เกาะติดสถานการณ์สงครามราคานํ้ามัน

ทางด้านของรัสเซีย ค่าเงิน ruble ได้อ่อนตัวลง จึงอาจทำให้รัสเซียได้เปรียบซาอุ ในเรื่องของการขายนํ้ามันได้แพงขึ้นเวลาส่งออก แต่อาจแลกด้วยความเสี่ยงในเรื่องของหนี้ต่างประเทศ ที่มาจากค่าเงินที่อ่อนตัว ทำให้ต้องจ่ายมากกว่าเดิม

jumbo jili

หาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ส่วนตัวผมขอเรียกผลงานชิ้นนี้ว่าเป็น indicator ชี้นำจุดเข้าซื้อยามวิกฤติ ที่ได้รวบรวมหลายๆ indicators ที่มีความสำคัญเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งผมมองว่ามันเจ๋งมากๆ (ปกติไม่เคยอวยนะครับ ไม่ชอบก็จะเฉยๆหรือบางทีก็หลุดพูดออกมา ฮาๆ) โดยผมจะมาอธิบายการใช้งาน indicators ในส่วนต่างๆให้ทุกคนได้ดูกัน

เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ในส่วนแรกจะเป็น Global cases per day ของยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศสำคัญๆ โดยสถิติหากจำนวนผู้ติดเชื้อทะลุ 200 รายมีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งสูงไป 1,000 ราย แต่ถ้ากราฟผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อหุ้น

เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
Valley time
ในส่วนนี้จะเป็นการเทียบระยะเวลากับครั้งวิกฤติ subprime ว่าใช้เวลานานแค่ไหนที่ดัชนีสำคัญต่างๆ ลงจากจุดสูงสุดไปจุดตํ่าสุด

สล็อต

Drawdown
พูดง่ายๆก็คือหากเทียบกับวิกฤติ Subprime แล้ว หุ้นลงได้ถึงไหน โดยหากเส้นส้มชนเทาเราอาจจะเริ่มเข้าซื้อได้

Highlighted Indicator
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
VIX ใช้แสดงความผันผวนของดัชนี S&P 500 ผันผวนมากแสดงถึงความกลัวที่มากของนักลงทุน
2Y10Y Spread หากติดลบจะกลายป็น inverted yield curve แสดงถึงสัญญาณถดถอยในอนาคต
CDS Investment Grade ราคาตราสารอนุพันธ์ (Deriative) ที่ใช้สำหรับเปิด hedge ในช่วงตลาดขาลง โดยหากเพิ่มขึ้นแสดงถึงความเสี่ยงที่มากขึ้น
USD/THB โดยหากค่าเงินบาทอ่อนอาจไม่ดีต่อตลาดหุ้น และตราสารหนี้ เพราะ แสดงถึงการถอนทุนออก
USD/JPY หากค่าเงินเยนมีการแข็งค่า แสดงถึงการที่คนอยากถือเงินสด และสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองที่มีค่า correlation ใกล้เคียงกับเงินเยน
*ในเว็บไซต์ก็มีคำอธิบายเพิ่มเติมด้านล่างอีกทีเหมือนกันนะครับ หากอ่านตรงนี้แล้วยังไม่เข้าใจก็ลองเข้าไปอ่านในเว็บไซต์ได้เลย

สล็อตออนไลน์

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับสรุป LIVE ในวันนี้ จริงๆมันคือของวันพฤหัสบดีแหละแต่เนื่องจากติดปัญหาว่า LIVE โดนลบออกไปเลยเพิ่งได้ปล่อยสรุปออกมาให้ทุกคนดู หวังว่าจะคลายข้อสงสัยเรื่องตราสารหนี้และสถานการณ์ต่างๆให้ทุกคนได้นะครับ

อย่าลืมไปลองเล่น COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM กันล่ะ รักษาสุขภาพกันด้วยครับ อยู่บ้านเหงาๆก็มาอ่านบทความ Mr.Serotonin ก็ได้….

กดที่แบนเนอร์ได้ล่างเพื่อเข้าไปทดลองใช้ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM กันได้เลย!

jumboslot

โดยอาจเกิดจากการที่นักลงทุนนำเงินมาหลบภัยในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นกันมากขึ้น (Yield ตัวระยะสั้นจึงลดลงเป็นผลจากการเข้าซื้อ จึงทำให้ Yield curve กลับตัวขึ้นมาได้)

ส่งผลให้เงินที่หมุนในระบบเศรษฐกิจลดลง เพราะ ความกังวลในเรื่องภาวะถดถอย และความเสี่ยง หนี้สูญ (Default) ทำให้นักลงทุนในตราสารหนี้บริษัทต่างๆถอนทุนออกทาง Fed จึงต้องแก้เกมด้วยการอัดเงินเข้ามาอุ้มบริษัทต่างๆเอาไว้

ตราสารหนี้สหรัฐ
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ช่วงที่ผ่านมา Fed มีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่กลับกันตัวตราสารหนี้ yield กลับดีดขึ้น มาจากการที่นักลงทุนเทขาย ส่งผลให้ราคาลงมาซะอย่างนั้นทั้งๆที่ควรจะขึ้นหากมีการลดดอกเบี้ย โดยหากทาง Fed ต้องการจะดึงเงินทุนกลับเข้าตราสารหนี้อาจจะต้องมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า?

slot


แต่ปัจจุบัน Fed ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่เหลือดอกเบี้ยให้เล่นแล้วโดยเหลือเพียงแค่ 0.25% เท่านั้น น่าเป็นห่วงมากๆครับ

ตราสารหนี้ไทย
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ตัว Yield ก็มีการดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงการเทขาย โดยอาจจะเป็นการขายเพื่อหนีไปถือเงินสดของนักลงทุน

อีกเรื่องที่น่าจับตามองคือ ตราสารหนี้เกรดลงทุนในเซคเตอร์กลุ่มพลังงาน ที่ผันผวนมากๆในช่วงที่ผ่านมา

ในส่วนของ ส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) นั้นดีดแรงมาก ถึงแม้จะเป็นตัวที่เป็น Investment grade ก็ตาม (Credit rating มากกว่า BBB) โดย spread อยู่ที่เกือบๆ 500 เลยทีเดียวแสดงให้เห็นถึงแรงเทขายอย่างหนักหน่วง

ตัว Junk bond หรือ High yield นี่ก็แทบกุมขมับกันเลยทีเดียว สถานการณ์หนักหน่วงมากๆ โดย spread ดีดขึ้นมากถึง 2,000 เลยทีเดียว สูงกว่าครั้งวิกฤติ subprime ด้วยซํ้า

เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อ

ในวันที่มืดแปดด้านยามวิกฤติเช่นนี้ หากคุณมองไม่เห็นโอกาส จะดีแค่ไหนกันหากมี indicators ชี้วัด พร้อมเสิร์ฟโอกาสให้คุณเข้าซื้อยามตลาดส่งสัญญาณกลับตัว โดยสรุปในวันนี้เราจะมาเผย COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM ที่พัฒนาโดยทีมงาน FINNOMENA พร้อมกับไขข้อสงสัยแบบเจาะลึกว่าทำไมกองตราสารหนี้ถึงลงในช่วงนี้ รวมถึงบทวิเคราะห์เชิงลึกในเรื่องของสงครามราคานํ้ามัน

jumbo jili

โดย LIVE ในวันนี้ถือว่าเข้มข้น และผมชอบมากๆเป็นการส่วนตัว หากพร้อมแล้วอ่านไปพร้อมๆกันได้เลยครับ!

เช่นเคยครับ เรามาอัพเดทสถานการณ์ประจำวันกันก่อน…. (ของวันที่ 19 มีนาคม 2563)
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงต่ออีก -5%
ราคานํ้ามันติดลบอีกกว่า -20% โดยอาจส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตนํ้ามัน เพราะด้วยราคาที่ลดลงอาจทำให้ทำกำไรได้น้อยลง
ทาง CAPA หรือสมาคมรวมผู้ประกอบการสายการบิน ได้ร้องเรียนกับโดนัลด์ ทรัมป์ว่าหากสถานการณ์โควิด 19 ยังเป็นเช่นนี้จนถึงพฤษภา บริษัทสายการบินอาจล้มละลายได้ โดยมีผลมาจาก อุปสงค์ (supply) ที่ล้นจากสถานการณ์ price war (การหั่นราคานํ้ามันทำได้โดยการผลิตออกมาให้เยอะขึ้นและเมื่อสต๊อกนํ้ามันล้นตลาดเกินความต้องการของผู้คนจนขายไม่ออก ทางผู้ผลิตจึงต้องลดราคานํ้ามันลง) นอกจากนั้นยังมีการกดดันในเรื่องของ demand ที่ตํ่ากว่าเดิมเนื่องจากไวรัสโคโรน่าอาจทำให้ผู้คนไม่เดินทาง ไม่จับจ่ายใช้สอย บริษัทผู้ผลิตต่างๆก็ไม่ผลิตของออกมาเนื่องจากไม่มีความต้องการของผู้คนในตลาดและด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลข้างต้น จึงส่งผลให้ราคานํ้ามันถูกเทขายหนักไปกว่าเดิม โดยหากราคานํ้ามันตํ่ากว่า 30

สล็อต

เหรียญ ซัก 3-4 เดือนอาจจะทำให้ผู้ส่งออกนํ้ามันเกิดปัญหาได้
ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือน โดยทะลุ 32.50 บาท/ดอลลาร์ เป็นที่เรียบร้อยด้วยอ่อนตัวขึ้นถึงเกือบๆ 10% เลยทีเดียว โดยอาจทำให้ผู้ส่งออกหายใจหายคอได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถอนทุนของนักลงทุนในตลาด (เงินไหลออก)
มุมมองการลงทุนจาก Ray Dalio และหลายๆสำนักชื่อดัง
หากคุณติดตามชายผู้นี้มาก่อนหน้า คุณคงจะจำได้ว่า Ray Dalio เคยประกาศไว้ว่า “หากเราย้อนไปดูประวัติศาสตร์โรคระบาดไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเกิดภาวะถดถอย” แต่ครั้งนี้ผลลัพธ์ได้แตกต่างออกไป โดยกองทุนของเขาทำผลตอบแทน -20% ใน 3 เดือน แต่อย่างไรก็ตามเฮียแกได้บอกใบ้ไว้ว่าในตอนนี้ เขาได้เปลี่ยนไป short หุ้นยุโรปไว้ ตัวอย่างเช่น หุ้น SAP

และเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ JP Morgan และ Goldman Sach ปัจจุบันมีมุมมองตลาดว่ากำลังเป็นช่วงขาลง (Bear market)

สล็อตออนไลน์

เจาะลึกตราสารหนี้ ทำไมถึงลงในช่วงนี้?
เจาะลึก Credit Spread Duration (CDS) คืออะไร? สำคัญไฉน?
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ภาพด้านบนเป็นภาพแสดง Credit spread duration หรือหากพูดง่ายๆสั้นๆก็คือตัวที่ใช้วัดส่วนต่างความเสี่ยงในตราสารหนี้ โดยหากเศรษฐกิจดีคนมีความมั่นใจกับหุ้นกู้บริษัท เพราะ มีพื้นฐานธุรกิจที่ดี คนก็จะเข้าไปซื้อส่งผลให้ราคาขึ้น ส่วนต่าง (Spread) ก็จะลดลง จึงทำให้ผลตอบแทน (Yield) ลง แต่หากเศรษฐกิจไม่ดี จนมีการเทขายออกมาจากตราสารหนี้บริษัทดังกล่าวก็จะส่งผลให้ราคาลงส่วนต่างความเสี่ยง (Spread) ก็จะขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทน (Yield) ขึ้น อันเป็นผลมาเนื่องจากการเทขาย

โดยสถานการณ์ในปัจจุบันถือว่าไม่สู้ดีนักหลังจากตัว spread ที่ว่าดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงภายในสัปดาห์เดียวเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงการเทขายอย่างหนักในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงส่งผลให้กองทุนตราสารหนี้ทั้งสั้นและยาวแทบทุกตัวนั้นติดลบ

ที่ผ่านมาเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ดีดตัวขึ้นเพราะอะไร? ใช่การถดถอยไหม?
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ภาพด้านบนแสดงถึงเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield curve) ของพันธบัตรรัฐบาล ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลังจากส่งสัญญาณติดลบมาก่อนหน้าช่วงที่ตลาดหุ้นอึมครึม แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นๆตรงที่ การดีดตัวขึ้นของ Yield curve เกิดจากสภาพคล่องของเงินดอลลาร์ที่ขาดแคลน

jumboslot

โดยอาจเกิดจากการที่นักลงทุนนำเงินมาหลบภัยในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นกันมากขึ้น (Yield ตัวระยะสั้นจึงลดลงเป็นผลจากการเข้าซื้อ จึงทำให้ Yield curve กลับตัวขึ้นมาได้)

ส่งผลให้เงินที่หมุนในระบบเศรษฐกิจลดลง เพราะ ความกังวลในเรื่องภาวะถดถอย และความเสี่ยง หนี้สูญ (Default) ทำให้นักลงทุนในตราสารหนี้บริษัทต่างๆถอนทุนออกทาง Fed จึงต้องแก้เกมด้วยการอัดเงินเข้ามาอุ้มบริษัทต่างๆเอาไว้

ตราสารหนี้สหรัฐ
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ช่วงที่ผ่านมา Fed มีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่กลับกันตัวตราสารหนี้ yield กลับดีดขึ้น มาจากการที่นักลงทุนเทขาย ส่งผลให้ราคาลงมาซะอย่างนั้นทั้งๆที่ควรจะขึ้นหากมีการลดดอกเบี้ย โดยหากทาง Fed ต้องการจะดึงเงินทุนกลับเข้าตราสารหนี้อาจจะต้องมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า?

slot

แต่ปัจจุบัน Fed ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่เหลือดอกเบี้ยให้เล่นแล้วโดยเหลือเพียงแค่ 0.25% เท่านั้น น่าเป็นห่วงมากๆครับ

ตราสารหนี้ไทย
เจาะลึกตราสารหนี้และหาจุดเข้าซื้อไปกับ COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM
ตัว Yield ก็มีการดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงการเทขาย โดยอาจจะเป็นการขายเพื่อหนีไปถือเงินสดของนักลงทุน

อีกเรื่องที่น่าจับตามองคือ ตราสารหนี้เกรดลงทุนในเซคเตอร์กลุ่มพลังงาน ที่ผันผวนมากๆในช่วงที่ผ่านมา

ในส่วนของ ส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) นั้นดีดแรงมาก ถึงแม้จะเป็นตัวที่เป็น Investment grade ก็ตาม (Credit rating มากกว่า BBB) โดย spread อยู่ที่เกือบๆ 500 เลยทีเดียวแสดงให้เห็นถึงแรงเทขายอย่างหนักหน่วง

ตัว Junk bond หรือ High yield นี่ก็แทบกุมขมับกันเลยทีเดียว สถานการณ์หนักหน่วงมากๆ โดย spread ดีดขึ้นมากถึง 2,000 เลยทีเดียว สูงกว่าครั้งวิกฤติ subprime ด้วยซํ้า

BondYieldสำคัญไฉน

บทความนี้เราจะมารู้จักเรื่องของตลาดตราสารหนี้กันก่อน แต่จะให้เริ่มจากสูตรคำนวนอะไรเทือกนี้ คงจะไม่จำเป็นสำหรับนักลงทุนหุ้น เรามองไปที่ปลายทางเลย คือ Bond Yield เมื่อไหร่ขึ้นลง สัมพันธ์อย่างไร และส่งผลกับเศรษฐกิจ และค่าเงินอย่างไร

jumbo jili

รู้หรือไม่? Asset Class ที่มูลค่าตลาดหรือเม็ดเงินสูงที่สุดนั้นไม่ใช่ตราสารทุน (หุ้น) แต่คือ ตราสารหนี้ (พันธบัตรหรือหุ้นกู้) เราเรียกกันกว้าง ๆ สวย ๆ ว่า Fixed-Income … แม้แต่เงินฝากธนาคาร ก็ดูเป็น Fixed-Income เพียงแค่ไม่อยู่ในรูปหลักทรัพย์เท่านั้นเอง โดยหลักของตราสารหนี้หรือหุ้นกู้เหล่านี้ก็คือเราจะได้ผลตอบแทนตามหน้าตั๋วที่เขียนไว้ เม็ดเงินที่หมุนเวียนไปมาบนโลกนี้ ส่วนมากคือตลาดเงินและตลาดตราสารหนี้ทั้งนั้น

โดยปกติที่เราซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาลกัน เราก็จะได้เงินจำนวนหนึ่งกลับมาเสมอ และรอครบอายุค่อยได้เงินเต็มจำนวน แต่รู้หรือไม่ ว่าเราสามารถนำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ในตลาดรอง (หรือเดินไปธนาคารบอกว่าจะขาย แต่ต้องยอดเยอะ ๆ หน่อย และยอมรับราคา discount เยอะเหมือนกัน)

ใครที่ไม่รู้จัก ตราสารหนี้ (Fixed-Income หรือ Bond treasury แบบใดก็ตาม) ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า ราคาจะแปรผกผันกับ Yield (อัตราผลตอบแทนพันธบัตร)

สล็อต

แน่นอนว่าพอเป็นหนี้ ก็ต้องมีกำหนดระยะเวลาในการคืนหนี้ ดังนั้นตราสารหนี้จึงมีอายุของตราสาร

หากเรานำพันธบัตรรัฐบาลมา Plot โดยให้แกน X (แนวนอน) คือ อายุคงเหลือของตราสารหนี้ (เรียงกันจากน้อยไปมาก) แกน Y (แนวตั้ง) คือ อัตราผลตอบแทน เราจะได้ “เส้นโค้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร” หรือ “Yield Curve” ซึ่งก็คือ เส้นที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทน กับ อายุคงเหลือของตราสารหนี้

นี่แหละหนอ คือสิ่งที่นักวิเคราะห์บางคนจ้องกันประจำ

ซึ่งปกติแล้ว ตราสารหนี้ที่อายุสั้นกว่าจะมีอัตราผลตอบแทนน้อยกว่าตราสารหนี้ที่อายุยาวกว่า (เหมือนกับเราให้คนอื่นกู้นาน มันก็เสี่ยงกว่า เราก็ต้องได้ผลตอบแทนที่มากกว่าคนที่ให้กู้ไม่นาน)

แต่โลกนี้มันไม่ง่ายดาย มีโอกาสผิดชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน มุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจ และอื่น ๆ ทำให้ Yield curve นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สล็อตออนไลน์

Bond Yield สำคัญไฉน Yield Curve คืออะไร? ทำไมถึงต้องรู้จัก?
หลัก ๆ เราจะเจอรูปแบบ Yield Curve อยู่ 3 รูปแบบ คือ

  1. Normal curve : Yield ของพันธบัตรระยะสั้น น้อยกว่า Yield ของพันธบัตรระยะยาว ซึ่งพบเจอได้ในสถานการณ์ปกติ หรือช่วงเศรษฐกิจแข็งแกร่ง
  2. Inverted curve : Yield ของพันธบัตรระยะสั้น มากกว่า Yield ของพันธบัตรระยะยาว มักเกิดขึ้นในยามที่คนกังวลว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี หรือมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อประคับประคองเงินเฟ้อ หรือควบคุมอสังหาฯ ไม่ให้ฟองสบู่เกินไป

มนุษย์เราเชื่อว่า นี่เป็นสัญญาณ Recession ในอนาคตอันใกล้ 6-12 เดือนข้างหน้า โดยอิงจากข้อมูลสถิติ ซึ่งนาน ๆ ทีจะเกิดขึ้นสักครั้ง (แต่ใช้ไม่ได้กับทุกตลาดนะ)

  1. Flat curve : Yield ของพันธบัตรระยะสั้น เท่ากับ Yield ของพันธบัตรระยะยาว เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างเต็มที่และเตรียมที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย เส้น Yield curve จาก Normal yield curve ที่กำลังเปลี่ยนเป็น Inverted yield curve จะต้องเกิด Flat yield curve ขึ้นก่อน หรือในทางตรงกันข้าม จากวิกฤต ก่อนพลิกไปเป็น steep (normal แบบ กราฟชันมาก ๆ)

jumboslot

อาจฟังดูยาก ดูซับซ้อน แต่ก็แนะนำค่อย ๆ ศึกษาไปครับ สักพักจะจำ pattern ของมันได้เอง

ส่วนมีเทคนิคดูอย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไหน กำลังสื่ออะไร แน่นอนว่าเรื่องที่ตลาดกังวล ว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ก็จะอยู่ในนั้นด้วย

ในวันที่มืดแปดด้านยามวิกฤติเช่นนี้ หากคุณมองไม่เห็นโอกาส จะดีแค่ไหนกันหากมี indicators ชี้วัด พร้อมเสิร์ฟโอกาสให้คุณเข้าซื้อยามตลาดส่งสัญญาณกลับตัว โดยสรุปในวันนี้เราจะมาเผย COVID-19 INVESTMENT WAR ROOM ที่พัฒนาโดยทีมงาน FINNOMENA พร้อมกับไขข้อสงสัยแบบเจาะลึกว่าทำไมกองตราสารหนี้ถึงลงในช่วงนี้ รวมถึงบทวิเคราะห์เชิงลึกในเรื่องของสงครามราคานํ้ามัน

โดย LIVE ในวันนี้ถือว่าเข้มข้น และผมชอบมากๆเป็นการส่วนตัว หากพร้อมแล้วอ่านไปพร้อมๆกันได้เลยครับ!

เช่นเคยครับ เรามาอัพเดทสถานการณ์ประจำวันกันก่อน…. (ของวันที่ 19 มีนาคม 2563)
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงต่ออีก -5%
ราคานํ้ามันติดลบอีกกว่า -20% โดยอาจส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตนํ้ามัน เพราะด้วยราคาที่ลดลงอาจทำให้ทำกำไรได้น้อยลง
ทาง CAPA หรือสมาคมรวมผู้ประกอบการสายการบิน ได้ร้องเรียนกับโดนัลด์ ทรัมป์ว่าหากสถานการณ์โควิด 19 ยังเป็นเช่นนี้จนถึงพฤษภา บริษัทสายการบินอาจล้มละลายได้ โดยมีผลมาจาก อุปสงค์ (supply) ที่ล้นจากสถานการณ์ price war (การหั่นราคานํ้ามันทำได้โดยการผลิตออกมาให้เยอะขึ้นและเมื่อสต๊อกนํ้ามันล้นตลาดเกินความต้องการของผู้คนจนขายไม่ออก ทางผู้ผลิตจึงต้องลดราคานํ้ามันลง) นอกจากนั้นยังมีการกดดันในเรื่องของ demand ที่ตํ่ากว่าเดิมเนื่องจากไวรัสโคโรน่าอาจทำให้ผู้คนไม่เดินทาง

slot

ไม่จับจ่ายใช้สอย บริษัทผู้ผลิตต่างๆก็ไม่ผลิตของออกมาเนื่องจากไม่มีความต้องการของผู้คนในตลาดและด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลข้างต้น จึงส่งผลให้ราคานํ้ามันถูกเทขายหนักไปกว่าเดิม โดยหากราคานํ้ามันตํ่ากว่า 30 เหรียญ ซัก 3-4 เดือนอาจจะทำให้ผู้ส่งออกนํ้ามันเกิดปัญหาได้
ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือน โดยทะลุ 32.50 บาท/ดอลลาร์ เป็นที่เรียบร้อยด้วยอ่อนตัวขึ้นถึงเกือบๆ 10% เลยทีเดียว โดยอาจทำให้ผู้ส่งออกหายใจหายคอได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถอนทุนของนักลงทุนในตลาด (เงินไหลออก)
มุมมองการลงทุนจาก Ray Dalio และหลายๆสำนักชื่อดัง
หากคุณติดตามชายผู้นี้มาก่อนหน้า คุณคงจะจำได้ว่า Ray Dalio เคยประกาศไว้ว่า “หากเราย้อนไปดูประวัติศาสตร์โรคระบาดไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเกิดภาวะถดถอย” แต่ครั้งนี้ผลลัพธ์ได้แตกต่างออกไป โดยกองทุนของเขาทำผลตอบแทน -20% ใน 3 เดือน แต่อย่างไรก็ตามเฮียแกได้บอกใบ้ไว้ว่าในตอนนี้ เขาได้เปลี่ยนไป short หุ้นยุโรปไว้ ตัวอย่างเช่น หุ้น SAP

และเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ JP Morgan และ Goldman Sach ปัจจุบันมีมุมมองตลาดว่ากำลังเป็นช่วงขาลง (Bear market)

นักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง

ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช ที่ปรึกษาการลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ อธิบายว่า เนื่องจากนักลงทุนมักเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ทั้งสอง เช่น หากพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงมากกว่าจะต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่า 5% ต่อปี เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน สำหรับผลตอบแทนของพันธบัตร ตลาดมักใช้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเป็นเกณฑ์

jumbo jili

ส่วนผลตอบแทนของหุ้นมักดูจากอัตราผลตอบแทน (Earnings Yield) ซึ่งคิดจากกำไรต่อราคาหุ้น (EPS) หารด้วยราคาต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนว่าจะได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่หากเข้าลงทุนในหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน ซึ่งส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรกับผลตอบแทนหุ้นคือ ค่า Risk Premium ของหุ้น หรือเรียกอีกอย่างว่า Earnings Yield Gap

ปัจจุบัน ตลาดให้ความสำคัญกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี มาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557 ในขณะที่ S&P500 มี Forward P/E ที่ 18 เท่า คิดเป็น Earnings Yield ประมาณ 5% ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของหุ้นกับพันธบัตร (Earnings Yield Gap) อยู่ที่ 2.3% หมายความว่า หุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร 2.3% ซึ่งหากเทียบกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นแล้วถือว่าต่ำมากและเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

สล็อต

หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า Earnings Yield Gap ระหว่างหุ้นกับพันธบัตรสหรัฐอเมริกาจะยิ่งน้อยลงไปอีก และเป็นความเสี่ยงให้ราคาหุ้นปรับตัวลงได้

“หากผลตอบแทนจากพันธบัตรปรับตัวขึ้นเร็วและแรงเกินไป อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับลงแรงได้ เช่นกัน” ณัฐพร บอก

กลยุทธ์ลงทุน

เมื่อเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้จะทำให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และราคาของพันธบัตรปรับตัวลดลง ดังนั้น การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ต้องพยายามหาตราสารหนี้ที่มีระยะเวลากำหนดไถ่ถอนที่สั้น เพื่อให้สามารถลงทุนตราสารหนี้ตัวใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ตราสารหนี้ที่มีอายุสั้นจะได้รับผลขาดทุนด้านราคาน้อยกว่าตราสารหนี้ระยะยาว “นักลงทุนควรเลือกตราสารหนี้ที่จ่ายคูปองหรือดอกเบี้ยในระดับสูง เนื่องจากตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงจะชดเชยการขาดทุนจากส่วนต่างราคาได้ดีกว่าแล้ว” ณัฐกฤติ กล่าว

สล็อตออนไลน์

แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังก็คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-investment grade) ซึ่งถึงแม้จะให้ดอกเบี้ยสูงแต่ก็มีโอกาสที่บริษัทจะผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนต้องเสาะหาตราสารหนี้ที่ให้คูปองสูงและมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ของไทยนับจากนี้ ณัฐกฤติแนะนำว่าเพื่อป้องกันการ Mark-to-market แล้วขาดทุนจะต้องลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว (Duration เฉลี่ยมากกว่า 2 ปี) และเพิ่มตราสารหนี้ระยะสั้น (Duration เฉลี่ยน้อยกว่า 2 ปี) ให้มากขึ้น

“เพราะถึงแม้อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีจะน้อยกว่า แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการ Mark-to-market ได้”

สำหรับการลงทุนตราสารหนี้โดยตรง จะต้องใช้เงินขั้นต่ำในการซื้อต่อครั้งที่ 1 แสนบาท (คิดจาก 100 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท) หมายความว่า นักลงทุนต้องใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งค่อนข้างสูง

jumboslot

ทางออกก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งใช้เงินลงทุนแต่ละครั้งต่ำมาก โดยณัฐกฤติแนะนำเลือกกองทุนที่ Duration ไม่เกิน 2 ปี หรือเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่มีการบริหารในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยน Duration ได้ทุกสถานการณ์

slot

“ต้องเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่อาศัยความชำนาญของผู้จัดการกองทุนในการปรับเปลี่ยนพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น ถ้าตราสารหนี้ที่ถือครองอยู่แล้วมีความมั่นคงพอก็อาจจะถือครองจนถึงครบกำหนดอายุ (Maturity) จนได้ดอกเบี้ยมาชดเชยผลการขาดทุนก็ได้” ณัฐกฤติ ทิ้งท้าย

ดอกเบี้ยขยับ ต้องปรับพอร์ตตราสารหนี้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนในตราสารหนี้ต่างมีความสุขกับผลตอบแทนที่ได้รับ เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยต้นปีที่ผ่านมา เงินทุนไหลเข้ามาราว 5 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดถือครองของนักลงทุนต่างชาติสูงถึง 9.3 แสนล้านบาท

jumbo jili

แต่แล้วหลังจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะเริ่มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็ได้ทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความกังวลต่อความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ และเริ่มทยอยขายออกอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในตลาดสหรัฐอเมริกา

ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.50 – 1.75% เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อายุ 10 ปีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะเดียวกันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.5%

ถ้าดูจากตัวเลขที่ปรากฏ ดูเหมือนว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ของสหรัฐฯ น่าสนใจมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ของไทย จึงทำให้เกิดแรงขายในตราสารหนี้ของไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับ Bond Yield อายุ 10 ปี ของไทยที่เพิ่มขึ้นสู่จุดที่มากกว่า 2.5% ในรอบ 9 เดือน และ Bond Yield อายุ 2 ปี ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.8% ใกล้เคียงกับช่วงปลายปี 2016 ที่ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงตัวที่ 1.5%

สล็อต

ด้วยแรงขายตราสารหนี้ของไทยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยตรง เนื่องจากความสัมพันธ์ของอัตราดอกเบี้ยกับราคาของตราสารหนี้จะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นราคาของตราสารหนี้จะลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่าของกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ปรับลดลงเมื่อ Mark-to-market หรือการประเมินมูลค่าเมื่อสิ้นวันทำการ

ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Wealth Manager ธนาคารทิสโก้ อธิบายว่าถ้าพิจารณาให้ดีผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด เนื่องจากผลตอบแทนของการลงทุนจะต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อด้วย เพื่อสะท้อนอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield) จากการลงทุน

นั่นคือ Real Yield มักจะเท่ากับส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยแบบทั่วไป (Nominal Yield) ซึ่งก็คืออัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุน ลบด้วยอัตราเงินเฟ้อของสกุลเงินในตราสารนั้นๆ เช่น Bond Yield 10 ปี ของพันธบัตรสหรัฐฯ คือ 2.9% หากหักด้วยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันที่ 2.4% จะได้ Real Yield เพียง 0.5% ขณะที่ Bond Yield 10 ปี ของพันธบัตรไทย คือ 2.5% เมื่อหักด้วยอัตราเงินเฟ้อของไทย 1.07% จะได้ Real Yield เท่ากับ 1.43%

“ดังนั้น หากคำนึงถึงผลตอบแทนที่แท้จริง ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ไทยยังคงน่าสนใจอยู่เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา” ณัฐกฤติ กล่าว

สล็อตออนไลน์

ปัจจัยที่ทำให้ Bond Yield ปรับขึ้น ณัฐกฤติกล่าวว่ามาจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มขยับขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมให้ขยายตัวต่อเนื่องและอยู่ในระยะยาวได้

“ถ้าดูภาวะตลาดดอกเบี้ยในต่างประเทศจะเห็นว่ามีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน นำโดยสหรัฐอเมริกา และปีนี้คาดว่าจะปรับขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้ง ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ เพราะ Bond Yield เป็นตัวหนึ่งที่สะท้อนต้นทุนของผู้ประกอบการ เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะผลักภาระไปให้ผู้บริโภคได้หรือไม่ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา ขยับเข้าสู่ระดับ 2% ทำให้เฟดก็ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาขยับขึ้น” ณัฐกฤติ อธิบาย

อีกปัจจัยก็คือ Demand และ Supply ของตลาดตราสารหนี้ ซึ่ง Demand มาจากฝั่งของนักลงทุนที่ต้องการเข้าลงทุน เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ หรือต้องการพักเงินทุนในกรณีตลาดหุ้นที่มีความไม่แน่นอนในการลงทุน ส่วน Supply ของตราสารหนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากภาครัฐที่ออกตราสารทางการเงิน โดยล่าสุดกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาได้เปิดประมูลพันธบัตรรวมมูลค่าสูงถึง 2.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

jumboslot

มีคำถามว่า Bond Yield ปรับขึ้นระดับไหนที่ต้องระวัง หากดูเฉพาะ Bond Yield ของสหรัฐอเมริกา หากปรับขึ้นสูงกว่าระดับ 3% ถือเป็นจุดทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้น ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น ทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ปัจจุบันแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่มีทิศทางอยู่ในขาลงมากว่า 30 ปีจะเริ่มกลับเป็นขาขึ้น และในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นย่อมหมายถึงต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

slot

ส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม เพราะตามทฤษฎีการเงิน ดอกเบี้ยหรือ Bond Yield ในตลาดถือเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญซึ่งต้องใช้ในการคำนวณอัตราคิดลดหรือ Discount Rate เพื่อนำไปใช้คำนวณมูลค่าเหมาะสมของสินทรัพย์ทางการเงินทุกชนิด โดย Discount Rate ที่สูงขึ้นจะส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมของสินทรัพย์ลดลง

สรุปก็คือ Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกดดันให้ค่า P/E Ratio ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นลดลง ซึ่ง P/E Ratio ของตลาดจะถูกกดดันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของ Bond Yield ของสหรัฐอเมริกา

ตลาดตราสารหนี้

​​​การซื้อขายตราสารหนี้สามารถทำได้ทั้งจากตลาดแรกและตลาดรอง ดังนี้

jumbo jili

ตลาดแรก (Primary Market)
การซื้อขายในตลาดแรกจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ออกตราสารหนี้ทำการขายตราสารหนี้ให้แก่นักลงทุนในตลาดเป็นครั้งแรก แบ่งออกเป็น

​1. การจำหน่ายให้ผู้ซื้อรายย่อย
มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงินผู้มีสิทธิซื้อประกอบด้วยบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในการจำหน่ายแต่ละครั้งผู้ออกตราสารหนี้จะเป็นผู้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารออมสินเป็นตัวแทนจำหน่ายโดย ธปท. เป็นผู้กำกับดูแลการจัดจำหน่าย นายทะเบียน และตัวแทนการจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงิน

  1. การจำหน่ายให้แก่นักลงทุนสถาบันด้วยวิธีการประมูล​​
    ​ในปัจจุบัน ธปท. เปิดให้มีการประมูล 2 แบบ คือ

สล็อต

​2.1 การประมูลแบบแข่งขันราคา (Competitive Bid) ​
หมายถึง การเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน และจำนวนเงินที่ต้องการ ซึ่งผู้มีสิทธิเข้าประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุดจะได้รับการจัดสรรวงเงินก่อน แล้วจึงจัดสรรให้ผู้มีสิทธิเข้าประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปตามลำดับจนครบวงเงินที่ออกจำหน่ายราคาที่ต้องชำระสำหรับการประมูลแบบนี้ คำนวณจากอัตราผลตอบแทนที่เสนอ ดังนั้นจำนวนเงินที่แต่ละรายต้องชำระจึงแตกต่างกัน

2.2 การประมูลแบบไม่แข่งขันราคา (Non-Competitive Bid) ​​
หมายถึง การเสนอซื้อในจำนวนเงินที่ต้องการ โดยอัตราผลตอบแทนที่ผู้มีสิทธิเข้าเสนอซื้อและได้รับจัดสรรทุกราย จะเท่ากับอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยในการประมูลแบบแข่งขันราคาที่จัดจำหน่ายในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเข้าประมูลและผู้มีสิทธิเข้าเสนอซื้อ จะกำหนดไว้ในประกาศการจำหน่ายตราสารหนี้รุ่นนั้น ๆ ราคาที่ต้องชำระ คำนวณจากอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้จากการประมูลแบบแข่งขันราคา ซึ่ง ธปท. จะประกาศอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ พร้อมทั้งอัตราต่ำสุด-สูงสุด ทางเว็บไซต์ของ ธปท. และผ่านระบบ e-Bidding​

สล็อตออนไลน์

ตลาดรอง (Secondary Market)
ตลาดรอง หมายถึง ตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถทำการซื้อขายตราสารหนี้หลังจากที่ได้มีการซื้อขายในตลาดแรกเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายในตลาดรองคือนักลงทุนซึ่งถือครองตราสารหนี้อยู่ และต้องการขายตราสารหนี้ฉบับนั้นออกไป การซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรองสามารถทำได้ดังนี้

การซื้อขายกันเอง หรือเรียกว่า Over the Counter : OTC ไม่มีสถานที่แน่นอน ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อเพื่อตกลงราคากันได้เอง หรืออาจติดต่อผ่านสถาบันการเงินโดยการเจรจาต่อรองทางโทรศัพท์ ราคาซื้อขายจึงขึ้นอยู่กับอำนาจการต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

jumboslot

ในปัจจุบันสถาบันการเงินบางแห่งจะกำหนดราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Offer) ผ่านเว็บไซต์ของสถาบันการเงินนั้น ๆ สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะเสนอราคาซื้อขายแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ซื้อและผู้ขายอาจจะต้องติดต่อสถาบันหลายแห่งเพื่อเปรียบเทียบราคา และอาจศึกษาเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) เพิ่มเติมเพื่อใช้เปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเสนอ
​การซื้อขายผ่านระบบ Bond Electronic Exchange : BEX ดำเนินการภายใต้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

slot

นักลงทุนที่ต้องการซื้อขายตราสารหนี้ผ่านระบบ BEX ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทสมาชิกหรือโบรกเกอร์ คลิกเพื่อเรียกดูรายชื่อบริษัทสมาชิกหรือโบรกเกอร์ วิธีการซื้อขายทำได้โดยนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อหรือขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดตราสารหนี้ของบริษัทสมาชิกหรือโบรกเกอร์ แล้วเจ้าหน้าที่การตลาดฯ จะเป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อหรือขายต่อเข้าไปยังระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ และแจ้งยืนยันผลการซื้อขายให้นักลงทุนทราบ

เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้รัฐบาล

​เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้รัฐบาล (Government Bond Yield Curve) คือ เส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี้รัฐบาลในแต่ละช่วงอายุคงเหลือ (Time to Maturity : TTM) โดยที่ Yield คืออัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดว่าจะได้รับจากการลงทุน

jumbo jili

มีหน่วยเป็นร้อยละต่อปี เช่น Yield ของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี เท่ากับร้อยละ 2.39 ต่อปี หมายถึงในแต่ละปี นักลงทุนที่ซื้อพันธบัตรดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนโดยเฉลี่ยร้อยละ 2.39 และ​Time to Maturity คือ อายุคงเหลือของตราสารหนี้โดยนับระยะเวลาตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงวันที่ตราสารหนี้ครบกำหนดไถ่ถอน เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ อายุ 10 ปี ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2545 อายุคงเหลือของพันธบัตร ณ วันที่ 2 มกราคม 2552 คือ 3 ปี 8 เดือน 3

​​ภาพด้านล่างแสดงเส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้รัฐบาลที่ใช้ในประเทศไทย ณ วันที่ 8 มกราคม 2552 ซึ่งสร้างโดยสมาคมตล​​ตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association : ThaiBMA)

สล็อต

จากภาพดังกล่าว หากนักลงทุนต้องการทราบว่าควรจะซื้อขาย ณ อัตราผลตอบแทนใดก็สามารถใช้เส้นอัตราผลตอบแทนมาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจได้ เช่น ต้องการทราบว่าพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงเหลือ 5 ปี และ 10 ปี ในวันที่ 8 มกราคม 2552 ควรมีผลตอบแทนเท่าใด สามารถดูได้จากเส้นอัตราผลตอบแทนนี้ ซึ่งก็คือร้อยละ 2.39 และ 2.98 ตามลำดับ

เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้รัฐบาลนี้ นอกจากจะใช้ประกอบการพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลที่มีช่วงอายุคงเหลือต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ยังสามารถใช้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับตราสารหนี้อื่นที่ความเสี่ยงสูงกว่า โดยการบวกส่วนเพิ่ม (spread) เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น และยังใช้ในการคำนวณราคาเพื่อบันทึกมูลค่าทางบัญชีของตราสารหนี้ด้วย​​​

สล็อตออนไลน์

​​​​​การลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐมีความเสี่ยง ดังนี​้

  1. ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด (Interest Rate Risk หรือ Price Risk หรือ Market Risk)
    เนื่องจากราคาของตราสารหนี้จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ดังนั้น เมื่อนักลงทุนต้องการขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดในขณะที่จะขาย สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ถืออยู่ นักลงทุนอาจจะต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตรา
  2. ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่สามารถชำระหนี้เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน (Credit Risk หรือ Default Risk)
    เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระหรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากการถูกลดความน่าเชื่อถือในระหว่างที่ตราสารหนี้ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน ตราสารหนี้ภาครัฐถือได้ว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงชนิดนี้ต่ำมาก ดังนั้นอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจึงมักต่ำกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน​

jumboslot

  1. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
    คือ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของการซื้อขายตราสารหนี้ ทำให้ไม่สามารถซื้อขายตราสารหนี้ในจังหวะเวลาและราคาที่เหมาะสมได้ หรือหากต้องการจะซื้อขายจริงอาจจะต้องมีการเพิ่มหรือลดราคา เพื่อดึงดูดให้มีการตกลงซื้อขายเกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ลงทุนถือตราสารหนี้ไปจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนก็จะไม่มีความเสี่ยงชนิดนี้เกิดขึ้น
  2. ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
    คือ ความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการลดลงของอำนาจซื้อ โดยปกติอัตราดอกเบี้ยส่วนใหญ่มีการกำหนดเอาไว้คงที่ ซึ่งผลของเงินเฟ้อจะลดค่าของเงินลงทั้งดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวดและเงินต้นที่จะได้รับคืนในงวดสุดท้าย

slot

​​​การซื้อขายตราสารหนี้สามารถทำได้ทั้งจากตลาดแรกและตลาดรอง ดังนี้

ตลาดแรก (Primary Market)
การซื้อขายในตลาดแรกจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ออกตราสารหนี้ทำการขายตราสารหนี้ให้แก่นักลงทุนในตลาดเป็นครั้งแรก แบ่งออกเป็น

​1. การจำหน่ายให้ผู้ซื้อรายย่อย
มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงินผู้มีสิทธิซื้อประกอบด้วยบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในการจำหน่ายแต่ละครั้งผู้ออกตราสารหนี้จะเป็นผู้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารออมสินเป็นตัวแทนจำหน่ายโดย ธปท. เป็นผู้กำกับดูแลการจัดจำหน่าย นายทะเบียน และตัวแทนการจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงิน

  1. การจำหน่ายให้แก่นักลงทุนสถาบันด้วยวิธีการประมูล​​
    ​ในปัจจุบัน ธปท. เปิดให้มีการประมูล 2 แบบ คือ

​2.1 การประมูลแบบแข่งขันราคา (Competitive Bid) ​
หมายถึง การเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน และจำนวนเงินที่ต้องการ ซึ่งผู้มีสิทธิเข้าประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุดจะได้รับการจัดสรรวงเงินก่อน แล้วจึงจัดสรรให้ผู้มีสิทธิเข้าประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปตามลำดับจนครบวงเงินที่ออกจำหน่ายราคาที่ต้องชำระสำหรับการประมูลแบบนี้ คำนวณจากอัตราผลตอบแทนที่เสนอ ดังนั้นจำนวนเงินที่แต่ละรายต้องชำระจึงแตกต่างกัน

2.2 การประมูลแบบไม่แข่งขันราคา (Non-Competitive Bid) ​​
หมายถึง การเสนอซื้อในจำนวนเงินที่ต้องการ โดยอัตราผลตอบแทนที่ผู้มีสิทธิเข้าเสนอซื้อและได้รับจัดสรรทุกราย จะเท่ากับอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยในการประมูลแบบแข่งขันราคาที่จัดจำหน่ายในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเข้าประมูลและผู้มีสิทธิเข้าเสนอซื้อ จะกำหนดไว้ในประกาศการจำหน่ายตราสารหนี้รุ่นนั้น ๆ ราคาที่ต้องชำระ คำนวณจากอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้จากการประมูลแบบแข่งขันราคา ซึ่ง ธปท. จะประกาศอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ พร้อมทั้งอัตราต่ำสุด-สูงสุด ทางเว็บไซต์ของ ธปท. และผ่านระบบ e-Bidding​

การประมาณราคาหรือมูลค่าของตราสารหนี้

ราคาหรือมูลค่าของตราสารหนี้ คือ มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินที่จะได้รับจากดอกเบี้ยในงวดที่เหลืออยู่และต้นเงินที่จะได้รับเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน หรือเรียกว่าเป็นการคำนวณราคาหรือมูลค่าตามเวลา (Time Value of Money) อาจคำนวณได้คร่าว ๆ ว่าควรจะสูงหรือต่ำกว่าราคาตรา โดยการเปรียบเทียบระหว่างอัตราดอกเบี้ยในตลาด (อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ) กับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (coupon) ​

jumbo jili

ตัวอย่างการประมาณราคาตราสารหนี้โดยเปรียบเทียบจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด
สมมติว่า มีตราสารหนี้ฉบับหนึ่ง ราคาตรา 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (coupon) กำหนดไว้ 6% ​

​​​​กรณีที่ 1 อัตราดอกเบี้ยในตลาดเท่ากับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว 6%
ราคาของตราสารหนี้ฉบับนี้ควรเท่ากับราคาตราคือ 1,000 บาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้นเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้หน้าตั๋ว จึงไม่มีความแตกต่างของอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับจากการซื้อตราสารหนี้ฉบับนี้กับการลงทุนประเภทอื่น ๆ ในตลาดขณะนั้น ​

กรณีที่ 2 อัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลงเหลือ 4%​
ราคาของตราสารหนี้ฉบับนี้ควรจะสูงกว่าราคาตรา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้นต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้หน้าตั๋ว ผู้ซื้อจึงต้องยอมจ่ายสูงกว่าราคาตรา เพื่อจะได้รับดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ 6% ซึ่งสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น ๆ ในตลาดขณะนั้นที่ให้ผลตอบแทนเพียง 4%

สล็อต

​​​​กรณีที่ 3 อัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 8%
ราคาของตราสารหนี้ฉบับนี้ควรจะต่ำกว่าราคาตรา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้หน้าตั๋ว ผู้ขายจึงต้องยอมขายต่ำกว่าราคาตรา เพราะหากผู้ซื้อเลือกที่จะไปลงทุนประเภทอื่น ๆ ในตลาดขณะนั้นจะได้รับผลตอบแทนถึง 8% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการถือกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่กำหนดไว้เพียง 6%

ความแตกต่างระหว่าง Dirty Price กับ Clean Price
ราคาซื้อขายตราสารหนี้โดยปกติเป็นราคาที่รวมดอกเบี้ยค้างรับ (ดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาที่ผู้ขายควรจะได้รับจากการถือกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้นั้น นับแต่วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันที่ทำการซื้อขาย) เข้าไปด้วย เรียกว่า Dirty Price หรือ Gross Price ส่วนราคาที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเรียกว่า Clean Price​

สล็อตออนไลน์

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้
นอกจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาของตราสารหนี้ เช่น อันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit rating ของตราสารรุ่นนั้น ๆ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ หากตราสารหนี้หรือผู้ออกตราสารหนี้ถูกปรับลดอันดับเครดิต (Downgrade) ก็จะส่งผลให้นักลงทุนเรียกร้องอัตราผลตอบแทนในการลงทุนในตราสารหนี้นั้น ๆ สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง และจะส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้นั้นลดลง นอกจากนั้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น เช่น อัตราเงินเฟ้อ ก็ส่งผลถึงการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของตลาด ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมาถึงราคาของตราสารหนี้เช่นเดียวกัน

jumboslot

การคำนวณราคาตราสารหนี้ ​​​
ผู้สนใจจะลงทุนซื้อหรือขายตราสารหนี้ภาครัฐ สามารถทดลองคำนวณราคาเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยใช้โปรแกรมการคำนวณราคาตราสารหนี้ที่จัดทำโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย : ThaiBMA หรือตลาดตราสารหนี้ : BEX

โปรแกรมคำนวณราคาตราสารหนี้ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
เครื่องคำนวณตราสารหนี้ของตลาดตราสารหนี้​

slot

ประโยชน์ของตราสารหนี้/_catalogs/masterpage/img/expand.png
​​​ในด้านภาพรวมและผู้ออกตราสารหนี้​
ลดการพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศ
เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงิน เนื่องจากผู้ออกตราสารสามารถกำหนดต้นทุนและระยะเวลาได้แน่นอน
เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อดูแลสภาพคล่อง และอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ
ในด้านผู้ถือกรรมสิทธิ์
ได้รับผลตอบแทนแน่นอนและสม่ำเสมอ
ใช้เป็นหลักประกันกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการเงิน ในเรื่องต่าง ๆ เช่น
การประกวดราคา​
การจ้างทำงานต่าง ๆ เช่น ก่อสร้างอาคาร ถนน วางท่อระบายน้ำ จัดทำของที่ระลึก
การเบิกเงินล่วงหน้าในการจ้างงาน
การศึกษา การทำงานและการใช้สวัสดิการเงินกู้
การชำระค่ากระแสไฟฟ้า
ดำรงสินทรัพย์ตาม พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน หรือ พรบ. การประกันภัย
การประกันตัวผู้ต้องหาทางคดีความ
การขอทุเลาการชำระภาษี
การกู้เงินหรือเบิกเกินบัญชี
การขอออกหนังสือค้ำประกัน​​
ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ ได้แก่
ดอกเบี้ย (Interest) ซึ่งผู้ออกตราสารต้องจ่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ปกติจะจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง
ส่วนลด (Discount) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาซื้อ
กำไรหรือขาดทุนจากการขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน (Capital Gain or Capital Loss) ซึ่งเป็นผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อ