ลงทุนตราสารหนี้อย่างไรในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

เมื่อปัจจัยบวกต่างๆ เช่น ความคืบหน้าของการฉีดวัดซีน และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นตัวสนับสนุนให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากวิกฤต COVID-19 มีความชัดเจนมากขึ้น และคาดการณ์เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

jumbo jili

ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในการลงทุนและเกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากตราสารหนี้เข้าสู่สินทรัพย์อื่นที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทน หรือ Bond Yield ของพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี

และเนื่องจากราคาตราสารหนี้เปลี่ยนแปลงผกผันกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน (กล่าวคือ ถ้าอัตราผลตอบแทนในตลาดปรับขึ้น ราคาตราสารหนี้มีแนวโน้มจะปรับตัวลง) ผลตอบแทนจากการถือครองตราสารหนี้ (เมื่อตีมูลค่าราคาตลาดแล้ว) จึงลดลงจากปลายปีที่แล้ว หรืออาจติดลบได้

แม้ Bond Yield ที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลง แต่ตราสารหนี้แต่ละตัวก็มีความอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ไม่เท่ากัน เนื่องจากตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือยาวกว่าจะมีความอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ในระดับที่สูงกว่า เช่น หาก Bond Yield ในตลาดปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ย 0.5% ราคาตราสารหนี้อายุ 10 ปีจะปรับตัวลงมากกว่าราคาของตราสารหนี้อายุ 2 ปี

สล็อต

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การลงทุนตราสารหนี้ที่เหมาะสมกับสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น คือการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบของการปรับตัวลงของราคาตราสาร และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ได้จากตราสารที่ครบกำหนดมาลงทุนใหม่ (Roll-over) ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

และยังมีความเสี่ยงจากการปรับลดลงของราคาตลาดที่น้อยกว่าตราสารหนี้ระยะยาว อีกทางเลือกการลงทุนตราสารหนี้ที่เหมาะสมกับสภาวะเงินเฟ้อและ Bond Yield ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น คือการลงทุนในตราสารหนี้ที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือ Floating Rate Bond (FRB) ที่โดยทั่วไปจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว หรือ coupon reset ทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน โดยอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน FRB นั้นมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น จำนวนตราสารในตลาดมีค่อนข้างน้อย และผลตอบแทนที่ไม่คงที่ ทำให้ผู้ลงทุนต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและต้องคาดการณ์ระดับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

สล็อตออนไลน์

ส่งผลให้การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่เป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากตราสารที่ครบบ่อย ทำให้ผู้ลงทุนได้ “Reset” อัตราดอกเบี้ยใหม่อยู่เสมอ คล้ายคลึงกับการลงทุนใน FRB ขณะที่ผลตอบแทนสามารถคาดเดาได้ง่ายกว่า

นอกจากการลงทุนในตราสารหนี้โดยตรงแล้ว นักลงทุนสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น โดยมีข้อดีคือนักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก เนื่องจากกองทุนมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งตราสารภาครัฐ เงินฝากธนาคารทั้งในและต่างประเทศ และหุ้นกู้เอกชนจากหลากหลายบริษัทที่ผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ หากนักลงทุนสามารถรับความผันผวนได้บ้าง นักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้ เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนสูงกว่าดัชนีเทียบวัด ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุนให้ถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจลงทุน

jumboslot

ตราสารหนี้ (Fixed-Income Instruments) เป็นสัญญาระหว่างผู้ออกตราสาร (หรือผู้กู้) และผู้ถือตราสารหนี้ (หรือผู้ให้กู้) มีการกำหนดอายุและอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่แน่นอน สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ทั้งนี้ ตราสารหนี้ที่รู้จักกันโดยทั่วไปได้แก่ “พันธบัตร” ออกและเสนอขายโดยภาครัฐ และ “หุ้นกู้” ออกและเสนอขายโดยบริษัทเอกชน

ตราสารหนี้สามารถแบ่งได้ตามประเภทผู้ออก
Limit Price Order
พันธบัตร เป็นตราสารที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ออกโดยรัฐ หรือหน่วยงานรัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน
ตั๋วเงินคลัง เป็นตราสารที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี ออกโดยกระทรวงการคลัง
ตราสารหนี้ภาคเอกชน
หุ้นกู้ เป็นตราสารที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ออกโดยบริษัทเอกชน โดยทั่วไปมีการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) เป็นงวดทุกๆ 6 เดือน
ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ BE) เป็นตราสารระยะสั้น โดยทั่วไปมักเสนอขายให้กับนักลงทุนในลักษณะเป็นวงแคบ และเป็นแบบส่วนลดจากหน้าตั๋ว (Discounted)

slot

ตราสารหนี้ยังสามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะ (Features)
หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond)
หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) กรณีที่บริษัทผู้ออกตราสารล้มละลายและต้องเฉลี่ยทรัพย์สินให้กับเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิมีสิทธิเรียกร้องให้ ผู้ออกชำระหนี้กับตนได้หลังจากที่เจ้าหนี้ประเภทอื่น เช่น หุ้นกู้มีประกัน หุ้นกู้ เป็นต้นได้รับชำระหนี้แล้วเท่านั้น
ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยงคงที่
ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยคงที่ เป็นตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ตามที่ระบุไว้ตลอดอายุ ตราสารหนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้
ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว
ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว หมายถึงตราสารหนี้ที่ผลตอบแทนถูกกำหนดไว้กับดัชนีอ้างอิงที่ระบุไว้ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรืออัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น
หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond)
หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) คือหุ้นกู้ที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการแปลงสภาพหุ้นกู้ไปเป็นหุ้นสามัญตามสัดส่วน ช่วงเวลาและราคาที่ถูกกำหนด ไว้ล่วงหน้า
หุ้นกู้ที่ให้สิทธิผู้ออกไถ่ถอนก่อนกำหนด (Callable Bond)
หุ้นกู้ที่ให้สิทธิผู้ออกไถ่ถอนก่อนกำหนด (Callable Bond) คือหุ้นกู้ที่ผู้ออกมีสิทธิที่จะขอไถ่ถอน หรือชำระคืนเงินต้นก่อนที่หุ้นกู้นั้นจะครบอายุ ตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้ลงทุนควรทราบเงื่อนไขก่อนลงทุน โดยทั่วไปผู้ออกจะใช้สิทธิไถ่ถอนก็ต่อเมื่อดอกเบี้ยในการกู้เงินใหม่ของบริษัทลดลงกว่าที่บริษัทจ่าย ตามสัญญาเดิม ซึ่งอาจเกิดจากการที่ดอกเบี้ยในตลาดปรับลดลง หรืออันดับเครดิตของบริษัทปรับเพิ่มขึ้น
หุ้นกู้ที่ไม่กำหนดวันครบอายุ (Perpetual Bond)
หุ้นกู้ที่ไม่กำหนดวันครบอายุ (Perpetual Bond) คือหุ้นกู้ที่ไม่มีการกำหนดวันไถ่ถอนโดยผู้ออกจะชำระดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่ระบุไว้