ความรู้พื้นฐานสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้

การลงทุนในตราสารหนี้ ผู้สนใจสามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับตราสารหนี้ ดังนี้​

jumbo jili

  1. รหัสหลักทรัพย์สากลและสัญลักษณ์ของตราสารหนี้​/_catalogs/masterpage/img/expand.png

​​​​ในปัจจุบันตราสารหนี้ที่ออกแต่ละรุ่นจะมีรหัสที่ใช้กำกับตราสารหนี้ประจำรุ่นซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลขรหัสตราสารหนี้ ที่ใช้ในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ

​รหัสหลักทรัพย์สากล (International Securities Identification Number : ISIN) ใช้ระบุรุ่นตราสารหนี้ในการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดแรก และการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ที่ ธปท
สัญลักษณ์ของตราสารหนี้ (ThaiBMA Symbol) ใช้ระบุรุ่นตราสารหนี้สำหรับกา​รซื้อขายในตลาดรองกับธนาคารพาณิชย์ หรือซื้อขายผ่านระบบการซื้อขายตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange : BEX)​
สำหรับการประมูลตราสารหนี้ในตลาดแรกที่ ธปท. ผ่านระบบการประมูลตราสารหนี้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ e-Bidding) จะมีรหัสตราสารหนี้ให้เลือกทั้ง 2 ชนิด เมื่อผู้ประมูลเลือกรหัสชนิดใดชนิดหนึ่ง ระบบจะแสดงรหัสอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นที่ตรงกัน

สล็อต


ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างรหัสหลักทรัพย์สากล กับสัญลักษณ์ของตราสารหนี้​​​​

​​​รายการ
​​
รหัสหลักทรัพย์สากล
(International Securities​​
Identification Number : ISIN)
สัญลักษณ์ของตราสารหนี้
​(Thai B​MA Symbol)​

  1. ผู้กำหนด
    บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ​​(Thailand Securities Depository Co.,Ltd. : TSD)​

สล็อตออนไลน์

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association : Thai BMA)​

  1. ชื่อย่อประเทศ​ ​ต้องมี เพราะใช้เป็นสากล ไม่ต้องมี เพราะใช้ภายในประเทศ​
  2. จำนวนหลัก​ ​12 หลัก 6-12 หลัก​
    ​​4. รหัสผู้ออกหลักทรัพย์​ ​กำหนดด้วยตัวเลข 4 หลัก เช่น 0623 หมายถึง​กระทรวงการคลัง 0655 หมายถึงธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น​
    ​​กำหนดด้วยตัวอักษร เข้าใจง่าย เช่น
    BOT หรือ CB หมายถึงธนาคารแห่งประเทศไทย
    ​EXAT หมายถึงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
    สำหรับกรณีของพันธบัตรรัฐบาลใช้ LB
    ตั๋วเงินคลังใช้ TB เป็นต้น

jumboslot

  1. ปีที่ครบกำหนดไถ่ถอน (ปี ค.ศ.) กำหนดด้วยตัวเลขหรือตัวอักษรเพียง 1 หลัก เช่น ปี ค.ศ.1999 ใช้ตัวเลข 9, ปี ค.ศ.2000 ใช้ตัวอักษร A, ปี ค.ศ.2008 ใช้ตัวอักษร I เป็นต้น​ กำหนดด้วยตัวเลข 2 หลักสุดท้ายของปี ค.ศ. เช่น ปี ค.ศ.1999 ใช้ตัวเลข 99,
    ปี ค.ศ.2000 ใช้ตัวเลข 00, ปี ค.ศ.2008 ​ใช้ตัวเลข 08 เป็นต้น​
    ​6. เดือนที่ครบกำหนดไถ่ถอน
    ม.ค.-ก.ย. กำหนดด้วยตัวเลข 1-9​
    ​ต.ค., พ.ย., ธ.ค. กำหนดด้วย A, B, C

    ม.ค.-ก.ย. กำหนดด้วยตัวเลข 1-9
    ต.ค., พ.ย. ธ.ค. กำหนดด้วย O, N, D

    ​7. วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน​ ​​​​ ​ไม่กำหนด กำหนดวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนสำหรับตราสารหนี้ภาครัฐที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี และตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยภาคเอกชน​
  2. Checking Digit​ ​หลักสุดท้าย จะเป็นตัวเลข Checking digit ซึ่งได้มาจากการคำนวณ ไม่มี check digit.​​​

slot

ตัวอย่างการกำหนดรหัสหลักทรัพย์สากล และสัญลักษณ์ของตราสารหนี้ ​
ตราสารหนี้​​​​​

ISIN Code ​ThaiBMA Symbol
​พันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2547 ครั้งที่ 3
ครบกำหนด 14 พฤษภาคม 2551​

TH062303I5​​​03​

LB085A​

พันธบัตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2549/3
ครบกำหนด 16 กุมภาพันธ์ 2557​

TH065203O203​

GHB142A​

​พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย งวดที่ 9/182/47
ครบกำหนด 2 กันยายน 2547

​TH0655E7E980

CB04902B​

ตั๋วเงินคลัง งวดที่ L36/90/47
ครบกำหนด 1 กันยายน 2547​

TH062307E982​

TB04901A​

ธปท.ติดตามพฤติกรรมต่างชาติ ลงทุนตราสารหนี้ไทย

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการลงทะเบียนแสดงตัวตนของผู้ลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไทย (Bond Investor Registration: BIR) ที่ ธปท. กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร่วมกันดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (FX ecosystem) ด้านการยกระดับระบบติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน (FX Surveillance and Management)
 

jumbo jili

ในวันนี้ ธปท. ได้ออกประกาศ BIR ระยะที่ 1 ในส่วนของผู้ลงทุนที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ (non-resident) และเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสาระสำคัญของประกาศ คือ (1) ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจการให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (local custodian) ดำเนินการให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (ultimate beneficiary owner: UBO) เปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์แบบแยกราย UBO และลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. โดยทยอยดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 มกราคม 2565
 

สล็อต

(2) ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป การรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้ของ non-resident ต้องทำผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวที่ได้ลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. แล้วเท่านั้น
 
ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ local custodian และนักลงทุน non-resident ในการดำเนินการตามประกาศดังกล่าว ธปท. ได้จัดทำ BIR information note and FAQs (https://www.bot.or.th /Thai/FinancialMarkets/Documents/25640412_InfoNote_FAQ) และได้รวบรวมหลักเกณฑ์ คำถามคำตอบ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ BIR ระยะที่ 1 ไว้ที่เว็บไซต์ของ ธปท. ภายใต้หัวข้อ ตลาดการเงิน >> โครงการลงทะเบียนแสดงตัวตนของผู้ลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศไทย (BIR) หรือที่  https://www.bot.or.th/Thai/FinancialMarkets/Pages/BIR-Thai.aspx
 

สล็อตออนไลน์

โครงการ BIR จะทำให้ ธปท. มีข้อมูลสำหรับติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ (market surveillance) ในเชิงลึกที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และสามารถนำมาใช้กำหนดนโยบายเพื่อดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและระบบการเงินได้ตรงจุดและทันการณ์ต่อไป

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง (BBLAM) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เกิดอะไรขึ้นกับกองทุนตราสารหนี้” มีเนื้อหาว่า ที่ท่านผู้ว่า ธปท.แถลงร่วมกับท่านปลัดคลัง / ท่านเลขา ก.ล.ต. / ท่านนายกสมาคม บลจ. / ท่านประธานสมาคมธนาคารไทย / และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ในบ่ายวันนี้ โดยจะยกเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนตราสารหนี้ที่คนสนใจมาขยายความ

ช่วงนี้กองทุนตราสารหนี้ของทั้งอุตสาหกรรมกองทุน กำลังกลับมาเป็นประเด็นในตลาด แต่มีความต่างจากในอดีตทุกครั้ง เพราะในอดีตเกิดจากการ Default คือการที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย/คืนเงินต้น ได้ตามที่สัญญาไว้

jumboslot

เทรดฟอเร็กซ์ไปกับโบรกฯที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก
IC Markets
แต่รอบนี้ไม่เกี่ยวกับ Default เลย (ไม่ใช่กรณีแบบตั๋วบีอีเน่า ฯลฯ) … แต่เป็นเรื่องของความตื่นตระหนกของผู้ลงทุนจากความกังวลเรื่อง COVID-19 ล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับคุณภาพของตราสารที่กองทุนลงทุนแต่อย่างใด
ปกติแล้วกองทุนตราสารหนี้ที่เปิดให้ลูกค้าซื้อขายได้ทุกวันทำการมักจะสำรองเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องไว้เผื่อการถอนจำนวนหนึ่ง (เช่นกันเงินไว้ 5%-15% ของขนาดกองทุน เป็นต้น) เมื่อมีคนถอน ผู้จัดการกองทุนก็เอาเงินส่วนนี้ไปคืนลูกค้าได้ทัน

แต่คราวนี้มันไม่ปกติ เพราะกองทุนตราสารหนี้ไม่กี่กองทุน ของ บลจ.แห่งหนึ่ง โดนถอนออกจำนวนมากเกินระดับปกติ และถอนออกอย่างต่อเนื่อง อาจจะเพราะลูกค้าเกิดกลัว COVID-19 ทำให้ผู้จัดการกองทุนนั้นต้องขายของคุณภาพดี มีสภาพคล่องในพอร์ตออกไป เช่น ขายพันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ ออกไปในราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ คือโดนกดราคานั่นเอง แถมน่าจะถอนเงินฝากประจำในพอร์ตกองทุนที่ยังไม่ครบกำหนดอีกด้วยโดยยอมผิดเงื่อนไข เพียงเพราะต้องการได้เงินสดไปให้ลูกค้าที่ถอนไม่หยุด

เมื่อเป็นอย่างนี้ ในแต่ละวัน NAV ต่อหน่วยของกองทุนก็ลดลงไปเรื่อยๆ เพราะต้อง Fire Sell ของที่มีในพอร์ต ซึ่งราคาที่ขายได้ก็ไม่ใช่ราคาที่ควรจะเป็น โดนกดราคาไปเรื่อยๆ … ผู้รับซื้อของจากกองทุน ก็ได้โอกาสจ่ายเงินน้อย แล้วได้ของราคาถูก

วันต่อมาพอลูกค้าเห็น NAV ต่อหน่วยของกองทุนหดลงเพราะราคาซื้อขายตราสารหนี้แบบ Fire Sell ก็เลยยิ่งตกใจ เลยถอนอีก แม้ถอนแล้วจะขาดทุนก็ถอนเพราะตื่นตระหนก แล้วก็เริ่มลามไปยังกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ อื่นๆ ทั้งอุตสาหกรรม มากบ้าง น้อยบ้าง

slot

ลูกค้าตื่นตระหนก เลยขายกองทุน > กองทุนขายของในราคาต่ำเพื่อนำเงินมาคืนลูกค้าให้ทันเวลา > ราคาตราสาร ณ สิ้นวันลดต่ำ เพราะถูกขายในราคาต่ำ > มูลค่ากองทุนโดยรวมต่ำลง > ลูกค้าตกใจ ยิ่งขาย …. วนลูป

จากวงจรนี้ แม้แต่ตราสารที่มีคุณภาพดีอย่างพันธบัตรรัฐบาลที่แทบไม่มีความเสี่ยงว่ารัฐบาลจะไม่ชำระหนี้คืน ก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรอายุเท่าไหร่ก็ตามก็จะถูกขายออกมาในราคาถูก แม้แต่พันธบัตรที่อายุต่ำกว่า 3 เดือนซึ่งหากถือจนครบกำหนดก็จะได้เงินคืนครบจำนวน แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ กองทุนที่ประสบปัญหาก็จำเป็นต้องยอมขาย

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะลุกลามไปทั้งระบบได้ แบงก์ชาติ ก.ล.ต. คลัง อุตสาหกรรมกองทุน และธนาคารพาณิชย์ จึงได้หารือกันที่จะหยุดความตื่นตระหนกที่ไร้เหตุผลอันควรนี้ ด้วยการตั้งกลไกเสริมสภาพคล่องให้

กลไกดังกล่าวคือเมื่อมีลูกค้ามาถอนกองทุนตราสารหนี้ในแต่ละวัน เช่น 100 ล้านบาท บลจ. สามารถขอให้แบงก์แม่เข้ามาซื้อกองทุนนั้นๆ 100 ล้านบาทเช่นกัน โดยที่ บลจ.ไม่ต้องเอาของในพอร์ตไปขายออกในตลาดแบบ Fire Sell เพื่อหาเงินสดมาคืนลูกค้า … ทำให้ NAV ต่อหน่วยของกองทุนไม่กระทบมากอย่างที่ผ่านมา และถ้าแบงก์แม่ (ซึ่งมีเงินเยอะอยู่แล้ว) ยังสามารถเอาหน่วยลงทุนนี้ไปตึ๊งกับ ธปท.ต่อเพื่อรับเงินสดมาคืนได้อีกด้วย ถ้าต้องการ

เรียกง่ายๆ ก็คือ ธปท.เสริมสภาพคล่องให้กองทุนตราสารหนี้ โดยให้แบงก์แม่เป็นตัวกลางนั่นเอง

แต่การที่ ธปท.จะรับตึ๊งหน่วยลงทุน เขาก็ต้องกำหนด “คุณภาพของสิ่งที่กองทุนนั้นๆ ลงทุน” ให้อยู่ในระดับที่เขาสบายใจ ซึ่งเรื่องนี้สบายใจได้กับกองทุนของ บลจ.บัวหลวง กับกองทุนของเจ้าอื่นๆ ที่ลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม … ซึ่งในกรณีของ บลจ.บัวหลวงนั้น เราระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงของตราสารหนี้มาโดยตลอด แม้จะทำให้ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้จะต่ำกว่าของที่อื่นไปบ้าง

เมื่อมีแบงก์แม่ที่เข้มแข็งคอยหนุน และมีแบงก์ชาติที่เข้าใจกลไกของตลาดเงินมาช่วยเสริม เราจึงไม่เห็นว่าใครควรจะขายกองทุนตราสารหนี้ออกไปด้วยความตื่นตกใจเลย จะขายขาดทุนไปทำไม ?

พันธบัตรลงทุนแล้วต้องเสียภาษีหรือไม่

เป็นธรรมดา ที่เมื่อมีรายได้เกิดขึ้นภาษีก็ต้องตามมา การลงทุนในพันธบัตรก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดยผลตอบแทนจากดอกเบี้ยของพันธบัตรต้องถูกนำมาคิดภาษีด้วย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น

jumbo jili

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เป็นภาษีที่ผู้จ่ายเงินปันผลหรือผู้ออกพันธบัตรนั้น ต้องหักเอาไว้ 10% ในทุกกรณี ภาษีในส่วนนี้จะนำไปรวมกับภาษีเงินได้หรือไม่ก็ได้ ถ้ารวมแล้วเสียภาษีน้อยกว่า ก็สามารถนำไปขอคืนภาษีได้

ภาษีเงินได้
ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาลงทุนในประเทศ เสียภาษี 15% จากดอกเบี้ยที่ได้รับ

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาลงทุนในต่างประเทศ เสียภาษี 15% จากดอกเบี้ยที่ได้รับ

ถ้าเป็นบริษัท เสียภาษี 1% จากดอกเบี้ยที่ได้รับ

พันธบัตรมีความเสี่ยงทางการลงทุนอะไรบ้าง
ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง โดยความเสี่ยงในการลงทุนในพันธบัตร มี 3ข้อ หลักๆ คือ

สล็อต

ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
เนื่องจากการซื้อพันธบัตรมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการไถ่ถอนที่ค่อนข้างตายตัว ดังนั้นถ้าดอกเบี้ยอื่นๆ ปรับสูงขึ้น พันธบัตรที่ซื้อระยะยาวยังดอกเบี้ยเท่าเดิม ผลตอบแทนที่ได้ย่อมไม่คุ้มค่า่

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
พันธบัตรมีกำหนดเวลาที่แน่นอนในการไถ่ถอนและจ่ายดอกเบี้ย นั่นหมายความว่าต้องถือให้ครบจึงจะได้เงินคืน และแม้จะมีตลาดรองสำหรับการซื้อขายกันเองนอกเคาท์เตอร์ แต่ราคาขายอาจไม่ทำกำไรเท่าถือไว้จนครบสัญญา

ความเสี่ยงด้านสภาวะเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
ค่าเงินเปลี่ยนแปลงอยู่แทบจะตลอดเวลา ถ้าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นมากๆ ในขณะที่ดอกเบี้ยจากพันธบัตรคงตัวอยู่ที่เดิม การลงทุนครั้งนี้ย่อมไม่คุ้มค่า

การลงทุนกับพันธบัตร อยู่ภายใต้กฎเดียวกับการลงทุนอื่นๆ คือเสี่ยงมากได้มาก เสี่ยงน้อยผลตอบแทนก็น้อยตาม การลงทุนในพันธบัตรมีความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนน้อย เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินแบบไม่เสี่ยงมากแต่ได้ดอกเบี้ยที่ชนะเงินฝากประจำ ถ้าสนใจลงทุนในพันธบัตรติดตามข่าวสารการออกหุ้นใหม่ๆ ของพันธบัตรได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง

สล็อตออนไลน์

แต่ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากกว่านั้น ลองมาลงทุนกับเพียร์ พาวเวอร์ดูได้เลย

คำเตือน : การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงผ่านเพียร์ พาวเวอร์ เป็นการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอทั้งด้านความเสี่ยง และความสามารถในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์และความเสี่ยงในการสูญเสียเงินจากการลงทุน การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน นักลงทุนจะสามารถเริ่มลงทุนได้ต่อก็ต่อเมื่อนักลงทุนทำการลงทะเบียนและผ่านแบบประเมินความรู้ความเข้าใจในการลงทุนแล้ว

jumboslot

ตลาดแรก (Primary Market)
คือการซื้อขายพันธบัตรที่เปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นการซื้อขายระหว่างสถาบันออกพันธบัตรกับนักลงทุน ราคาขายจะเป็นราคาหน้าตั๋ว หรือราคาที่ต่ำกว่า โดยขายให้กับนักลงทุน 2 ประเภทด้วยวิธีการตั้งราคาที่ต่างกัน

นักลงทุนรายย่อย คือการขายให้กับบุคคลทั่วไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 1,000 บาท พันธบัตรบางประเภทจำกัดจำนวนเงินในการลงทุน แต่บางประเภทก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันที่ออกพันธบัตรตัวนั้นมา โดยซื้อได้ผ่านธนาคารพาณิชย์

นักลงทุนสถาบัน คือการขายให้สถาบันการลงทุน เช่นกองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ราคาในการขายจะตั้งแบบประมูลซึ่งแบ่งเป็นการประมูลแบบแข่งราคา ราคาประมูลที่ต่ำสุด ได้สิทธิ์ในการซื้อก่อน กับการประมูลแบบไม่แข่งราคา จะขายที่ราคาถัวเฉลี่ยในการประมูลรอบเดียวกัน

ตลาดรอง (Secondary Market)
การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง การซื้อขายมีทั้งแบบซื้อขายนอกเคาท์เตอร์(Over the Counter) และการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange :: BEX) ซึ่งเป็นการซื้อขายผ่านโปรกเกอร์

slot


พันธบัตรให้ผลตอบแทนจากอะไร
ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรมีอยู่ 3 แบบคือ

ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาหน้าตั๋ว ด้วยลักษณะของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนคืนด้วยราคาหน้าตั๋วเสมอหากถือไว้ครบกำหนดตามข้อตกลง ทำให้พันธบัตรบางประเภทไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่เมื่อซื้อมาถูกกว่าราคาไถ่ถอน ส่วนต่างที่ได้นั้นก็กลายเป็นกำไร

ส่วนต่างจากการซื้อขาย เป็นลักษณะการทำกำไรกันเองระหว่างนักลงทุน ที่การซื้อขายจะขึ้นอยู่กับการตกลง

ดอกเบี้ย ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรออมทรัพย์จะมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง จนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน

พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) หรือตราสารหนี้รัฐบาล เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ สถานะของพันธบัตรกับหุ้นกู้เอกชนเหมือนกันคือ ผู้ซื้อหรือนักลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ที่จะได้รับการชำระหนี้ และผลประโยชน์อื่นๆ

jumbo jili

เช่นดอกเบี้ย ปันผล จากลูกหนี้คือรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ออกพันธบัตรนั้นๆ การลงทุนในพันธบัตรจึงไม่ซับซ้อนเท่าการลงทุนแบบอื่นๆ คือซื้อมาเก็บไว้จนถึงเวลาไถ่ถอนก็จะได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยปีละประมาณ 3% แต่เอาเข้าจริง พันธบัตรก็เหมือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือมีความลึกในรายละเอียดที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนเลือกลงทุน

พันธบัตรมีกี่ประเภท
พันธบัตรรัฐบาลจะมีระยะเวลาไถ่ถอนระหว่าง 28 วัน 91 วัน 182 วัน หรือไม่เกิน 1 ปี แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวัตถุประสงค์ในการออกตราสาร ดังต่อไปนี้

พันธบัตรตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill)
เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ดังนั้นถ้านับเรื่องความมั่นคงแล้ว ตั๋วเงินคลังมีความมั่นคงสูงที่สุด และแน่นอนว่าความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็จะน้อยตามไปด้วย ตั๋วเงินคลังจึงไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่ใช้วิธีขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ตั๋วเงินคลังจะมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 1 ปี

สล็อต

พันธบัตรตั๋วสัญญาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructure Bill)
มักออกโดยสถาบันการเงิน เพื่อระดมทุนช่วยเหลือฟื้นฟูกองทุน และพัฒนาสถาบันการเงินนั้นๆ จึงมีความเสี่ยงมากกว่าตั๋วเงินคลังขึ้นมาระดับหนึ่ง แต่ให้ผลตอบแทนด้วยวิธีเดียวกัน คือขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว แต่ไถ่ถอนคืนเต็มราคา พันธบัตรประเภทนี้มักมีระยะเวลาในการไถ่ถอนเป็นวัน ส่วนใหญ่ไถ่ถอนคืนภายใน 182 วัน

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond)
นักลงทุนมักรู้จักและเลือกลงทุนกับพันธบัตรประเภทนี้มากที่สุด โดยเป็นพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อระดมทุนไปใช้ในการบริหารประเทศ ลดการขาดดุลทางการเงิน ถือเป็นตราสารหนี้ระยะยาวมักมีอายุก่อนการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปี ขึ้นไป และเป็นพันธบัตรที่มีการจ่ายดอกเบี้ยส่วนมากจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะได้รับพร้อมกับเงินต้นที่มาจากการไถ่ถอน

สล็อตออนไลน์

พันธบัตรออมทรัพย์ (Government Saving Bond)
เป็นการซื้อพันธบัตรเพื่อออมทรัพย์ จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี โดยจะขายให้กับบุคคลทั่วไปและองค์กรไม่แสวงกำไรในสังกัดของรัฐบาล เป็นพันธบัตรประเภทที่มีระยะเวลาไถ่ถอนเป็นแบบระยะยาวคือ 1 ปีขึ้นไป โดยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จะได้คืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
พันธบัตรมีกี่ประเภท

พันธบัตรซื้อขายอย่างไร
ตลาดซื้อขายพันธบัตร แบ่งเป็น 2 ตลาดเช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น คือมีการซื้อขายในตลาดแรก(Primary Market) และในตลาดรอง (Secendary Market) ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้

jumboslot

ตลาดแรก (Primary Market)
คือการซื้อขายพันธบัตรที่เปิดตัวครั้งแรกโดยเป็นการซื้อขายระหว่างสถาบันออกพันธบัตรกับนักลงทุน ราคาขายจะเป็นราคาหน้าตั๋ว หรือราคาที่ต่ำกว่า โดยขายให้กับนักลงทุน 2 ประเภทด้วยวิธีการตั้งราคาที่ต่างกัน

นักลงทุนรายย่อย คือการขายให้กับบุคคลทั่วไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 1,000 บาท พันธบัตรบางประเภทจำกัดจำนวนเงินในการลงทุน แต่บางประเภทก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันที่ออกพันธบัตรตัวนั้นมา โดยซื้อได้ผ่านธนาคารพาณิชย์

นักลงทุนสถาบัน คือการขายให้สถาบันการลงทุน เช่นกองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ราคาในการขายจะตั้งแบบประมูลซึ่งแบ่งเป็นการประมูลแบบแข่งราคา ราคาประมูลที่ต่ำสุด ได้สิทธิ์ในการซื้อก่อน กับการประมูลแบบไม่แข่งราคา จะขายที่ราคาถัวเฉลี่ยในการประมูลรอบเดียวกัน

ตลาดรอง (Secondary Market)
การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง การซื้อขายมีทั้งแบบซื้อขายนอกเคาท์เตอร์(Over the Counter) และการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange :: BEX) ซึ่งเป็นการซื้อขายผ่านโปรกเกอร์

slot

พันธบัตรให้ผลตอบแทนจากอะไร
ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรมีอยู่ 3 แบบคือ

ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาหน้าตั๋ว ด้วยลักษณะของพันธบัตรที่จะไถ่ถอนคืนด้วยราคาหน้าตั๋วเสมอหากถือไว้ครบกำหนดตามข้อตกลง ทำให้พันธบัตรบางประเภทไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่เมื่อซื้อมาถูกกว่าราคาไถ่ถอน ส่วนต่างที่ได้นั้นก็กลายเป็นกำไร

ส่วนต่างจากการซื้อขาย เป็นลักษณะการทำกำไรกันเองระหว่างนักลงทุน ที่การซื้อขายจะขึ้นอยู่กับการตกลง

ดอกเบี้ย ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรออมทรัพย์จะมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง จนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน

สมการแห่งความสำเร็จ

“สมการแห่งความสำเร็จทำให้ 3 ปีจากนี้ไป เมื่อบริษัทเป็นมหาชนและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยจะผลักดันธุรกิจที่มีอยู่ 3 ขา จากตลาดแรก, ตลาดรอง และวาณิชธนกิจ โดยจะนำบริษัทจัดการกองทุนรวมเป็นตัวเสริมทีมให้กับ KPM เติบโตอย่างครบวงจรอย่างยั่งยืน”

jumbo jili

สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี จนตกผลึกทางความคิดว่า “ตลาดตราสารหนี้” ยังคงเป็น “ศาสตร์” แห่งการลงทุน ที่ซ่อนมูลค่ามหาศาล ผลักดันให้เป็นเหตุผลสนับสนุนให้ “สุรศักดิ์ บุณยะชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM ตัดสินใจฟอร์มทีมจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อวางวิชั่นเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทาง

สุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM เล่าว่า ผมจบวิศวโยธา และไฟแนนซ์จากบอสตัน ก่อนบินกลับไทยมาเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยจุฬา โดยเริ่มทำงานที่แรกที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ต่อมาย้ายไปอยู่ที่หลักทรัพย์แอ๊ดคินซัน และบล.คันทรี่ กรุ๊ป ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย

จุดเปลี่ยน

สล็อต

จุดพลิกผันก่อตัวเมื่อครั้งมาอยู่ที่บริษัท ยูโอบี เคย์เฮียน ได้เข้ามาดูตราสารหนี้ ทำให้ตีโจทย์ให้กับตนเองได้ว่า ตราสารหนี้เป็นตลาดที่ท้าทายและมีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ ที่สำคัญพันธมิตรที่มีอยู่ยังเติมประสบการณ์ให้เห็นถึงศักยภาพที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาโต ที่ผ่านมาผมทำงานกับทุกฝ่าย ผ่านเรื่องหุ้นจนอิ่มตัว ดังนั้นจึงคิดมาทำตราสารหนี้ ทำให้รู้ว่าตลาด “ตราสารหนี้” มีเม็ดเงินใหญ่กว่าตลาดหุ้นมาก ชนิดมหาศาล ดังนั้น การได้อยู่กับหุ้นเห็นการเทรดทุกวันแรกๆตื่นเต้น แต่พอมาจับตราสารหนี้ กลายเป็นอีกความรู้สึก ซึ่งความหวือหวาตื่นเต้นอาจไม่เท่าตลาดหุ้น แต่ต้องเพิ่มความใส่ใจในการดูแลลูกค้า ให้คำแนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้า ช่วงแรกลูกค้าจริงๆ คือลูกค้าเงินฝากแบงก์ ที่ชอบออมเงิน เพราะดอกเบี้ยแบงก์ถูก แต่การลงทุนตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร

สล็อตออนไลน์

“ปัจจุบันผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บล. KPM และดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร จุดแข็งของบริษัทเราคือการรวบรวมมือทองด้านตราสารหนี้จากหลายบริษัทหลักทรัพย์มาทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใน KPM โดยจะแบ่งความรับผิดชอบตามสายงานที่แต่ละท่านมีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่าบุคคลากรของบล. เรานั้น เป็นผู้คร่ำหวอดและมากประสบการณ์อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คนกู้หรือผู้ออกตราสาร (Issuer) และคนให้กู้ (ผู้ลงทุน) ซึ่งผู้ออกตราสารส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเป็นบริษัทมหาชน โดย KPM จะเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ในทุกมิติ ทั้งในส่วนของอัตราผลตอบแทน อายุหุ้นกู้ หลักประกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ของนักลงทุน ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบัน (II: Institution Investor) และ นักลงทุนรายใหญ่ (HNW: High net Worth)

jumboslot

ฐานลูกค้า

ที่สำคัญกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ KPM คือ กลุ่ม นักลงทุนสถาบัน (II: Institution Investor) และ นักลงทุนรายใหญ่ (HNW: High net Worth) รวมถึง นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UHNW: Ultra High Net Worth) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ KPM อันได้แก่ ตลาดแรก คือการออกตราสารหนี้ และตลาดรอง คือ การซื้อขายก่อนอายุครบกำหนด ซึ่งตลาดแรกมูลค่าประมาณ 6,000-7,500 ล้านบาท ส่วนตลาดรองมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่า การเจริญเติบโตของตลาดตราสารหนี้ ในประเทศไทยยังสามารถเติบโตไปได้อีกมาก รวมถึงยังมีช่องว่างในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่โดยเรามองว่า KPM สามารถเข้าถึงลูกค้าดังกล่าวได้ดีกว่า สถาบันการเงินทั่วไป ทำให้คาดว่ารายได้ของ KPM จะเติบโตตามตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทยได้

slot

สุรศักดิ์ ย้อนภาพเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาว่า ตลอดระยะเวลาที่ได้จับตราสารหนี้ ทำให้รับรู้ว่าตลาดหุ้นเป็นช่วงขาลง โดยค่าคอมถูกลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2543 ค่าคอม 0.5 หลายโบรกหากลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักลงทุน และหนึ่งในนั้นคือการนำ ระบบ AI เข้ามาเพื่อเสริมอาวุธ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่ชอบนั่งเรียน เพราะถือว่านำเงินเพื่อให้โบรกบริหารถือว่าให้ระบบทำงาน และ คำนวณให้หมดว่าจะลงทุนหุ้นตัวใดบ้าง เป็นการให้เงินทำงาน โดย ระบบ AI ทำงาน 24 ชั่วโมง เป็นการคำนวณตั้งแต่ดาวโจนส์ คำนวณหุ้นทั่วโลก มองว่าในอนาคตเทรนการลงทุนจะเปลี่ยนไประบบ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ผลตอบแทน

หากไล่เรียงแล้วสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นหลักหมื่นล้านบาท ลูกค้าตราสารหนี้เล่นหุ้นน้อยมากเพราะกลัวความเสี่ยง แต่สัดส่วนการลงทุนจะลงในหุ้น 10% ที่เหลือจะเป็นตราสารหนี้ เพราะตราสารหนี้ให้ดอกเบี้ยที่ค่อนข้างแน่นอน ไม่มีความผันผวนเหมือนตลาดหุ้น คนเล่นหุ้นคือคนชอบเสี่ยง แต่คนลงทุนในตราสารหนี้จะเป็นคนชอบผลตอบแทนสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์ในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด ลูกค้ากลัวหมดทุกคน คนเล่นหุ้นเทขายเพื่อถือเงินสด ไม่เว้นแม้แต่ LTF เพราะเกิดความกลัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ปัจจุบันเมื่อตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิดเป็นศูนย์ คนกลับเข้ามาลงทุน เนื่องจากคลายความวิตกกังวล อารมณ์คนเปลี่ยน ทำให้รู้ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์

“ในส่วนของตลาดทุน โดยภาพรวมคนเข้าใจผิดมองว่าโควิดทำให้ตลาดหุ้นทรุด แต่เป็นความคิดที่ผิด เนื่องจาก เราต้องมีการปรับตัว เพราะเงินกำลังจะถูกโยกจากคนรวยคนหนึ่งไปยังคนรวยอีกกลุ่มหนึ่ง เงินอยู่ที่เดิม แต่เราต้องจับเทรนด์ให้ถูกว่าอนาคตธุรกิจใดจะมา ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัว โดยมองว่าธุรกิจเฮลแคร์จะมาและไปได้ ทั้งนี้อย่ามองแค่โรงพยาบาล ในอนาคตธุรกิจอาหารเสริมจะมา เพราะคนจะดูแลสุขภาพมากขึ้น เพราะโควิด ดังนั้น วิถีของคนและวิธีของธุรกิจจะเปลี่ยนไป ซึ่งหากใครจับทางได้ถูกและเร็ว จะได้เปรียบ”

MFC คลอดกองทุนตราสารหนี้จีน เน้นผลตอบแทนดี-ผันผวนต่ำ

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากที่ MFC ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนหุ้นจีน MCHINA ที่ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3,333 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 12 พ.ค. 64)

jumbo jili

ในปีนี้ MFC จึงจัดตั้งอีกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้จีนอย่าง MCBOND ขึ้นมา และจะทำการ IPO ระหว่างวันที่ 17-25 พฤษภาคม 2564 โดยตราสารหนี้จีนมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield) สูงกว่า Yield ของตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และตราสารหนี้จีนเป็นตลาดหลักของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการ Yield มากกว่า 2.5% ต่อปี การลงทุนตราสารหนี้จีนจะช่วยกระจายความเสี่ยงเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับตราสารหนี้อื่นต่ำ

สล็อต

อีกทั้งการลงทุนตราสารหนี้จีนในสกุลเงินหยวน มีเสถียรภาพ และไม่ถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดทางการเมืองและการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ตราสารหนี้จีนมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำ จากการที่ผู้ออกตราสารหนี้จำนวนมากอยู่ในกลุ่มภาครัฐ และการคาดการณ์อัตราผิดนัดชำระหนี้เฉลี่ยของตราสารหนี้จีน High-Yield ในสกุลเงินหยวนอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าตราสารหนี้ High-Yield ในภูมิภาคอื่นๆ”

MCBOND มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ BGF China Bond Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I2” Hedged USD (Accumulating) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้ BlackRock Global Funds บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.

สล็อตออนไลน์

BGF China Bond Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จีนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้รับการจัดอันดับ Morningstar Rating 5 ดาว กองทุนเน้นรายรับจากดอกเบี้ยและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างสม่ำเสมอ พยายามลดความผันผวน และให้เกิดความเสี่ยงในการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน (drawdown) ต่ำด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างสมดุลระหว่าง ตราสารในตลาด onshore และ offshore รวมถึงสมดุลระหว่าง Investment Grade Bonds และ High Yield Bonds ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เป็นบวกทุกช่วง 1 ปี ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และมีความผันผวน (วัดจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 2.4% ต่อปี กองทุนมีอัตราผลตอบแทนในรูปสกุลหยวนเฉลี่ย (Yield to Worst) อยู่ระดับสูงที่ 5.7% ต่อปี (ณ 30 เมษายน 2564) โดยมีค่าเฉลี่ยของ credit rating อยู่ที่ระดับ investment grade (BBB)

jumboslot

ทั้งนี้ กองทุนเปิด MCBOND เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนตราสารหนี้จีน คาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก และต้องการสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาทได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนภายในวันที่ T+5 (5 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) มีความเสี่ยงของกองทุนรวมที่ระดับ 5 และไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล

“สมการแห่งความสำเร็จทำให้ 3 ปีจากนี้ไป เมื่อบริษัทเป็นมหาชนและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยจะผลักดันธุรกิจที่มีอยู่ 3 ขา จากตลาดแรก, ตลาดรอง และวาณิชธนกิจ โดยจะนำบริษัทจัดการกองทุนรวมเป็นตัวเสริมทีมให้กับ KPM เติบโตอย่างครบวงจรอย่างยั่งยืน”

สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี จนตกผลึกทางความคิดว่า “ตลาดตราสารหนี้” ยังคงเป็น “ศาสตร์” แห่งการลงทุน ที่ซ่อนมูลค่ามหาศาล ผลักดันให้เป็นเหตุผลสนับสนุนให้ “สุรศักดิ์ บุณยะชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM ตัดสินใจฟอร์มทีมจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อวางวิชั่นเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทาง

slot

สุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด หรือ KPM เล่าว่า ผมจบวิศวโยธา และไฟแนนซ์จากบอสตัน ก่อนบินกลับไทยมาเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยจุฬา โดยเริ่ม
ทำงานที่แรกที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ต่อมาย้ายไปอยู่ที่หลักทรัพย์แอ๊ดคินซัน และบล.คันทรี่ กรุ๊ป ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย

จุดเปลี่ยน

จุดพลิกผันก่อตัวเมื่อครั้งมาอยู่ที่บริษัท ยูโอบี เคย์เฮียน ได้เข้ามาดูตราสารหนี้ ทำให้ตีโจทย์ให้กับตนเองได้ว่า ตราสารหนี้เป็นตลาดที่ท้าทายและมีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ ที่สำคัญพันธมิตรที่มีอยู่ยังเติมประสบการณ์ให้เห็นถึงศักยภาพที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาโต ที่ผ่านมาผมทำงานกับทุกฝ่าย ผ่านเรื่องหุ้นจนอิ่มตัว ดังนั้นจึงคิดมาทำตราสารหนี้ ทำให้รู้ว่าตลาด “ตราสารหนี้” มีเม็ดเงินใหญ่กว่าตลาดหุ้นมาก ชนิดมหาศาล ดังนั้น การได้อยู่กับหุ้นเห็นการเทรดทุกวันแรกๆตื่นเต้น แต่พอมาจับตราสารหนี้ กลายเป็นอีกความรู้สึก ซึ่งความหวือหวาตื่นเต้นอาจไม่เท่าตลาดหุ้น แต่ต้องเพิ่มความใส่ใจในการดูแลลูกค้า ให้คำแนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้า ช่วงแรกลูกค้าจริงๆ คือลูกค้าเงินฝากแบงก์ ที่ชอบออมเงิน เพราะดอกเบี้ยแบงก์ถูก แต่การลงทุนตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร

“ปัจจุบันผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บล. KPM และดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร จุดแข็งของบริษัทเราคือการรวบรวมมือทองด้านตราสารหนี้จากหลายบริษัทหลักทรัพย์มาทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละท่านดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใน KPM โดยจะแบ่งความรับผิดชอบตามสายงานที่แต่ละท่านมีความชำนาญ จึงมั่นใจได้ว่าบุคคลากรของบล. เรานั้น เป็นผู้คร่ำหวอดและมากประสบการณ์อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คนกู้หรือผู้ออกตราสาร (Issuer) และคนให้กู้ (ผู้ลงทุน) ซึ่งผู้ออกตราสารส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเป็นบริษัทมหาชน โดย KPM จะเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ในทุกมิติ ทั้งในส่วนของอัตราผลตอบแทน อายุหุ้นกู้ หลักประกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ของนักลงทุน ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบัน (II: Institution Investor) และ นักลงทุนรายใหญ่ (HNW: High net Worth)

สมาคมตราสารหนี้ไทยมองโควิดรอบใหม่กระทบเบากว่ารอบแรก

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2564 ประเมินว่าบริษัทเอกชนยังคงมีความต้องการระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

jumbo jili

ซึ่งเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ตลอดทั้งปีนี้ เพื่อประคองเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นและระยะกลางมีกรอบที่จำกัดในการปรับตัวขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องในระบบยังอยู่ในระดับสูง ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจะทยอยขยับขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รอบนี้ ถือว่าไม่กระทบมากเท่ากับรอบที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าเอกชนยังจะหันมาออกหุ้นกู้เพิ่มอีก เพราะต้องตุนสภาพคล่องเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งยอดการออกหุ้นกู้คาดว่าน่าจะปรับขึ้นเล็กน้อย จากปี 2563 ซึ่งมีหุ้นกู้ออกประมาณ 6.38 แสนล้านบาท ปีนี้น่าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 7-7.5 แสนล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ปรับขึ้นน้อยเพราะเงินฝากในธนาคารยังคงล้นระบบ ธนาคารจึงเสนอสินเชื่อให้ภาคธุรกิจด้วยดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ จูงใจให้ธุรกิจไปใช้สินเชื่อจากธนาคารมากกว่า” นายธาดา กล่าว

สล็อต

นายธาดา กล่าวว่า ส่วนความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 รอบแรก ส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวน 12 ราย ขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ที่จะครบกำหนด โดยหุ้นกู้ที่เลื่อนชำระจะครบกำหนดชำระอีกครั้งในปี 2564 และ 2565 แม้ว่าบริษัทเอกชนบางกลุ่มจะเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงที่ตลาดฟื้นตัว หรือในปลายปี 2563 เพื่อนำมาชำระคืนนี้ในปีนี้แล้วก็ตาม โดยพบว่า ยังมีเอกชนอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เปราะบางจากโควิด-19 อาทิ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว

ยังไม่สามารถระดมทุนรอบใหม่ได้ รวมถึงยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงประเมินว่ากลุ่มนี้จะยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามกำหนด แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้แน่นอน เนื่องจากคาดว่าบริษัทจะขอเลื่อนจ่ายหนี้ออกไปอีกครั้ง

สล็อตออนไลน์

นายธาดา กล่าวว่า ภาพรวมในปี 2563 แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะเผชิญแรงกดดันและความกังวลต่างๆ ตลอดทั้งปี แต่ยังเห็นมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้น 4.5% คิดเป็นมูลค่า 14.13 ล้านล้านบาท ปรับขึ้นมาจาก 13.52 ล้านล้านบาทในปี 2562 เป็นเพราะมีการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่ตราสารหนี้ประเภทอื่นมีมูลค่าคงค้างลดลง ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาดรองลดลง 5.3% จาก 8.8 หมื่นล้านบาทต่อวันในปี 2562 เป็น 8.3 หมื่นล้านบาทต่อวันในปี 2563

โดยการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวในปี 2563 มีมูลค่ารวม 683,559 ล้านบาท ลดลง 36 % จากปีก่อนหน้าที่มียอดการออกสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.08 ล้านล้านบาท เนื่องจากเงินฝากในระบบสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กลุ่มสถาบันการเงินลดการออกตราสารหนี้ ขณะเดียวกันผู้ออกในกลุ่มอิงเศรษฐกิจจริง (Real sector) ก็หันไปใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินมากขึ้น นอกจากนี้พบว่าสัดส่วนการเสนอขายตราสารหนี้ต่อประชาชนทั่วไป (พีโอ) เพิ่มขึ้นเป็น 28% ของยอดการออกรวมจาก 18% ในปีก่อนหน้า ซึ่งหุ้นกู้ที่เสนอขายเพิ่มขึ้นนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอันดับเครดิตดีตั้งแต่ A- ขึ้นไป

jumboslot

นายธาดา กล่าวว่า ด้านกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 มียอดไหลออก 110,849 ล้านบาท ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังมียอดการไหลเข้า 46,824 ล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2563 มียอดการไหลออกสุทธิ 64,025 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 8,212 ล้านบาท และไหลออกสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 72,237 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นปี 2563 นักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าการลงทุนสะสมสุทธิในตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 857,151 ล้านบาท ลดลงจาก 916,816 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อนหน้า

slot

นายธาดา กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ThaiBMA ได้เปิดตัวระบบ Smart Funding Solution ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกบริษัท ผู้ออกตราสารหนี้ในการบริหารจัดการการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น วิเคราะห์ต้นทุนและความเสี่ยง จำลองการออกตราสารหนี้รุ่นใหม่ โดยระบบ Smart Funding Solution เป็น Web Based Application ผู้ออกตราสารหนี้ที่ประสงค์จะใช้งานสามารถลงทะเบียนเปิด Account ได้ที่ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย โทร 0-2257-0357 ต่อ 352-353 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สมาคมตราสารหนี้ฯยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยยอดออกหุ้นกู้ล่าสุดอยู่ที่ 6.7 แสนล้านบาท หวั่นทั้งปีชวดเป้า 8 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์แข่งกดดอกเบี้ยต่ำ

jumbo jili

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชน (Credit Spread) ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือต่ำกว่าระดับ BBB ลงไป สะท้อนถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ อย่างไรก็ดี ในเดือนล่าสุด (พ.ย.63) พบว่าหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งค่อนข้างดี Credit Spread เริ่มปรับลดลง

ทั้งนี้ มูลค่าการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชน ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.7 แสนล้านบาท ปรับลดลงกว่า 40% จาก ณ สิ้นปี 2562 ที่มียอดออกหุ้นกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดออกหุ้นกู้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่บริษัทใหญ่หันไปใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เนื่องจากธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ ทดแทนลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SME) ที่มีความเสี่ยงมากกว่า

สล็อต

“สำหรับเป้าหมายการออกหุ้นกู้ปีนี้ เราคาดว่าทั้งปีจะสามารถปรับขึ้นทะลุระดับ 7 แสนล้านบาทได้ อย่างไรก็ดี ยังต่ำกว่าระดับ 8 แสนล้านบาท ที่เคยคาดหวังเอาไว้ โดยคาดว่าในปีหน้ายอดระดมทุนของเอกชนด้วยตลาดตราสารหนี้จะกลับมาเพิ่มขึ้น แต่คาดว่ายังยากที่ยอดออกหุ้นกู้จะกลับไปทะลุ 1 ล้านล้านบาท อย่างช่วงก่อนเกิดโควิด-19” นางสาวอริยา กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯ เปิดเผยข้อมูล ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563 ว่า ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดที่คงมุมมองเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วว่า กนง. จะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากการสำรวจเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 63

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากขึ้นที่คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปีอาจปรับตัวลดลงเนื่องจากในช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินจากการซื้อกองทุนเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นและอาจมีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยมากขึ้นจากปัจจัยด้านการเมืองสหรัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นและนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีไบเดนที่มีแนวโน้มประนีประนอมมากกว่าทำให้เงินลงทุนจากสหรัฐไหลเข้า Emerging Markets มากขึ้น

รายละเอียดดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนธันวาคม 2563

jumboslot

ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนธันวาคมนี้อยู่ที่ระดับ 46 ลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วและยังอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่คาดว่าการประชุม กนง. ในเดือนธันวาคมนี้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำแล้ว และ กนง. อาจต้องการเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น ถ้าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มอ่อนแอ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ส่งผลอาจทำให้ ธปท. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย

slot

ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ณ สิ้นไตรมาส 4 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” โดยปรับตัวลดลงจากครั้งก่อน สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 0.84% และ 1.41% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (23 พ.ย. 63) โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก และ Fund Flow ต่างชาติ

Eastspring เป็นรายแรกที่เปิดตัวกองทุนตราสารหนี้ประเภท ESG มุ่งเน้นเอเชีย

ปี 2020 นับเป็นปีที่โดดเด่นสำหรับกระแสการลงทุนด้าน ESG โดย JP Morgan รายงานเมื่อเดือนมกราคมว่าสินทรัพย์ด้าน ESG ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 7.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าถึง 2 เท่าของกลุ่มสินทรัพย์ประเภทเดียวกันที่ประเมินไว้เมื่อปี 2019 ซึ่งมีขนาด 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

jumbo jili

การออกตราสารหนี้ยั่งยืนซึ่งรวมถึงพันธบัตรสีเขียว (green bonds) ตราสารหนี้เพื่อสังคม (social bonds) และด้านความยั่งยืน (sustainability bonds) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากผู้ลงทุนที่ตระหนักในเรื่อง ESG

สำหรับบทบาทของเราในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่การลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม มีความแตกต่างที่สำคัญเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ออกตราสารระหว่างการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้น เช่น ผู้ลงทุนตราสารหนี้ที่ไม่มีสิทธิออกเสียง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดพฤติกรรมขององค์กรได้ สิ่งที่เราปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอบางส่วนยังรวมถึงการระบุความเสี่ยงด้าน ESG ที่เป็นสาระสำคัญในกระบวนการวิเคราะห์ของเรา ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความเสี่ยงเหล่านั้นต่อผู้ออกตราสารและให้ถือปฏิบัติตามในแต่ละเรื่องที่เป็นความคาดหวังเพื่อจัดการกับประเด็นที่เป็นข้อกังวลต่างๆ

เราสร้างข้อได้เปรียบจากการที่สมาชิกที่ร่วมทีมกับเรามีข้อมูลเพียบพร้อมในการวิเคราะห์เครดิตซึ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมและสวมบทบาทเชิงรุกของผู้ออกตราสารที่อยู่ภายในกลุ่มสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ของเรา ตัวอย่างเช่นทีมวิจัยที่แข็งแกร่งของเราทั้ง 12 คนได้จัดการประชุมมากกว่า 500 ครั้งในแต่ละปี ค้นหาโอกาสในการปรับปรุงให้ดีขึ้น ใช้ทุกโอกาสในการสื่อสารสิ่งที่เป็นประเด็นความกังวลของเราเกี่ยวกับ ESG และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะต่อพฤติกรรมของผู้ออกหลักทรัพย์

สล็อต

ก่อนที่เราจะเปิดตัวกลยุทธ์พันธบัตรยั่งยืน (Sustainable Bond strategy) การประเมินความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลถือเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการวิเคราะห์ ปัจจุบันกระบวนการนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการแล้วภายในกรอบการทำงานด้าน ESG ทำให้เรามีแนวทางที่เป็นระบบเชิงโครงสร้างมากขึ้นสำหรับการจัดการกับประเด็นเหล่านี้ โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการข้อมูล ESG จากภายนอกอย่างเช่น MSCI และ Sustainalytics

  1. การที่จีนตั้งเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2060 ทำให้โอกาสของตราสารเครดิตประเภท ESG น่าจะเติบโตขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ อยากทราบว่าความได้เปรียบทางการแข่งขันของคุณในด้านนี้คืออะไร?

ทีมตราสารหนี้ของ Eastspring มีเครือข่ายตราสารเครดิตที่แข็งแกร่งอยู่ในเอเชีย กลยุทธ์เครดิตในเอเชียที่โดดเด่นของเรามีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งอยู่ในดัชนีมาตรฐานซึ่งประกอบไปด้วยผู้ออกตราสารสัญชาติจีน ดังนั้น ทีมงานจึงคุ้นเคยกับตราสารเครดิตของจีนเป็นอย่างดี โดยการทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG ในประเทศจีนนั้นมาจากข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับตลาดเครดิตของประเทศ การเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคส่วนนี้ของตลาดจึงนับว่าเป็นจุดแข็งที่สุดของเรา

สล็อตออนไลน์

ความจริงดังกล่าวได้ย้อนกลับมายังทีมวิเคราะห์เครดิตของเราที่มีข้อมูลเพียบพร้อม ซึ่งช่วยให้เราสามารถครอบคลุมโอกาสการลงทุนทั้งหมดที่อยู่ในเอเชีย นักวิเคราะห์เครดิตที่ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะและผู้ออกตราสารยังมีหน้าที่ในการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของแต่ละตราสารด้วย การทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของบริษัทและอุตสาหกรรมช่วยให้เราสามารถระบุถึงประเด็นด้าน ESG และค้นหาโอกาสจากแนวโน้ม ESG ที่กำลังเกิดขึ้น

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือแนวโน้มล่าสุดที่มีการเร่งนโยบายมุ่งให้เกิดการปฏิบัติในเรื่องสภาพภูมิอากาศ และความสนใจลงทุนที่เกิดขึ้นพร้อมกันในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญในระยะยาว ในขณะที่รัฐบาลของหลายประเทศมากขึ้นต่างสนับสนุนเรื่องความเร่งด่วนและประเด็นทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การที่จีนให้คำมั่นในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนเหลือศูนย์ (carbon neutrality) ภายในปี 2060 ผู้ออกตราสารของจีนก็จะมีความเคลื่อนไหวอย่างมากภายใต้เป้าหมายเชิงรุกของรัฐบาลและนำรวมมาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ เข้ามาอยู่ในแผนธุรกิจตน

นอกจากนี้ การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมในเอเชียน่าจะยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ธนาคารพัฒนาเอเชียหรือ Asian Development Bank ประเมินว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียในช่วงปี 2016 ถึง 2030 จะสูงเกิน 26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งรวมถึงโครงการในภาคพลังงานมูลค่า 14.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาคขนส่งในมูลค่า 8.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ กลุ่มการเงินและอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอีกสองภาคส่วนหลักที่มีแนวโน้มขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วย green financing

jumboslot

  1. รางวัลที่ได้รับล่าสุดนับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญของทีม คุณคิดว่าสิ่งที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จเหล่านี้คืออะไร?

ทีมงานมีส่วนร่วมสำหรับชัยชนะที่ได้รับเหล่านี้ด้วยความสม่ำเสมอในการใช้แนวทางการลงทุนแบบหลายปัจจัย การมุ่งเน้นที่ปัจจัยพื้นฐาน การประเมินมูลค่า และการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับตลาดที่เราครอบคลุม การได้รับรางวัลและการเติบโตในสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารของเราจึงเป็นที่ยอมรับว่าเราเป็นคู่หูที่มีความมั่นคง ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้วจากเส้นทางที่เราผ่านมาทั้งในช่วงขาขึ้นและลงของตลาดตราสารหนี้เอเชีย

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้หมกมุ่นอยู่แต่รางวัลที่ได้รับหรือยึดติดอยู่กับวิถีทางของเราเท่านั้น แต่เรายังถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าสามารถที่จะตรวจจับความเสี่ยงและหาโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอหรือไม่ในขณะที่ยังคงเปิดกว้างเพื่อปรับปรุงกระบวนการลงทุน ตัวอย่างเช่นในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงเหล่านี้และมีส่วนร่วมในการหารือกับนักวิเคราะห์ฝั่งโบรกเกอร์และจากบริษัทที่ปรึกษาภายนอกเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากมุมมองต่างๆ

slot

การให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ยั่งยืนและผลกระทบที่ตามมาต่อพฤติกรรมของผู้ลงทุนในการจัดหาเงินทุนได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เราในการนำกรอบการทำงานแบบที่มีโครงสร้างมากขึ้นมาใช้ในการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของผู้ออกตราสารหนี้ สิ่งนี้สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ว่าความเสี่ยง ESG จะผลักดันความแตกต่างของราคามากยิ่งขึ้นเมื่อตลาดตราสารหนี้เอเชียเติบโตจนมีระดับการพัฒนาที่สูงขึ้น

ถ้าพิจารณาในระดับทีมงาน เราตั้งใจที่จะสนับสนุนให้เกิดความหลากหลายโดยมีจุดประสงค์เพื่อขยายมุมมองโดยรวมของทีมให้กว้างขึ้น ทีมงานของเรานั้นประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจำนวน 21 คนซึ่งสามารถสะท้อนการเป็นตัวแทนที่ดีได้ทั้งในแง่ลักษณะประชากร สัญชาติ และเพศ สมาชิกในทีมยังประกอบด้วยเชื้อชาติที่แตกต่างกันซึ่งสามารถช่วยขยายขอบเขตความเข้าใจของทีมในด้านภาษาและวัฒนธรรม นอกจากนี้ สมาชิกของทีมในสัดส่วน 30% ยังเป็นผู้หญิง โดยมีจำนวนหนึ่งที่มีบทบาทในระดับอาวุโสภายในทีม

คุณค่าแท้จริงที่รับรู้ได้ในตลาดตราสารหนี้เอเชีย

  1. จากการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น คุณยังมั่นใจในสิ่งที่เคยประเมินไว้เมื่อตอนต้นปี 2021 หรือไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนจะถูกจำกัด และคุณได้กำหนดระดับที่สามารถทนทานต่อความผันผวนไว้อย่างไร?

jumbo jili

แม้ว่ามีแนวโน้มที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 เนื่องจากผลกระทบของฐานที่ต่ำประกอบกับราคาอาหารและน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ในมุมมองของเราสิ่งนี้จะยังคงเป็นเรื่องชั่วคราว ระดับช่องว่างของผลผลิตหรือ output gap ที่เห็นชัดจะยังคงมีอยู่ทั่วโลกซึ่งจะจำกัดขอบเขตและขนาดของราคาที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของสินค้าและค่าแรง หากพิจารณานอกเหนือไปจากอุปสรรคในระยะสั้นแล้วยังพบว่ามีแรงผลักดันจากเงินเฟ้อที่ต่ำลงในเชิงโครงสร้างซึ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เช่น จำนวนประชากรสูงวัยและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นต้น

เมื่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่ได้เป็นสิ่งน่ากังวล เราจึงคิดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังคงไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนปี 2023 พัฒนาการในตลาดแรงงานจะเป็นจุดมุ่งเน้นสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ขณะที่ความแตกต่างของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น สภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่แข็งแกร่งมีความขัดแย้งกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของภาคบริการที่ซบเซา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าธนาคารกลางที่ใช้ความระมัดระวังอยู่แล้วอาจทำผิดพลาดหากตัดสินใจดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงิน

สล็อต

ตัวอย่างเช่นธนาคารกลางสหรัฐได้ย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้จนถึงปี 2023 ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม แม้ว่าจะรับรู้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและมีจุดเปลี่ยนสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปีนี้ เราเชื่อว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่ในเอเชียจะทำตามเฟดด้วยการยืนนโยบายไว้เช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม โชคไม่ดีที่อัตราผลตอบแทนแท้จริงของสหรัฐได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลันจนส่งผลกระทบด้านลบต่อสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ของเอเชียรวมทั้งธุรกรรมประเภท carry trades ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก็มาพร้อมกับการเทขายสกุลเงินท้องถิ่นด้วย แต่เราไม่เชื่อว่าภาวะอ่อนแรงของตลาดตราสารหนี้เอเชียในปัจจุบันจะดำเนินต่อไปแบบยาวนานเนื่องจากเราเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อไม่น่าจะพุ่งขึ้นจนเกินรับมือและมุมมองที่ต่อต้านนโยบายผ่อนคลายนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดพลาด

สล็อตออนไลน์

ในความเป็นจริงแล้วเราคิดว่าการที่อัตราผลตอบแทนมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ได้ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ปรับเพิ่มมุมมอง “Overweight” ใน duration ของกองทุนตราสารหนี้เอเชียที่ถือเป็นจุดเด่นของเรา ซึ่งมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนเหล่านั้น สิ่งนี้เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ว่าตลาดตราสารหนี้ในเอเชียจะสามารถสร้างผลงานได้สูงกว่าตราสารของตลาดพัฒนาแล้วเนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องอัตราผลตอบแทน การที่สภาพคล่องทั่วโลกยังคงท่วมท้นความต้องการของผู้ลงทุนสำหรับอัตราผลตอบแทนในภูมิภาคจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นของภูมิภาคและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก

  1. กลุ่มตราสารหนี้ใดในเอเชียที่นำเสนอมูลค่าน่าสนใจในปัจจุบัน?

jumboslot

ตราสารหนี้ภาคเอกชนสามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าตราสารหนี้ภาครัฐในช่วงที่เกิดแรงขายพันธบัตรทั่วโลกเมื่อเร็วๆ นี้ เราคาดว่าผลตอบแทนตราสารหนี้เอกชนโดยรวมโดยเฉพาะการออกตราสารที่มีคุณภาพสูง (ไม่จำเป็นต้องเป็น investment grade) ที่มีอายุ 3-5 ปี จะยังมีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นได้ และหากพิจารณาภายในกลุ่มตราสารหนี้ภาครัฐ จะพบว่ากลุ่มตราสารอายุ 1-3 ปียังคงดีเนื่องจากมีสภาพคล่องรองรับและการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะยังคงนโยบายผ่อนคลายต่อไปจนถึงปี 2021

นอกจากนี้ ตลาดยังรับรู้แล้วถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งเราคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราจึงมองเห็นมูลค่าที่เกิดขึ้นในตราสารระยะสั้นของกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย

เนื่องจากธนาคารกลางในเอเชียยังคงดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายและใช้มาตรการสนับสนุนทางการเงินอย่างเข้มข้น เราจึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในเอเชียจะดีกว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐท่ามกลางอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่เอเชียจะยังคงดำเนินต่อไปภายใต้สภาพแวดล้อมตลาดที่มีแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งตัว (reflationary) และความเชื่อมั่นในการเปิดรับความเสี่ยงที่ดีขึ้น กระแสเงินเหล่านี้บางส่วนอาจมุ่งไปยังตลาดตราสารหนี้ในเอเชีย ขณะความต้องการเชิงโครงสร้างในการปรับ duration ตราสารหนี้ของผู้ลงทุนระยะยาวในประเทศ อาทิกองทุนบำนาญและบริษัทประกัน จะยังคงช่วยสนับสนุนผลงานของตราสารหนี้ระยะยาว

slot

เรายังคิดว่าตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง หรือ high yield bonds (HY) ของเอเชียจะยังคงมีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนแบบปรับความเสี่ยงที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลาด HY อื่นๆ เช่น US HY หรือ European HY อัตราการผิดนัดชำระหนี้คาดการณ์ซึ่งต่ำลงในปีนี้ยังชี้ให้เห็นว่าสเปรดที่ตึงตัวยังเพียงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนได้ นอกจากนี้ Asian HY ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นตราสารประเภทเครดิตของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็กำลังมีข้อจำกัดจากการปฏิรูปกฎเกณฑ์ที่เรียกว่า “เส้นสีแดงสามเส้น” (three red lines) เนื่องจากการก่อหนี้มากเกินไป ปัจจัยนี้ควบคู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นจึงน่าจะช่วยสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในฝั่งของผู้กู้ในเอเชียได้ในระยะสั้นจนถึงระยะปานกลาง

การผิดนัดชำระหนี้ในตลาดออนชอร์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และการคุมเข้มสภาพคล่องในตราสารออนชอร์ของจีนอาจเป็นชนวนปะทุความผันผวนรอบใหม่ แต่เรามองว่าสภาวะดังกล่าวเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว โดยต้องตระหนักด้วยว่าการคัดเลือกเครดิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างเครดิตและการมุ่งคัดเลือกตราสารเป็นสิ่งสำคัญในระยะปัจจุบันของวัฏจักรทางเครดิต ซึ่งจะได้เห็นจากบางบริษัทที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคเมื่อมาตรการสนับสนุนด้านสภาพคล่องที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2020 เริ่มลดขนาดลง

  1. Eastspring เป็นรายแรกที่เปิดตัวกองทุนตราสารหนี้ประเภท ESG มุ่งเน้นเอเชีย คำถามก็คือกองทุนนี้จะสามารถช่วยประสานบทบาทของคุณในฐานะนักเคลื่อนไหวด้าน ESG ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้ออกหลักทรัพย์ได้หรือไม่?

ปี 2020 นับเป็นปีที่โดดเด่นสำหรับกระแสการลงทุนด้าน ESG โดย JP Morgan รายงานเมื่อเดือนมกราคมว่าสินทรัพย์ด้าน ESG ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 7.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าถึง 2 เท่าของกลุ่มสินทรัพย์ประเภทเดียวกันที่ประเมินไว้เมื่อปี 2019 ซึ่งมีขนาด 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การออกตราสารหนี้ยั่งยืนซึ่งรวมถึงพันธบัตรสีเขียว (green bonds) ตราสารหนี้เพื่อสังคม (social bonds) และด้านความยั่งยืน (sustainability bonds) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากผู้ลงทุนที่ตระหนักในเรื่อง ESG

สำหรับบทบาทของเราในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่การลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม มีความแตกต่างที่สำคัญเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ออกตราสารระหว่างการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้น เช่น ผู้ลงทุนตราสารหนี้ที่ไม่มีสิทธิออกเสียง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดพฤติกรรมขององค์กรได้ สิ่งที่เราปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอบางส่วนยังรวมถึงการระบุความเสี่ยงด้าน ESG ที่เป็นสาระสำคัญในกระบวนการวิเคราะห์ของเรา ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความเสี่ยงเหล่านั้นต่อผู้ออกตราสารและให้ถือปฏิบัติตามในแต่ละเรื่องที่เป็นความคาดหวังเพื่อจัดการกับประเด็นที่เป็นข้อกังวลต่างๆ

เราสร้างข้อได้เปรียบจากการที่สมาชิกที่ร่วมทีมกับเรามีข้อมูลเพียบพร้อมในการวิเคราะห์เครดิตซึ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมและสวมบทบาทเชิงรุกของผู้ออกตราสารที่อยู่ภายในกลุ่มสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ของเรา ตัวอย่างเช่นทีมวิจัยที่แข็งแกร่งของเราทั้ง 12 คนได้จัดการประชุมมากกว่า 500 ครั้งในแต่ละปี ค้นหาโอกาสในการปรับปรุงให้ดีขึ้น ใช้ทุกโอกาสในการสื่อสารสิ่งที่เป็นประเด็นความกังวลของเราเกี่ยวกับ ESG และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะต่อพฤติกรรมของผู้ออกหลักทรัพย์