เมื่อกองทุนตราสารหนี้เพื่อสภาพคล่องไม่มีสภาพคล่อง

เรียกได้ COVID-19 มีผลกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะในตลาดการเงิน จากความกลัวที่ไม่รู้ว่าโรคระบาดจะจบลงเมื่อไร เศรษฐกิจจะถูกแช่แข็งไปอีกนานแค่ไหน

jumbo jili

เมื่อนักลงทุนประเมินสถาณการณ์ไม่ได้ สิ่งนักลงทุนบางส่วน (ใหญ่ๆ) ทำ คือการขายสินทรัพย์ทุกอย่างออกไปก่อน และถือเงินสดแทน สินทรัพย์ทั้งหมดที่ว่านี้รวมไปถึง หุ้น ทองคำ ตราสารหนี้ ทั้งระยาว และระยะสั้น จนทำให้ราคาตราสารต่างๆปรับตัวลดลงกันทั่วหน้า

ไม่เว้นแม่แต่ กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้น เมื่อมีคนขายเยอะ ผู้จัดการกองทุนก็ต้องขายตราสารหนี้ในพอร์ตเพื่อนำเงินมาคืนผู้ถือหน่วย ถ้าการขายเกิดขึ้นในภาวะปกติก็ไม่น่ากังวล แต่การขายรอบนี้เกิดในภาวะที่ ทุกคนแย่งกันขาย ขายกันจนไม่สนใจว่าราคาตราสารตอนนี้ควรขายหรือไม่

เหมือนเป็นการซ้ำให้ราคาตราสารหนี้ยิ่งปรับลดลง ทั้งๆที่ตราสารหนี้เหล่านั้นไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณภาพสินทรัพย์เลย ภาวะความกลัวแบบนี้ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุนรวมตราสารหนี้จำนวนมาก ซึ่งบางกองมีเงินลงทุนไหลออกมากกว่า 50% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

สล็อต

แรงขายที่เกิดขึ้นทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนไปกันหมด ร้อนไปจนถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องออกมาตรการมาให้ความช่วยเหลือ โดยออกกฎให้ ธนาคารพาณิชย์สามารถรับซื้อกองทุนรวม และนำกองทุนรวมไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ (ที่เรียกกันว่าการทำ REPO หรือ Repurchase Agreement) ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด **

แต่สินทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้บางกอง ไม่อยู่ภายใต้เงือนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เช่น ตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนก็ยิ่งแตกตื่นกันไปใหญ่ ว่ากองทุนที่ตัวเองถือจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ เหมือนเป็นการยิ่งซ้ำเติมให้มีเงินไหลออกจากกองทุนที่ไม่เข้าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อมีผู้ลงทุนมาไถ่ถอน ผู้จัดการกองทุนจึงจำเป็นต้องพยายามขายตราสารหนี้ในพอร์ตออก ซึ่งราคาตราสารหนี้บางตัวไม่อยู่ในภาวะปกติ แต่ผู้จัดการกองทุนต้องยอมตัดใจขาย

สล็อตออนไลน์

“ตราสารหนี้บางตัวคุณภาพดี แต่สภาพคล่องไม่ได้สูง” เมื่อต้องรีบขาย ก็เลือกราคาได้ไม่ดีนัก ส่งผลให้ราคากองทุนติดลบ พอราคาติดลบ คนก็กลัว พอกลัวก็ยิ่งขาย วนซ้ำเป็นวงจรเดิมๆ ถ้าวงจรนี้ไม่สิ้นสุด ก็อาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงกับกองทุนรวมนั้นได้

มาถึงตอนนนี้ สิ่งที่นักลงทุนทำได้ก็คือ ลองดูกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ ว่าเข้าข่ายการรับเป็นหลักประกันกับธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ ถ้าไม่ก็อาจจะต้องย้ายไปกองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐ หรือตราสารหนี้ในประเทศระยะสั้น ที่อยู่ในเกณฑ์การรับเป็นหลักประกันของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็น่าจะสบายใจกว่า

** สินทรัพย์คุณภาพตามเกณฑ์ ธปท. ได้แก่ **
(1) เงินสด เงินฝากกระแสรายวัน และเงินฝากประจำ สกุลเงินบาท และสกุลเงินตราต่างประเทศ
(2) ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาล
(3) พันธบัตร ธปท.
(4) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารหนี้อื่นใดที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่ ธปท. กำหนด ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย หรืออันดับเครดิตไม่ต่ากว่า A-
(5) ตราสารหนี้ภาคเอกชนสกุลเงินบาท อันดับเครดิตไม่ต่ำกว่า A-

jumboslot

ประเภทของตราสารหนี้
การแบ่งประเภทตราสารหนี้แบ่งได้หลายลักษณะดังนี้​

  1. แบ่งตามผู้ออกตราสาร
    01
    ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล
    ซึ่งประกอบด้วย
  2. ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) คือตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกจำหน่าย เพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นจากประชาชน โดยตราสารหนี้ประเภทนี้จะไม่มีดอกเบี้ย แต่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับจำนวนเงินตามหน้าตั๋วซึ่งต่ำกว่าราคาขาย เช่น ซื้อตั๋วเงินคลังที่มีราคาหน้าตั๋ว 100 บาท ในราคา 97 บาท เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ก็จะได้รับเงินตามหน้าตั๋ว 100 บาท ผลต่าง 3 บาท ก็จะเป็นผลตอบแทนที่ได้
  3. พันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น (Default Risk) น้อย จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง แต่ตราสารประเภทนี้ก็ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

slot


02
ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ เช่น พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันธบัตรรัฐวิสาหกิจบางแห่งมักได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ประเภทนี้มีความเสี่ยงของการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นต่ำ แต่ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

03
ตราสารหนี้ภาคเอกชน
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชนเพื่อระดมทุนไปใช้ในการดำเนินกิจการ ตราสารหนี้ประเภทนี้มักถูกเรียกว่า “หุ้นกู้” โดยหุ้นกู้จะมีความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารอาจผิดนัดในการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้น ดังนั้น เอกชนจึงต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่าตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่มีมากกว่า และยังมีความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

ตลาดตราสารหนี้ในระยะถัดไป

ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม

jumbo jili

ปัจจัยที่ 1 ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะหากประธานาธิบดีมาจากพรรคที่ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา หรือ Sweep Election จะทำให้การดำเนินนโยบายการคลังของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดมหาศาล

ปัจจัยที่ 2 การใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 จะเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมีแนวโน้มไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติจนกว่าจะมีการใช้วัคซีนอย่างแพร่หลาย จึงจะทำให้ความเชื่อมั่นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจกลับมา

ทั้ง 2 ปัจจัยมีผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ มีความชันมากขึ้น และน่าจะส่งผลเช่นเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่อัตราผลตอบแทนระยะสั้นมีแนวโน้มทรงตัวสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และไทยที่คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงสิ้นปี 2021

สล็อต

จากสถานการณ์ข้างต้น จึงแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนบางส่วนไปตราสารหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศอย่างเดียว ทั้งนี้ จากความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า ปัญหาทางการเมืองในประเทศ แนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายตราสารหนี้ไทยออกมา เพื่อ re-allocate ไปลงทุนในภูมิภาคอื่น

ทั้งนี้ นักลงทุนอาจมองหาจังหวะในการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากเศรษฐกิจและการค้าโลกฟื้นตัว ได้แก่ ตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว (DM Bond) ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่อื่นๆ (EM Bond) ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้เอกชนกลุ่มที่ระดับความเสี่ยงที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเฉพาะตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว นักลงทุนจึงควรมีไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงในกรณีที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และวัคซีน COVID-19 ไม่มาตามคาดการณ์ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมอีกระลอก โดยจะส่งผลให้ตราสารหนี้กลุ่มนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

สล็อตออนไลน์


อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมให้ผลตอบแทนเพียง 1.2% (คำนวณจากอัตราผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทย) เมื่อเทียบผลตอบแทนจากพันธบัตรกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (US, GE, SG, UK, JP) และกลุ่มประเทศเกิดใหม่เอเชีย (PH, CN, MY, KR, ID) ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.4% และ 6.5% (แท่งสีม่วง)

เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย มาจาก 4 ปัจจัย

ปัจจัยที่ 1 ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อGDP ที่มีแนวโน้มลดลงเหลือ 4% ในปี 2020 เทียบกับ 7% ในปี 2019 จากรายได้นักท่องเที่ยวที่ลดลง

ปัจจัยที่ 2 ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่าง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย จึงไม่จูงใจนักลงทุนต่างชาติ

ปัจจัยที่ 3 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ 4 ความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ (แบบไม่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน) ได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากผลตอบแทนพันธบัตร 3-10% (แท่งสีเหลือง)

ทั้งนี้ วิกฤติ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มแหล่งที่มาของผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุน

jumboslot


ดังกราฟดัชนีผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งถูกแปลงให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท แสดงให้เห็นว่าในช่วงเดือนมีนาคม นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาหุ้น หุ้นกู้ น้ำมัน ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงไทยปรับฐานรุนแรง และเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน อาทิ พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น ทำให้ราคาสินทรัพย์เหล่านี้ปรับตัวขึ้นสวนทางกับสินทรัพย์ส่วนใหญ่

ด้านพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย แม้จะถูกเทขายในเดือนมีนาคมแต่ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยมาก เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงกว่า มีความน่าสนใจมากกว่า และค่าเงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน

ผลจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบ Unconventional ทั้งการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ การควบคุมอัตราผลตอบแทน หรือ yield-curve-control และการเข้าซื้อสินทรัพย์โดยตรง หรือ Quantitative Easing ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง จนปริมาณตราสารหนี้ทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนติดลบเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

slot


สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย หากมองภาพไปข้างหน้า อาจมีความท้าทายที่นักลงทุนอาจต้องเริ่มคิดถึง scenario ที่พันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากธนาคารให้ดอกเบี้ย 0% หากเศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของ COVID-19 หรือสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบกับการส่งออก ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบันที่ 0.50% ลงอีกก็เป็นได้

มุมมองตลาดตราสารหนี้ คำแนะนำการลงทุน

“แนะนำนักลงทุนกระจายการลงทุนบางส่วนไปตราสารหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศอย่างเดียว ทั้งนี้ จากปัจจัยเสี่ยงในประเทศ ทั้งเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาการเมือง และแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายตราสารหนี้ไทยเพื่อ re-allocate ไปลงทุนในภูมิภาคอื่น”

jumbo jili

ในปี 2020 นี้ ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกมีความผันผวนอย่างมาก โดยเฉพาะเกิดการเทขายของนักลงทุนเพื่อถือครองเงินสด จากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและไม่มียารักษา ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ของไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการที่นักลงทุนแห่ไถ่ถอนกองทุนตราสารหนี้ในหลายๆ บริษัทจัดการ ทำให้กองทุนต้องเทขายตราสารหนี้ออกมาในทุกระดับราคาเพื่อนำเงินส่งมอบให้ผู้ถือหน่อย และดำรงสัดส่วนสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการไถ่ถอน

สล็อต

ธนาคารกลางทั่วโลกต่างก็ลดดอกเบี้ยลงมาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รัฐบาลในหลายประเทศต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อหยุดการแพร่ระบาด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบรุนแรงกว่าช่วงช่วงวิกฤติ Subprime เมื่อปี 2008

โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ The Federal Reserve (Fed) ที่ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงรุก ทั้งการลดดอกเบี้ยจาก 1.50% เหลือ 0.00% และประกาศทำอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบการเงิน หรือ QE แบบ “ไม่จำกัดวงเงิน” ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน

ขณะที่อัตราผลตอบแทนปรับลดลงทุกช่วงอายุนับจากต้นปี หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.75% จาก 1.25% เหลือ 0.50% รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์ในประเทศ และการปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัส ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศต้องหยุดชะงัก ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 2 หดตัวถึง 12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเทียบเท่ากับวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมให้ผลตอบแทนเพียง 1.2% (คำนวณจากอัตราผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทย) เมื่อเทียบผลตอบแทนจากพันธบัตรกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (US, GE, SG, UK, JP) และกลุ่มประเทศเกิดใหม่เอเชีย (PH, CN, MY, KR, ID) ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.4% และ 6.5% (แท่งสีม่วง)

เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย มาจาก 4 ปัจจัย

ปัจจัยที่ 1 ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อGDP ที่มีแนวโน้มลดลงเหลือ 4% ในปี 2020 เทียบกับ 7% ในปี 2019 จากรายได้นักท่องเที่ยวที่ลดลง

ปัจจัยที่ 2 ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่าง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย จึงไม่จูงใจนักลงทุนต่างชาติ

ปัจจัยที่ 3 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ 4 ความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ (แบบไม่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน) ได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากผลตอบแทนพันธบัตร 3-10% (แท่งสีเหลือง)

ทั้งนี้ วิกฤติ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มแหล่งที่มาของผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุน

jumboslot

ดังกราฟดัชนีผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งถูกแปลงให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท แสดงให้เห็นว่าในช่วงเดือนมีนาคม นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาหุ้น หุ้นกู้ น้ำมัน ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงไทยปรับฐานรุนแรง และเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน อาทิ พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น ทำให้ราคาสินทรัพย์เหล่านี้ปรับตัวขึ้นสวนทางกับสินทรัพย์ส่วนใหญ่

ด้านพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย แม้จะถูกเทขายในเดือนมีนาคมแต่ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยมาก เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงกว่า มีความน่าสนใจมากกว่า และค่าเงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน

ผลจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบ Unconventional ทั้งการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ การควบคุมอัตราผลตอบแทน หรือ yield-curve-control และการเข้าซื้อสินทรัพย์โดยตรง หรือ Quantitative Easing ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง จนปริมาณตราสารหนี้ทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนติดลบเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

slot

สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย หากมองภาพไปข้างหน้า อาจมีความท้าทายที่นักลงทุนอาจต้องเริ่มคิดถึง scenario ที่พันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากธนาคารให้ดอกเบี้ย 0% หากเศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของ COVID-19 หรือสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบกับการส่งออก ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบันที่ 0.50% ลงอีกก็เป็นได้

ดังนั้น นักลงทุนควรเริ่มมองหาแหล่งที่มาของ Stable Income ให้หลากหลายขึ้น เช่น การลงทุนใน REITs หรือหุ้นที่ให้เงินปันผลสม่ำเสมอ ในขณะที่บทบาทของตราสารหนี้ที่เคยเป็น Source of Stable Income จะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นตราสารที่ถูกใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรมากขึ้น เช่น นักลงทุนอาจยังมีความต้องการลงทุนในตราสารหนี้แม้จะให้ผลตอบแทนที่ติดลบ เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้นหากมองว่าผลตอบแทนติดลบสามารถติดลบได้มากขึ้นอีก (มูลค่าตราสารหนี้ที่ถือครองจะมีมูลค่าสูงขึ้น) หรือเพื่อการเก็งกำไรจากค่าเงิน เช่น กรณีพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีที่แม้ผลตอบแทนติดลบ นักลงทุนมักเข้าซื้อเพื่อใช้เป็นหลุมหลบภัยในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน จากความมั่นคงของรัฐบาลเยอรมนี และค่าเงินยูโรที่เป็น Reserve Currency ทำให้ผลตอบแทนที่ติดลบอยู่แล้ว ให้สามารถติดลบมากขึ้นอีกซึ่งทำให้ราคา หรือมูลค่าพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนมีความสัมพันธ์แปรผกผันกับราคาตราสารหนี้

ทำไม Bond Yield ถึงกระทบการลงทุน

“ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงแรง หลัง Bond Yield ปรับขึ้นแตะระดับ 3%” ข่าวนี้เป็นข่าวที่นักลงทุนให้ความสนใจในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เพราะไม่เพียงแค่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ร่วงลงแรง ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลงด้วยเช่นกัน ถ้ามองย้อนกลับไป

jumbo jili

การปรับขึ้นของ Bond Yield แล้วกระทบกับการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาหลายครั้ง ทำให้หลายคนคงสงสัยว่า Bond Yield คืออะไร แล้วการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ส่งผลกระทบกับการลงทุนอย่างไร K-Expert มีคำตอบค่ะ

ทำความรู้จักกับ Bond Yield
Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เป็นผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดหวังจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอายุต่างๆ สำหรับ Bond Yield ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจคือ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury Yield)

สล็อต

จากกราฟแสดงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (ข้อมูล ณ 16 พฤษภาคม 2561) จะเห็นว่า อัตราผลตอบแทน หรือ Bond Yield ดังกล่าว ปรับตัวสูงขึ้นที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 โดยสามารถทะลุผ่านระดับ 3% ได้ สาเหตุที่ทำให้ Bond Yield ทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี คือ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาดี เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี จะส่งผลให้ความต้องการเงินทุนเพิ่มสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินก็จะปรับเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ไขข้อสงสัยทำไมตลาดหุ้นปรับตัวลง เมื่อ Bond Yield เพิ่มสูงขึ้น
เมื่อ Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรุนแรง โดยก่อนที่ Bond Yield จะทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี นักลงทุนคาดการณ์กันว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2561 เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง แต่เมื่อ Bond Yield ทำ New High นักลงทุนเริ่มมองกันว่า ในปีนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง

สล็อตออนไลน์

สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น หากอัตราดอกเบี้ยค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น เพราะเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ดี กรณีนี้ถือว่า เป็นข่าวบวกสำหรับนักลงทุน แต่เมื่อไรที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แทนที่จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี จะเป็นตัวบั่นทอนการขยายตัวของกำไรบริษัทต่างๆ เพราะต้นทุนในการกู้ยืมเพื่อทำธุรกิจจะสูงขึ้น
นอกจากนี้ ในสายตาของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนตราสารหนี้สูงขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น หากการลงทุนหุ้นยังให้ผลตอบแทนโดยรวมไม่ต่างจากเดิม แต่การลงทุนตราสารหนี้กลับมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จึงทำให้เสน่ห์หรือความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นลดลงไป
สิ่งที่นักลงทุนควรทำเพื่อรับมือกับสถานการณ์ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น คือ ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond Yield จะส่งผลกระทบทางลบกับกำไรของบริษัทจดทะเบียนหรือไม่ โดยหากกำไรของบริษัทฯ ยังมีทิศทางขยายตัวในระดับที่ไม่แตกต่างจากเดิม หรือมากขึ้นจากเดิม การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล แต่เป็นตัวสะท้อนว่า เศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี

jumboslot

ตราสารหนี้ก็ได้รับผลกระทบจาก Bond Yield ด้วยเช่นกัน
Bond Yield ที่สูงขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นแล้ว ยังมีผลกับราคาตราสารหนี้อีกด้วย โดยปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับราคาตราสารหนี้ เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ตราสารหนี้ที่มีอยู่เดิมมีความน่าสนใจน้อยกว่าตราสารหนี้ที่ออกใหม่ เพราะตราสารหนี้ที่ออกใหม่ให้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจากเดิม ดังนั้นราคาของตราสารหนี้ฉบับเดิมจึงปรับลดลง
นอกจากนี้ เมื่อ Bond Yield ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นตาม (เพื่อป้องกันไม่ให้เงินลงทุนไหลออกจากประเทศของตนเองไปยังสหรัฐฯ) ส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้ต่างๆ ปรับลดลง
เมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของไทยสูงขึ้นตาม Bond Yield ของสหรัฐฯ ราคาของตราสารหนี้ของไทยที่ซื้อขายกันในตลาดตราสารหนี้จึงปรับตัวลดลง ผู้ที่ลงทุนกองทุนตราสารหนี้จึงมีโอกาสพบกับสถานการณ์ที่ราคา NAV ของกองทุนปรับตัวลงในช่วงที่ Bond Yield สูงขึ้น แต่เมื่อลงทุนไประยะหนึ่งซึ่งกองทุนได้รับดอกเบี้ยจากการลงทุนตราสารหนี้เข้ามา จะช่วยให้ผลตอบแทนโดยรวมของกองทุนกลับมาเป็นบวกได้ ดังนั้นผู้ที่ลงทุนกองทุนตราสารหนี้ จึงไม่ควรตกใจหรือรีบเทขายกองทุน เมื่อ Bond Yield ปรับเพิ่มสูงขึ้น

slot


คำว่า “Bond Yield” ดูจะเป็นคำศัพท์ที่ใหม่สำหรับนักลงทุนหลายๆ คน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากในการศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อช่วยให้เราลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น K-Expert เชื่อว่า ในโลกของการลงทุนจะมีเครื่องมือทางการเงิน สถานการณ์ใหม่ๆ ที่นักลงทุนไม่คุ้นเคยเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่างหุ้น หรือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ การทำความเข้าใจสิ่งที่เราลงทุน และสถานการณ์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคนค่ะ

ตราสารหนี้

​​​​หมายถึงตราสารที่ให้สิทธิการเป็น เจ้าหนี้ของกิจการ แก่ผู้ลงทุน ซึ่งในฐานะเจ้าหนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่น ๆ ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ โดยผู้ออกตราสารหนี้จะระบุอัตราผลตอบแทน กำหนดวันจ่ายดอกเบี้ย และวันครบอายุหรือกำหนดไถ่ถอนตราสารไว้อย่างชัดเจน

jumbo jili

ประเภทของตราสารหนี้
การแบ่งประเภทตราสารหนี้แบ่งได้หลายลักษณะดังนี้​

  1. แบ่งตามผู้ออกตราสาร
    01
    ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล
    ซึ่งประกอบด้วย
  2. ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) คือตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกจำหน่าย เพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นจากประชาชน โดยตราสารหนี้ประเภทนี้จะไม่มีดอกเบี้ย แต่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับจำนวนเงินตามหน้าตั๋วซึ่งต่ำกว่าราคาขาย เช่น ซื้อตั๋วเงินคลังที่มีราคาหน้าตั๋ว 100 บาท ในราคา 97 บาท เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ก็จะได้รับเงินตามหน้าตั๋ว 100 บาท ผลต่าง 3 บาท ก็จะเป็นผลตอบแทนที่ได้
  3. พันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น (Default Risk) น้อย จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง แต่ตราสารประเภทนี้ก็ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

สล็อต

02
ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ เช่น พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันธบัตรรัฐวิสาหกิจบางแห่งมักได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ประเภทนี้มีความเสี่ยงของการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นต่ำ แต่ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

03
ตราสารหนี้ภาคเอกชน
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชนเพื่อระดมทุนไปใช้ในการดำเนินกิจการ ตราสารหนี้ประเภทนี้มักถูกเรียกว่า “หุ้นกู้” โดยหุ้นกู้จะมีความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารอาจผิดนัดในการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้น ดังนั้น เอกชนจึงต้องให้ผลตอบแทนที่มากกว่าตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่มีมากกว่า และยังมีความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

สล็อตออนไลน์

  1. แบ่งตามสิทธิในการเรียกร้อง (Priority Claim)
    01
    หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond หรือ Junior Bond)
    ในกรณีที่ผู้ออกตราสารล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสิทธิในการเรียกร้องสินทรัพย์จากผู้ออกตราสาร ในอันดับที่ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญรายอื่น แต่จะสูงกว่าผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญซึ่งมีสิทธิเรียกร้องเป็นอันดับสุดท้าย​​​​​​

02
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond)
ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสิทธิในการเรียกร้องสินทรัพย์จากผู้ออกตราสาร ทัดเทียมกับเจ้าหนี้สามัญรายอื่น ๆ และสูงกว่าผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญตามลำดับ

  1. แบ่งตามการใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน
    01
    หุ้นกู้มีหลักประกัน (Secured Bond)
    หมายถึง หุ้นกู้ที่ผู้ออกตราสารนำสินทรัพย์มาค้ำประกันการออกหุ้นกู้ และผู้ถือจะมีบุริมสิทธิเต็มที่ในสินทรัพย์ที่วางเป็นประกันนั้นเหนือเจ้าหนี้สามัญรายอื่น ๆ โดยปกติในทางปฏิบัติมักจะมีการตั้งบุคคลทำหน้าที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (Bond Holder Representative) เพื่อทำการตรวจสอบสถานะของสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน

jumboslot

02
หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Bond)
หมายถึง หุ้นกู้ที่ไม่มีสินทรัพย์ใด ๆ วางไว้เป็นประกันในการออก ซึ่งหากผู้ออกตราสารล้มละลายต้องทำการแบ่งสินทรัพย์กับเจ้าหนี้รายอื่นตามสิทธิและสัดส่วน

  1. แบ่งตามวิธีการจ่ายดอกเบี้ย
    01
    ตราสารหนี้ชนิดจ่ายดอกเบี้ยประจำ
    เป็นตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดตามที่กำหนดไว้ในตราสารหนี้ โดยทั่วไปจ่ายปีละ 2 ครั้ง ทุกงวด 6 เดือน ตลอดอายุของตราสารหนี้

02
ตราสารหนี้ชนิดทบดอกเบี้ย
เป็นตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยระหว่างงวด แต่จะจ่ายให้เมื่อตราสารหนี้ครบกำหนด โดยทั่วไปดอกเบี้ยที่จ่ายเมื่อครบกำหนดอายุจะคำนวณทบต้นปีละ 2 ครั้ง

03
ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย
(Zero-Coupon Bond)
คือตราสารหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ยแต่จะขายต่ำกว่าราคาที่ตราไว้ และเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนจะได้รับเงินคืนเต็มราคาที่ตราไว้ ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาที่ได้รับจากการไถ่ถอนเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุน

slot

  1. แบ่งตามลักษณะการถือกรรมสิทธิ์
    01
    ตราสารหนี้ชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือ (Bearer Bond)
    เป็นตราสารหนี้ที่จ่ายเงินให้แก่ผู้ถือตราสารหนี้หรือบัตรดอกเบี้ย ตราสารหนี้ชนิดนี้จะมีบัตรดอกเบี้ยติดกับตัวตราสารหนี้ และโอนกรรมสิทธิ์กันได้โดยการส่งมอบ

02
ตราสารหนี้ชนิดจดทะเบียน
(Registered Bond)
เป็นตราสารหนี้ที่จ่ายเงินให้แก่ผู้มีชื่อในตราสารหนี้และต้องจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้ที่นายทะเบียน การโอนกรรมสิทธิ์ต้องกระทำโดยการจดทะเบียน ตราสารหนี้ชนิดนี้ไม่มีบัตรดอกเบี้ย แต่จะจ่ายดอกเบี้ยโดยการนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่แจ้งความจำนงไว้

03
ตราสารหนี้ชนิดจดบัญชี (Inscribed Bond)
เป็นตราสารหนี้ที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีตราสารหนี้ไว้ครอบครอง แต่ฝากไว้กับนายทะเบียนซึ่งจะออกใบรับให้แก่ผู้จดบัญชี การจ่ายดอกเบี้ยกระทำโดยการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ธนาคารตามที่แจ้งความจำนงไว้ การโอนกรรมสิทธิ์ต้องกระทำเป็นหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียน

  1. แบ่งตามชนิดของอัตราดอกเบี้ย
    01
    ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Bond)
    เป็นหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ตามที่กำหนดไว้

02
ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate Bond)
เป็นหุ้นกู้ที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราอ้างอิงที่กำหนด เช่น อัตรา MLR+ 1%

ความเสี่ยงของผู้ลงทุน

  1. ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk)
    เกิดจากความไม่แน่นอนว่าบริษัทผู้ออกตราสารหนี้จะสามารถจ่ายคืนผู้ลงทุนตามที่กำหนดไว้ในตราสารหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาลก็จะมีความเสี่ยงประเภทนี้น้อยกว่าหุ้นกู้ของเอกชน
  2. ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
    เนื่องจากตราสารหนี้ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนในลักษณะการจ่ายดอกเบี้ยที่แน่นอนให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ราคาของตราสารหนี้ในปัจจุบันก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยในทิศทางที่ตรงข้ามกัน แต่ถ้าผู้ลงทุนถือตราสารหนี้จนครบกำหนด ก็จะได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยคืนตามที่กำหนดในตราสารหนี้นั้น
  3. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
    คือความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนไม่สามารถซื้อหรือขายสัญญาตราสารหนี้ในเวลาและราคาที่ต้องการได้

ประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสมกับคุณ

เมื่อถึงจุดหนึ่งในชีวิตเชื่อว่า “การวางเเผนการเงินถึงวัยเกษียณ” คงอยู่ในอันดับต้นๆ เเต่การที่คุณจะได้เงินจากการทำงานอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออก จนเป็นที่มาของการ “ให้เงินทำงานเเทน” ในที่นี้จะขอพูดถึงเรื่องการนำเงินไปลงทุนในช่องทางต่างๆ เพื่อให้เงินงอกเงยออกมา

jumbo jili

คำถามต่อมาก็คือ “จะลงทุนอะไรดี” ยิ่งถ้ามือใหม่พึ่งเริ่มลงทุน ยิ่งไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากอะไรก่อน วันนี้เราจึงนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพื่อให้คุณได้เจอการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณ
ประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสมกับคุณ
ก่อนคุณจะเริ่มลงทุน คุณควรรู้ระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ก่อน เพราะการลงทุนเเต่ละประเภทมีความเสี่ยงที่ต่างกัน เช่น หากคุณเป็นคนรับความเสี่ยงได้น้อย เเต่เลือกลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่เหมาะกับคุณเนื่องจากหุ้นมีความเสี่ยงสูง หากไม่ชำนาญก็มีโอกาสที่คุณจะสูญเสียเงินไป กรุงศรีเข้าใจการเริ่มลงทุนดีจึงได้สร้างเเบบสอบถามประเมินระดับความเสี่ยง เพื่อให้คุณได้รู้ว่าเมื่อคุณจะลงทุนแล้วคุณสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ใหน

สล็อต

เมื่อคุณรู้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะกับการเริ่มต้นลงทุนของคุณเเล้ว มาดูการลงทุนที่เหมาะในเเต่ละความเสี่ยงกันค่ะ โดยเเบ่งภาพรวมเป็น 3 เเบบดังนี้

  1. รับความเสี่ยงต่ำ
    หากคุณรับความเสี่ยงได้น้อย ไม่ต้องกังวลว่าจะรับผลตอบเเทนได้น้อยตาม เพราะถึงจะน้อยเเต่มีความมั่นคง
    โดยการลงทุนที่เเนะนำสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยคือ
    เงินฝากประจำปลอดภาษี มีระยะเวลาฝากที่ 2 ปีขึ้นไป ยิ่งฝากนาน อัตราดอกเบี้ยก็ยิ่งขึ้น หากใครยังไม่กล้าลงทุนมากๆ เเนะนำลงทุนประเภทนี้ก่อนเพื่อสร้างวินัยในการลงทุน หรือสามารถตั้งให้ตัดเงินจากบัญชีอัตโนมัติได้

สล็อตออนไลน์

กองทุนตราสารหนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะกับผู้ที่อยากลงทุนเเต่รับความเสี่ยงต่ำ โดยตราสารหนี้ระยะสั้นมีอัตราดอกเบี้ยดีกว่าฝากเงินประจำ ซึ่งการลงทุนประเภทนี้เหมาะกับการกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุด เนื่องจากคุณสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลาย เเละสามารถซื้อขายโดยไม่ต้องรอวันครบกำหนดอายุ โดย กองทุนตราสารหนี้เเบบเป็น 2 เเบบคือ ตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรธนาคารเเห่งประเทศไทย เเละ ตราสารหนี้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ ตั๋วเเลกเงิน ซึ่งตราสารหนี้เอกชนมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้รัฐบาลเเต่ก็ได้รับผลตอบเเทนสูงกว่า

  1. รับความเสี่ยงได้ปานกลาง
    หากคุณรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้น เเน่นอนว่าคุณจะได้รับผลตอบเเทนที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยการลงทุนที่เเนะนำสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางคือ

jumboslot

กองทุนรวมผสม เป็นกองทุนที่รวมระหว่างการลงทุนในตราสารทุนและการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งข้อดีหลักๆ คือการที่คุณสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย เกิดการกระจายความเสี่ยง ทำให้ความเสี่ยงที่คุณจะได้รับมีน้อยลง โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราส่วนของการลงทุนในกองทุนรวมแบบผสมไว้คือ ตราสารทุนไม่น้อยกว่า 35% แต่ต้องไม่เกิน 65% ของหน่วยลงทุนนั้น หากคุณอยากกระจายความเสี่ยงเเต่ผลตอบเเทนยังสูงอยู่ กองทุนรวมผสมถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่คุณควรลงทุน
กองทุน RMF เป็นกองทุนที่สร้างมาเพื่อรองรับการเงินในช่วงวัยเกษียณ เหมาะสำหรับผู้ที่มีธุรกิจเป็นของตนเองหรือรับงานอิสระ เพราะเป็นกองทุนที่สร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว โดยกองทุน RMF สามารถนำมายกเว้นภาษีได้สูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ เเละเมื่อถึงวันครบกำหนด เงินที่ได้รับยังยกเว้นภาษีอีกด้วย ทำให้คุณได้เงินเต็มจำนวน ไม่ต้องถูกหักเหมือนกองทุนอื่นๆ เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากวางเเผนชีวิตการเงินในระยะยาว

slot

  1. รับความเสี่ยงได้มาก
    ต้องยอมรับว่าหากอยากได้ผลตอบเเทนที่สูง ก็ต้องเเลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน ซึ่งการลงทุนที่ความเสี่ยงสูงที่สุดคงหนี้ไม่พ้น “การลงทุนในหุ้น” ซึ่งข้อดีของการลงทุนในหุ้นคือการดูเเลจัดการง่าย ถือได้นานตามที่คุณต้องการ ซึ่งความยากของการลงทุนในหุ้นคือการวิเคราะห์ว่า “หุ้นตัวไหนได้ผลตอบเเทนที่สุด” ทั้งปัจจุบันเเละอนาคต โดยคุณสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้จากรายงานประจำปีของบริษัทนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดสาธารณะเพื่อให้นักลงทุนนำมาประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุน เเต่ข้อเสียของหุ้นคือความผันผวนในตลาด ทำให้ปัจจุบันนิยมมาลงทุนในกองทุนเเทน เเต่หากคุณอยากได้รับผลตอบเเทนที่สูง หุ้นยังเป็นตัวเลือกเเรกๆ อยู่ หากใครที่พึ่งเริ่มลงทุนอาจต้องใช้เวลาศึกษามากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น

การลงทุนภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าระดับได้ สิ่งสำคัญคือการติดตามข้อมูลกองทุนที่คุณถืออยู่เรื่อยๆ รวมถึงข่าวเศรษฐกิจเเละการเงินควบคู่กัน เพราะเศรษฐกิจไทยยังมีความผัวผวนสูง ซึ่งส่งผลต่อตลาดการเงินในประเทศไทยอยู่ เเต่หากคุณคิดจะเริ่มลงทุนคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะคุณสามารถเลือกลงทุนได้ตามสไตล์ของคุณ โดยกรุงศรีได้สร้างเครื่องคำนวณเงินออม ที่เเนะเเนวทางการลงทุนเเต่ละประเภทที่เหมาะสมกับคุณภายใต้เงินลงทุนที่คุณจะเริ่มเเละความเสี่ยงที่คุณรับได้ เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้คุณวางเเผนการเงินได้มีประสิทธิภาพขึ้น หรือหากต้องการคำปรึกษากรุงศรีพร้อมมีที่ปรึกษาทางการเงิน ที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ