ความเข้าใจผิดของการลงทุนในตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้

เมื่อนักลงทุนทั่วไปเริ่มคิดที่จะนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากเงินฝากธนาคารเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ตัวเลือกแรกๆ ในความคิดก็อาจจะนึกถึงตราสารหนี้ เช่น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

jumbo jili

กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เป็นต้น โดยนักลงทุนที่มีการลงทุนในตราสารหนี้ หรือกองทุนตราสารหนี้ ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าว ดังนี้

1.กองทุนตราสารหนี้คล้ายการฝากเงิน ไม่ขาดทุน
นักลงทุนหลายท่านมักมีความเข้าใจผิดๆ ว่า กองทุนตราสารหนี้ลงทุนแล้วคล้ายเงินฝาก ไม่ขาดทุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กองทุนตราสารหนี้มีความแตกต่างจากการฝากเงิน มีโอกาสขาดทุนได้จากหลายสาเหตุ เช่น การผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนจากการ Mark to Market หรือการตีมูลค่าตราสารหนี้ในกองทุนตามมูลค่าตลาด หรือตราสารหนี้ในกองทุนอาจมีการผิดนัดชำระ (Default) ซึ่งอาจทำให้ตราสารหนี้ หรือกองทุนตราสารหนี้ ขาดทุนได้

สล็อต

2.ลงทุนตราสารหนี้เดี่ยวๆ ไม่ขาดทุน เหมือนกองทุนตราสารหนี้
นักลงทุนหลายท่านโดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้มีการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น หุ้นกู้รายตัว มักจะติดภาพว่าหุ้นกู้เหล่านั้นมีการจ่ายดอกเบี้ยให้ขาเดียว การถือครองหุ้นกู้จะไม่เผชิญภาวะการขาดทุนจากราคาเหมือนกองทุนตราสารหนี้ ทำให้คิดว่าการลงทุนในหุ้นกู้รายตัวจะดีกว่าการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เสมอ ซึ่งไม่จริง เนื่องจากว่าการที่นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารหนี้เดี่ยวๆ ไม่เห็นการขาดทุนจากการ Mark to Market ราคาหุ้นกู้รายตัวไม่ได้แปลว่า เขาจะไม่ขาดทุน

สล็อตออนไลน์

แค่ว่าเขาไม่ได้ขาดทุนจากการนำราคาไป Mark to Market เท่านั้นเอง ถ้าจะดูกันอย่างเป็นธรรมแล้ว เราควรนำราคาหุ้นกู้รายตัวเหล่านั้นไป Mark to Market ในตลาดรองตราสารหนี้ ที่มีการซื้อขายหุ้นกู้รายตัวกัน ถ้าทำด้วยวิธีดังกล่าวนักลงทุนก็จะเห็นราคาหุ้นกู้รายตัวที่ตัวเองถือลงทุนอยู่มีการผันผวนของราคาขึ้นหรือลง ไม่แพ้ราคาของมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารหนี้เช่นกัน ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าตราสารหนี้เดี่ยวๆ ก็ขาดทุนได้ไม่ต่างจากกองทุนตราสารหนี้ หรืออาจเห็นการขาดทุนที่มากกว่าก็ได้ในบางเวลาที่มีการ Mark to Market

3.ลงทุนตราสารหนี้เดี่ยวๆ ดีกว่ากองทุนตราสารหนี้
นักลงทุนหลายรายมักเข้าใจผิดว่าการได้รับการเสนอขายหุ้นกู้ หรือตราสารหนี้เดี่ยวๆ หลายตัว มักจะดูมีความพิเศษ ทำให้คิดว่าจะได้รับตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีเสมอ ซึ่งไม่จริงเสมอไปอีกเช่นกัน หากเราลองคิดในความเป็นจริงแล้วกองทุนหรือนักลงทุนสถาบันเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีความสามารถในการต่อรองสูง เนื่องจากมีมูลค่าเงินลงทุนมาก ทำให้นักลงทุนสถาบันมักจะมีสิทธิหรือสามารถเลือกตราสารที่มีคุณภาพได้ก่อนนักลงทุนรายย่อย

jumboslot

ทำให้การลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้มีการคัดกรองคุณภาพตราสารโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาให้แล้วอีกชั้นหนึ่ง การลงทุนตราสารหนี้เดี่ยวๆ เอง นักลงทุนจึงควรมีความสามารถที่มากพอในการวิเคราะห์คัดเลือกตราสารเองได้ มากไปกว่านั้นการลงทุนในหุ้นกู้เดี่ยวๆ ผู้ลงทุนจะมีการกระจุกตัวของความเสี่ยงในหุ้นกู้รายตัวสูงกว่าการลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้ หากไม่สามารถเลือกลงทุนในตราสารหนี้ได้จำนวนที่มากพอ เพราะฉะนั้นหากหุ้นกู้ที่นักลงทุนถือลงทุนอยู่มีการผิดนัดชำระ (Default) เกิดขึ้น นักลงทุนอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในขั้นตอนถัดมามากกว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวม เนื่องจากอาจจะต้องไปติดตามฟ้องร้อง เพื่อขอคืนเงินต้นด้วยตนเองในหลายกรณี ในขณะที่การลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีตัวแทนจากกองทุนรวมดำเนินการติดตามฟ้องร้อง เพื่อขอเงินต้นคืนให้ อีกทั้งจำนวนเงินที่สูญหายจากการผิดนัดชำระหนี้ผ่านหุ้นกู้รายตัว อาจได้รับผลกระทบที่มากกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ เนื่องจากกองทุนรวมมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนผ่านจำนวนตราสารหนี้ที่มากกว่า

slot

4.ผลตอบแทนสูงๆ ขึ้นชื่อว่าตราสารหนี้ต้องไม่เสี่ยง
ตราสารหนี้หรือหุ้นกู้รายตัว หรือกองทุนตราสารหนี้ บางประเภทมีการเสนอผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจมาก เช่น ผลตอบแทนในระดับ 6-7% ขึ้นไป แต่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ที่ต่ำกว่า Investment Grade ในขณะที่อายุตราสารอาจไม่ยาวมากนัก ซึ่งถือว่าเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝาก ทำให้นักลงทุนหลายรายหลงไปกับผลตอบแทนโดยมองข้ามความเสี่ยงทางด้านการผิดนัดชำระ หรือ Credit Risk นั่นเอง ในความเป็นจริงแล้วความเสี่ยงทางด้าน Credit Risk มีความน่ากลัวอยู่มาก เนื่องจากหากบริษัทผู้ออกตราสารผิดนัดชำระ ก็มีโอกาสที่เงินต้นของผู้ลงทุนจะสูญหายหมดได้เลยเช่นกัน

โดยสรุปทั้งหมดนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุนในตราสารหนี้ที่อยากให้นักลงทุนได้ตระหนักคิดหรือพิจารณาให้ดีก่อนจะเลือกลงทุนในหุ้นกู้รายตัวหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เงินที่ได้ลงทุนไปต้องสูญเสียไปโดยไม่ได้พิจารณาถึงความเสี่ยง

เข้าใจสถานการณ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

ตลาดตราสารหนี้ในช่วงที่ผ่านมา เป็นช่วงที่มีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจาก เกิดเหตุการระบาดของไวรัส Covid-19 ซึ่งเป็น เหตุการณ์ที่ผู้จัดการกองทุน หรือผู้บริหารเงินส่วนใหญ่ไม่ได้คำนวนไว้ในการลงทุน ทำให้นักลงทุนไม่สามารถประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าวได้

jumbo jili

จึงเกิดการขายสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท เพื่อถือเงินสดและเพื่อความปลอดภัย โดยไม่ได้คำนึงถึงผลขาดทุนการขายสินทรัพย์นั้นนัก ทำให้เกิดมูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้เอกชน หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ภาครัฐ รวมถึง สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ด้วย

จากการลดลงของราคาสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันนั้น ทำให้ปริมาณเงินในระบบการเงินโลกหดตัวลง อย่างน้อย 30% โดยประมาณ ทำให้ธนาคารต่างๆ ทั่วโลก ต้องกลับมาทำการเพิ่มปริมาณเงินในระบบหรือ คล้าย QE อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มีความชำนาญกว่าครั้งก่อน ทำให้ การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สล็อต

จากสาเหตุที่กล่าวมา จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้กองทุนตราสารหนี้โดยทั่วไปมีมูลค่าสินทรัพย์ลดลง จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่ากองทุนตราสารหนี้นั้นมีความเสี่ยงอยู่เพียงใด แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ความเสี่ยงนั้นได้ถูกสะท้อนเข้าไปในสินทรัพย์หรือยัง

โดยส่วนใหญ่ตราสารหนี้ต่างประเทศจะมีสภาพคล่องและการซื้อขายที่มากกว่าตราสารหนี้ไทย ทำให้ความเสี่ยงถูกสะท้อนเข้าไปในราคาตราสารหนี้ได้รวดเร็วจึงมีความผันผวนได้มากกว่า กองทุนตราสารหนี้ของ TMBAM Eastspring ที่สามารถลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงเพื่อสร้างโอกาสของผลตอบแทนควบคู่ไปกับความเสี่ยงที่ดีขึ้นกว่าในประเทศ อาทิ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์นั้น จึงมีความผันผวนกว่ากองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทยเป็นหลัก

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการสะท้อนถึงความเสี่ยงเข้าไปในราคาสินทรัพย์อย่างรวดเร็ว ทำให้ตราสารหนี้มีสภาพคล่อง และ ดึงดูดให้นักลงทุนกลับมาลงทุนได้เร็วขึ้น เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น แม้ว่ากองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ จะมีสภาพคล่องที่สูงเพียงพอสำหรับการซื้อขายไถ่ถอนในภาวะปกติซึ่งเป็นเช่นเดียวกับกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปอื่นๆ แต่เมื่อได้รับการไถ่ถอนอย่างรุนแรงเนื่องจากความตื่นกลัวเกินกว่าเหตุของผู้ลงทุน

jumboslot

ทำให้กองทุนต้องใช้เวลาในการเพิ่มระดับสภาพคล่องให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติ แต่ผู้ลงทุนจะสามารถเชื่อมั่นได้ว่า ตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงอยู่ ความเสี่ยงที่มีอยู่นั้นได้สะท้อนถึงราคาตลาดโดยสมบูรณ์ ซึ่ง เมื่อสภาวการณ์กลับมาเป็นปกติ ผลตอบแทนของกองทุนก็จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญนั่นเอง

slot

เมื่อนักลงทุนทั่วไปเริ่มคิดที่จะนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากเงินฝากธนาคารเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ตัวเลือกแรกๆ ในความคิดก็อาจจะนึกถึงตราสารหนี้ เช่น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เป็นต้น โดยนักลงทุนที่มีการลงทุนในตราสารหนี้ หรือกองทุนตราสารหนี้ ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าว

ข้อควรรู้ก่อนลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้

กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งตราสารหนี้จะแสดงความเป็นเจ้าหนี้ให้แก่ ผู้ถือตราสาร ตัวอย่างตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้ โดยที่หากตราสารหนี้ออกโดยรัฐบาล เราจะเรียกว่า พันธบัตรรัฐบาล ในขณะที่ออกโดยเอกชน เราจะเรียกว่าหุ้นกู้

jumbo jili

กองทุนรวมตราสารหนี้ ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินหรือต้องการความเสี่ยงปานกลางค่อนไปทางต่ำ และมีระยะเวลาการลงทุนประมาณ 1-2 ปีขึ้นไป นอกจากนี้กองทุนรวมตราสารหนี้ ยังมีส่วนสำคัญสำหรับนักลงทุนที่มีการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation เพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนลงได้ และยังสามารถใช้เป็นสภาพคล่อง ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เงินสดเพื่อปรับพอร์ตได้ เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูง หากขายจะได้รับเงินในวันที่ T+2 (วันทำการที่ 2 นับจากวันซื้อ-ขายหลักทรัพย์ โดยไม่นับรวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของสถาบันการเงินตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย) บทความนี้จึงขอนำเสนอสิ่งที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ดังนี้

  1. กองทุนรวมตราสารหนี้ขาดทุนได้ด้วยหรือ?

เชื่อว่านักลงทุนหลายคนคงมีข้อสงสัยเหมือนกันว่า ถ้าลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ จะมีโอกาสขาดทุนหรือไม่ เนื่องจากสิ่งที่เราจะได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ยที่กำหนดไว้แน่นอน เช่น 3% ต่อปี และจ่ายทุก 6 เดือน ก็ดูเป็นผลตอบแทนที่สม่ำเสมอดี แล้วเราจะขาดทุนได้อย่างไร

สล็อต

เหตุผลที่กองทุนรวมตราสารหนี้ขาดทุนได้ เพราะเมื่อเรา (หรือผู้จัดการกองทุน) ได้ลงทุนในตราสารหนี้ล็อตใดล็อตหนึ่งไปแล้ว ก็เท่ากับว่าหมดโอกาสที่จะนำเงินก้อนนี้ไปหาการลงทุนอื่นที่อาจจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าได้ สมมติว่ากองทุนลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ได้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี การที่กองทุนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี แปลว่า เงินเราจะถูก Lock อยู่ที่อัตราผลตอบแทนที่ 3% ตลอดระยะเวลา 5 ปี ถ้าเวลาผ่านไป แล้วอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีค่าสูงขึ้น กองทุนก็จะเสียโอกาสที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลล็อตใหม่ที่อาจจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า 3%

สล็อตออนไลน์

ดังนั้นถ้ากองทุนต้องการนำเงินมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล็อตใหม่ แล้วอยากขายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล็อตเก่าออกมา กองทุนก็จะต้องขายพันธบัตรที่ถือในมือในราคาที่มีส่วนลด หรือ discount เช่น สมมติพันธบัตรรัฐบาลที่ออกใหม่ ให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 4% มีส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ 1% ดังนั้น นักลงทุนในตลาดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลต่อจากกองทุน (ซื้อขายในตลาดรอง) ก็ต่อเมื่อมีราคาส่วนลดให้จนเท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ต่างกันอยู่ 1% นั้น มิเช่นนั้นนักลงทุนก็ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลล็อตใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงเป็นเหตุผลที่ว่าหากดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น ตราสารหนี้ระยะยาวจะมีราคาลดลง (เพราะต้องมี discount) เมื่อราคาตราสารหนี้ที่อยู่ในพอร์ตลดลง ย่อมกระทบกับ NAV (Net Asset Value) ของกองทุนรวม (คือ NAV ติดลบ) เพราะกองทุนรวมต้องทำการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยใช้ราคาตลาด หรือ Mark to Market ทุกสิ้นวันทำการตามกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต.

jumboslot

  1. ผลตอบแทนของกองทุนรวมตราสารหนี้มาจากไหน?

สิ่งที่นักลงทุนจะได้จากการลงทุนไม่ว่าจะลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน หรือพันธบัตรรัฐบาล คือ ดอกเบี้ยรับตามที่กำหนดไว้ (Coupon) และกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขาย (Capital Gain) หากขายได้ที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อ แต่ถ้าขายได้ต่ำกว่าราคาซื้อก็จะขาดทุนในส่วนนี้ ซึ่งได้อธิบายไปในข้อ 1 แล้วว่าทำไมเราจึงมีโอกาสขาดทุนจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ได้

  1. Credit rating คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

อันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating เป็นการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ โดย “สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies)” ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในประเทศไทยมี 2 แห่งคือ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ระดับของ Credit Rating จะเป็นสิ่งที่บอกว่าตราสารหนี้นั้นๆ มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด โดยที่ตราสารหนี้ที่อันดับเครดิตยิ่งสูง ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ก็ยิ่งต่ำ และแน่นอนว่าผลตอบแทนที่ได้ก็จะน้อยกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตที่ต่ำกว่า อันดับความน่าเชื่อถือจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ Investment Grade หรือ กลุ่มน่าลงทุน (AAA ถึง BBB-) และ Speculative Grade หรือกลุ่มเก็งกำไร (BB+- ลงไปจนถึง D) ดังนั้นหากจะลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ต้องอย่าลืมพิจารณาถึง Credit Rating ของผู้ออกตราสารที่กองทุนไปลงทุนไว้ด้วย

slot

  1. Benchmark ของกองทุนรวมตราสารหนี้คืออะไร?

ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Index) เป็นดัชนีหลักชี้วัดการเคลื่อนไหวของตลาดตราสารหนี้เพื่อใช้เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ และใช้เป็นดัชนีเปรียบเทียบเพื่อวัดผลการดำเนินงานของกองทุนตราสารหนี้ (Benchmark) ด้วย

นอกจากนี้เราสามารถใช้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือในการสะท้อนภาวะของอัตราดอกเบี้ยในตลาด กล่าวคือ หากอัตราดอกเบี้ยมีการปรับตัวลดลง ราคาของตราสารหนี้จะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาของตราสารหนี้จะปรับตัวลดลง ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลง

  1. การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เหมาะกับใคร?

การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้นั้นเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และไม่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงหรือหวือหวา ซึ่งกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ไปลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภทก็จะมีความเสี่ยงแตกต่างกันออกไป เช่น หากไปลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ก็จะมีความเสี่ยงต่ำมาก และจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากไปลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน แต่ก็ยังถือว่าเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้กองทุนรวมตราสารหนี้ยังเหมาะกับผู้ที่พลาดโอกาสในการซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนที่มักจะมีการแย่งกันจองซื้อในช่วงที่ออกเสนอขายอีกด้วย

ใครที่สนใจลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน EASY INVEST จากบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ มาช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย และสะดวกรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีอยู่มากมายจากหลายบลจ. ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดพอร์ตลงทุนหลายๆ ที่ เพราะแอป EASY INVEST ได้รวบรวมกองทุนรวมตราสารหนี้ที่น่าสนใจจาก 17 บลจ.ชั้นนำในตลาด มีกองทุนให้เลือกกว่า 1,200 กองทุน และถ้าต้องการซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ใหม่จากบลจ.ที่ไม่เคยมีบัญชี ก็สามารถซื้อได้เลย ไม่ต้องส่งเอกสารเปิดบัญชีเพิ่ม

วิเคราะห์ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนในยุคโควิด-19

ถ้าย้อนกลับไปดูในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาจะพบว่าตลาดเงินตลาดทุนมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เคยลื่นไหลกลับหยุดชะงักแบบไม่ทันตั้งตัวและส่งผลเชื่อมโยงเป็นวงกว้าง

jumbo jili

แม้ว่าตลาดตราสารหนี้ไทยในครึ่งแรกของปี 2563 จะยังสามารถขยายตัวได้เล็กน้อยที่ร้อยละ 1.25 หรือมูลค่าคงค้างของตราสารหนี้รวมทั้งสิ้น 13.69 ล้านล้านบาท แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลไม่ใช่หุ้นกู้ภาคเอกชนอย่างที่เคยเป็นมา

โดยพบว่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวในครึ่งปีแรกมีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 22 ของค่าเฉลี่ยการออกในช่วงครึ่งปีแรกของระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นดัชนีผลตอบแทนของหุ้นกู้ภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- อายุ 1-3 ปี ยังให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกลุ่มอายุ 1-3 ปี

สล็อต

ในสภาวะปกติ การลงทุนในหุ้นกู้มักจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงกว่า นักลงทุนจึงต้องการผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่า แต่ในห้วงเวลาวิกฤตเศรษฐกิจ นักลงทุนมีความกังวลต่อคุณภาพของผู้ออกหุ้นกู้ ไม่ว่าจะเป็นความกลัวต่อผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจที่อาจจะมีปัญหา

หรือความกังวลว่าบริษัทอาจจะขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความต้องการส่วนชดเชยความเสี่ยงจากเครดิตที่สูงขึ้น (Credit spread widen) เนื่องจากมองว่าการลงทุนในหุ้นกู้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในแง่โอกาสในการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Downgrade)

สล็อตออนไลน์

และสภาพคล่องลดลง (Liquidity Risk Premium) ส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นกู้และทำให้ราคาของหุ้นกู้ในตลาดรองปรับลดลง ดัชนีผลตอบแทนของหุ้นกู้ภาคเอกชนจึงติดลบในช่วงมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการระบาดของ COVID-19 อย่างรวดเร็วและมีการปิดเมืองสกัดกั้นการลุกลาม

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น สาเหตุมาจากนักลงทุนสามารถประเมินผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ได้ชัดเจนมากขึ้นจากการรายงานงบการเงินไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมา และภาครัฐมีการยกเลิกการปิดเมืองทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคธุรกิจดีขึ้น

jumboslot

ความต้องการส่วนชดเชยความเสี่ยงจากเครดิตจึงเริ่มปรับลดลงและส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ปรับตัวดีขึ้น

หากมองไปยังอนาคต การระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้ออาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่แตกต่างกันไป บางธุรกิจอาจจะสามารถฟื้นตัวได้ บางธุรกิจอาจล้มหายไปจากระบบเศรษฐกิจ และก็มีบางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งความไม่แน่นอนดังกล่าวจะยังคงอยู่กับเราไปอีกระยะเวลาหนึ่ง

slot

การใช้มาตรการทางการเงินมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ จากเดิมที่ใช้การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นกลายมาเป็นการใช้มาตรการเฉพาะจุดเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะทำให้การลงทุนที่เคยมั่นใจว่ามีความปลอดภัยสูงหรือน่าสนใจได้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นไม่ว่านักลงทุนจะลงทุนตรงด้วยตัวเอง หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย นักลงทุนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง ติดตาม เข้าใจ เข้าถึงการฟื้นตัวของธุรกิจให้มากขึ้นกว่าในอดีต เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนได้เป็นอย่างดี

​ปัญหาสภาพคล่องกับตลาดตราสารหนี้ไทย

ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใด ยังได้สร้างความไม่แน่นอนและความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงตลาดตราสารหนี้ของไทยที่เผชิญแรงเทขายจนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

jumbo jili

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการเพื่อเข้ามาดูแลสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ บางขุนพรหมชวนคิดจึงขอพาท่านผู้อ่านมาทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินในช่วงที่ผ่านมาค่ะ

ในสถานการณ์ปกติ หากตลาดการเงินอยู่ในภาวะ risk-off หรือสภาวะเสี่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่มีความไม่แน่นอนและผันผวนสูง นักลงทุนจะย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่ำกว่า

จึงมักเกิดการเทขายตราสารทุนหรือตราสารหนี้ของภาคเอกชนเพื่อไปถือเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลโดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาวมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยในระยะสั้น อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงและกระจายไปทั่วโลก

สล็อต

ประกอบกับหลายประเทศประกาศปิดประเทศ (Lockdown) เพื่อจำกัดการแพร่ระบาด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักหรือทำได้จำกัด รวมถึงสงครามราคาน้ำมันระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซียที่คาดว่าจะกดดันรายได้ของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันอย่างหนัก เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเพิ่มความกังวลให้กับตลาดการเงินและนักลงทุน ส่งผลให้ตลาดเคลื่อนไหวแบบไม่สมเหตุสมผล

จากเหตุการณ์ข้างต้นทำให้สินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ ถูกเทขายออกมาจากภาวะ risk off ที่เห็นชัดเจนคือ ตราสารทุน โดยดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับลดลงแรงจนถูกสั่งพักการซื้อขายชั่วคราวระหว่างวัน (Circuit breaker) หลายครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างจากสถานการณ์ปกติคือ

สินทรัพย์ปลอดภัยทั้งพันธบัตรรัฐบาลและทองคำกลับถูกเทขายเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงการขายอย่างตื่นตระหนกหรือ panic sell ภาวะตลาดที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วโลกเช่นเดียวกับไทย โดยสิ่งที่นักลงทุนต้องการถือ ณ ตอนนี้มีแค่เพียงเงินสดเท่านั้น ความต้องการถือเงินสดที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องปรับสูงขึ้นตามจากการที่มีคนขายสินทรัพย์มากกว่าคนซื้อ

สล็อตออนไลน์

ซึ่งปัญหาสภาพคล่องนี้เห็นได้ชัดในตลาดตราสารหนี้ของไทยที่มีแรงขายอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการปรับน้ำหนักการลงทุนเมื่อราคาหุ้นตกลงอย่างหนักจึงจำเป็นต้องขายตราสารหนี้เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุน

ความกังวลว่าอาจไม่ได้รับทั้งเงินลงทุนและดอกเบี้ยคืน (default risk) รวมถึงการขายของนักลงทุนต่างชาติเพื่อลดการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และส่วนหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่ปรับอ่อนค่าลง การเทขายตราสารหนี้ทำให้กองทุนตราสารหนี้จำเป็นต้องขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่ แม้จะเป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี เพื่อนำเงินมาชำระคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่เทขาย จนส่งผลให้กองทุนต้องขายตราสารหนี้ในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น

jumboslot

ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรจะได้รับหากรอให้ตราสารหนี้ครบกำหนด และท้ายที่สุดทำให้บริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้บางแห่งเริ่มยืดระยะเวลาได้รับเงินคืนให้ยาวขึ้น

ปัญหาสภาพคล่องที่เกิดขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลโดยเร็วอาจทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกและยิ่งพยายามเทขายหน่วยลงทุนออกมา จนอาจกระทบเป็นวงกว้างและลามไปกระทบสภาพคล่องในตลาดอื่น ๆ ทั้งระบบการเงินได้ ธปท. และหน่วยงานภาครัฐจึงได้เข้ามาดูแลปัญหาดังกล่าวผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องให้กองทุนรวมตราสารหนี้ทุกกองทุน

slot

โดยหากกองทุนใดถูกขายหน่วยลงทุนคืนจำนวนมาก ธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าไปช่วยซื้อหน่วยลงทุนและนำหน่วยลงทุนนั้นไปขายให้ ธปท. ได้ พร้อมทำสัญญาว่าจะซื้อคืนในอนาคต รวมถึง ธปท. รับซื้อพันธบัตรรัฐบาลหากกองทุนใดจำเป็นจะต้องขาย รวมถึงตั้งกองทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้บริษัทที่มีคุณภาพดี แต่ไม่สามารถต่ออายุตราสารหนี้ที่ครบกำหนดได้ทั้งจำนวนจากปัญหาตลาดขาดสภาพคล่อง

ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยลดความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และเป็นการ “ดับไฟ” ก่อนที่ปัญหาสภาพคล่องจะลุกลามเป็นปัญหาทั้งระบบการเงินได้ค่ะ

กองทุนรวมตราสารหนี้กับโอกาสการลงทุน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก และตลาดตราสารหนี้ก็ได้รับผลกระทบด้วย หน่วยงานภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้ตลาดกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

jumbo jili

ตัวอย่างเช่น เดือนมีนาคม ปี 2563 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่กองทุนรวมผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์ที่เข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily Fixed Income Fund) ที่ถือสินทรัพย์คุณภาพดี

แต่ได้รับผลกระทบจากการที่ตลาดเงินขาดสภาพคล่อง สามารถนำหน่วยลงทุนดังกล่าวมาวางเป็นหลักประกันเพื่อขอสภาพคล่องจาก ธปท. ได้ โดยจะดำเนินการจนกว่าสถานการณ์ในตลาดการเงินจะเข้าสู่ภาวะปกติ

สล็อต

หลังจากมาตรการดังกล่าวออกมา ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ไทยมียอดซื้อสุทธิจากบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) แสดงให้เห็นในเบื้องต้นว่า… มาตรการส่งเสริมสภาพคล่องได้ผลในระดับหนึ่ง คือ มีการซื้อขายคล่องตัวขึ้น สะท้อนว่าตลาดตราสารหนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

หากพูดถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่ก็มักจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันสั้น และหากเกิดสถานการณ์ตลาดขาดสภาพคล่อง ทําให้เกิดโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น (แปลว่า มีราคาถูกลง) และยิ่งมีมาตรการออกมา ก็สามารถช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและความกังวลของนักลงทุนได้พอสมควร

สล็อตออนไลน์

คำแนะนำ… หากลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้อยู่แล้ว

หากลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้อยู่แล้ว “ไม่ควรขายออกไป” เพราะไม่ใช่ปัญหาจากคุณภาพของตราสารหนี้ เนื่องจากกองทุนรวมมีการลงทุนตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ดังนั้น สินทรัพย์การลงทุนที่ดี ไม่ควรขายเพราะตกใจ แต่ถ้าตกใจและขายออกไปก็มีโอกาสขายขาดทุน เนื่องจากสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชนระดับ Investment Grade เป็นตราสารหนี้ที่มีนักลงทุนต้องการลงทุนตลอดเวลา เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ ประกันสังคม กบข. หรือบริษัทประกันชีวิต เพราะนักลงทุนสถาบันเหล่านี้ เชื่อว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี

jumboslot

พูดง่ายๆ ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี ทั้งพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน เป็นสิ่งที่นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ และถ้าเชื่อว่าตราสารหนี้ที่ลงทุนมีความปลอดภัยในระยะยาว (เพียงแต่ในระยะสั้นมีความผันผวน ราคาปรับลดลง) ย่อมเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน แต่หากมีความกังวลกับสถานการณ์ นักลงทุนก็สามารถโยกจากกองทุนตราสารหนี้ไปยังกองทุนรวมตลาดเงิน ที่มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกือบ 100% ซึ่งการมีรัฐบาลค้ำประกัน แปลว่า มีความมั่นคง

คำแนะนำ… สำหรับมือใหม่

ในช่วงตลาดผันผวน เช่น ช่วงวิกฤติ COVID-19 นักลงทุนสามารถลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ได้ เพราะถือเป็นจังหวะของผู้ซื้อ ซึ่งวิธีลงทุนที่น่าสนใจ คือ ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (Dollar Cost Average : DCA) เพราะกองทุนรวมได้ถูกออกแบบให้ลงทุนระยะยาวเพื่อสะสมเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ

slot

สำหรับมือใหม่อาจเริ่มต้นจาก “กองทุนรวมตลาดเงิน” ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี เพราะมีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูงและมีคุณภาพดี เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดี แต่หากรับความเสี่ยงและต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้นสูงกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน ก็สามารถแบ่งเงินไปลงทุน “กองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป” ที่เปิดให้ผู้ลงทุนซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ (Daily Fixed Income)

หากพูดถึงตราสารหนี้ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน ความผันผวนของราคาอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ดังนั้น ตราสารหนี้จึงเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ดูแลเงินต้นของนักลงทุน ถือเป็นตัวช่วยประคองพอร์ตลงทุนโดยรวมในช่วงตลาดผันผวน

อย่างไรก็ตาม ควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย