท แต่ถ้าเป็นหุ้นกู้ เริ่มต้นที่ 100,000 บาท หรือ 100 หน่วยลงทุน

สล็อต

ตราสารหนี้ (Bond) มีอะไรบ้าง อยากลงต้องทำยังไง
การลงทุนในปัจจุบันนั้น มีสินทรัพย์มากมายเป็นตัวเลือกให้ได้ลงทุน แต่ถ้าในกรณีที่นักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยง เลือกช่วงเวลาในการถือครอง ไม่เน้นผลตอบแทนสูงๆ และมีความปลอดภัยค่อนข้างดี ตราสารหนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ

ตราสารหนี้คืออะไร
ตราสารหนี้ คือ สัญญากู้ยืมที่ผู้ออกตราสารหนี้ เช่น รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน มีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ขอกู้ยืมเงินจากนักลงทุน ซึ่งมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” โดยมีกำหนดวันไถ่ถอน (Maturity) ที่ชัดเจน โดยเจ้าหนี้จะได้ประโยชน์อื่น เช่น ดอกเบี้ย (Coupon) จากลูกหนี้ด้วย โดยตราสารหนี้มีรูปแบบการแบ่งประเภทได้หลายแบบ เช่น

สล็อตออนไลน์

แบ่งตามประเภทผู้ออกตราสาร
แบ่งตามสิทธิที่แฝงมากับตราสาร
แบ่งตามประเภทดอกเบี้ย
แบ่งตามลำดับการเรียกร้องสิทธิรูปแบบ การแบ่งประเภท ของตราสารหนี้
ตราสารหนี้ แบ่งตามประเภทผู้ออกตราสาร
จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ รัฐบาล หรือ องค์กรภาครัฐ กับเอกชนผู้ต้องการระดมทุน โดยจะมีวิธีการดำเนินการระดมทุน ลักษณะผลตอบแทน และสิทธิต่างๆ เหมือนกัน แต่เรียกไม่เหมือนกัน ในกรณีที่ตราสารหนี้ออกโดยรัฐบาล หรือ องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จะถูกเรียกว่า “พันธบัตร” (Government Bond) เช่น พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรเทศบาล ฯลฯ แต่ถ้าออกโดยเอกชน จะเรียกว่า “หุ้นกู้เอกชน” (Corporate Bond) โดยทั่วไปแล้วพันธบัตรรัฐบาลจะมีความปลอดภัยในด้านการชำระหนี้สูงที่สุด

ตราสารหนี้ แบ่งตามผู้ออกตราสาร

jumboslot

ตราสารหนี้ แบ่งตามสิทธิที่แฝงมากับตราสาร (Embedded Option)
สิทธิอื่นๆ ที่แฝงมากับตราสารหนี้ สามารถนำมาจำแนกประเภทตราสารให้ย่อยลงไป ดังต่อไปนี้

สิทธิผู้ออกไถ่ถอนก่อนกำหนด (Callable)
โดยผู้ออกตราสารต้องกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวให้ผู้ถือรับรู้ตั้งแต่แรก โดยมีอัตราการชำระคืน และผลประโยชน์อื่นๆ อย่างชัดเจน ผู้ออกตราสารมักใช้สิทธิในการไถ่ถอนก่อนกำหนด เพื่อนำเงินที่ได้ไปออกตราสารหนี้ชุดใหม่ในช่วงที่ดอกเบี้ยถูกลง ทำให้ผู้ถือตราสาร หรือ นักลงทุนเป็นฝ่ายเสียโอกาสในการได้ดอกเบี้ยในช่วงที่สูงตามเวลาที่ตกลงไว้แต่แรก

สิทธิผู้ถือไถ่ถอนก่อนกำหนด (Puttable)
สิทธิที่ผู้ถือตราสาร จะให้ผู้ออกตราสารไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ ซึ่งก็ต้องมีการระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน ส่วนใหญ่ผู้ถือตราสารจะใช้สิทธินี้ เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น เพื่อไปลงทุนในตราสารใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

slot

สิทธิการแปลงสภาพ (Convertible)
คือ การแปลงสภาพหุ้นกู้เอกชนไปเป็นหุ้นกู้สามัญ โดยจะมีเงื่อนไขด้านต้นทุน และระยะเวลาที่สามารถทำได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน นักลงทุนจะแปลงสภาพตราสารหนี้เป็นหุ้นสามัญเพื่อทำกำไรจากการซื้อขาย (Capital Gain) ซึ่งเมื่อแปลงสภาพแล้ว ความเสี่ยงของหุ้นย่อมสูงกว่าตราสารหนี้

ตราสารหนี้ แบ่งตาม สิทธิที่แฝงมากับตราสาร

ตราสารหนี้แบ่งตามประเภทดอกเบี้ย
สิทธิหนึ่งในการเป็นเจ้าหนี้ คือการได้รับผลประโยชน์ประเภทดอกเบี้ย(Coupon) ซึ่งองค์กรผู้ออกตราสารหนี้มักจ่ายให้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น แต่ก็มีตราสารหนี้ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย (Zero Coupon Bond) เช่นกัน กล่าวคือจะไม่ได้รับดอกเบี้ยในระหว่างที่ถือตราสารหนี้ แต่จะได้ผลตอบแทนก็ต่อเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น โดยปกติผลตอบแทนมักจะอยู่ในรูปของส่วนลด คือ ณ วันซื้อตราสาร จะจ่ายเงินให้ราคาตราสารต่ำกว่าราคาหน้าตั๋วที่ตราไว้ พอครบกำหนดไถ่ถอน นักลงทุนจะได้เงินเต็มราคาตามที่ตราไว้หน้าตั๋ว และยังมีตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้นด้วยเช่นกัน คือจ่ายครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน โดยถ้าพูดถึงดอกเบี้ยที่ได้จากตราสารหนี้ ก็มีการแบ่งย่อยลงไปอีก ดังนี้

อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Bond)
คือ ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ระบุไว้ตลอดอายุสัญญา ซึ่งตราสารหนี้ประเภทนี้จะมีความเสี่ยงต่อดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) เพราะเมื่อถึงวันไถ่ถอนดอกเบี้ยอาจน้อยกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทอื่นๆ

อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Bond)
ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเป็นไปตามอัตราเงินเฟ้อที่ขึ้นลงในช่วงเวลานั้นๆ จึงมีช่วงของดอกเบี้ยถูก และดอกเบี้ยแพง ทำให้เกิดการไถ่ถอนก่อนกำหนดนั่นเอง