ตราสารหนี้

หลายคนคงรู้ว่าปัจจุบันนี้การฝากเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยให้เงินงอกเงยแล้ว เพราะดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันนั้นน้อยมากที่สำคัญน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อด้วย ดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.25-1.5% และ ดอกเบี้ยฝากประจำหรือบัญชีพิเศษอยู่ที่ประมาณ 2.0% แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าเงินเฟ้อในแต่ละปี นั่นแปลว่าถ้าเราฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคารแม้จะได้ดอกเบี้ย แต่เงินก็มีมูลค่าลดลงอยู่ดี

jumbo jili

วันนี้ผมจะมาแนะนำตราสารทางการเงินซึ่งเป็นช่องทางการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารให้เป็นไอเดียกับคนที่สนใจลงทุน ซึ่งตราสารทางการเงินคือการลงทุนรูปแบบหนึ่งประกอบด้วย ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวม ฯลฯ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ต่างกันและได้ผลตอบแทนต่างกันด้วย ก่อนที่เราเราจะลงทุนในตราสารแบบไหนอยากลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ

ตราสารหนี้
ตราสารที่แสดงความ เป็นเจ้าของ โดยผู้ออกตราสารหนี้หรือผู้ขอกู้และผู้ซื้อหรือเจ้าหนี้ เช่น เราไปซื้อตราสารหนี้ของบริษัท A เราเป็นเจ้าหนี้ บริษัท A เป็นผู้กู้ ตัวอย่างตราสารหนี้แบ่งตามผู้ออก ดังนี้

ตราสารหนี้ออกโดย รัฐบาล เรียกว่า ตั๋วเงินคลังเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี และพันธบัตรรัฐบาล เป็นตราสารหนี้มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ออกโดยกระทรวงการคลัง
ตราสารหนี้ออกโดย รัฐวิสาหกิจ เรียกว่า ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ เช่น พันธบัตรการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
ตราสารหนี้ออกโดย เอกชน เรียกว่าหุ้นกู้ เรามักจะได้ยอนตามข่าวว่า บริษัท ปตท. ออกหุ้นกู้ OR จำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป

ตราสารทุนและหุ้นสามัญ
ตราสารที่ผู้ออกต้องการระดมทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ซื้อหรือผู้ถือ มีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วม กับกิจการนั้นๆ มีส่วนได้ ส่วนเสียเมื่อกิจการได้หรือเสียประโยชน์ และได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลโดยเงินปันผลจะต้องเสียภาษีในอัตราร้อนละ 10% ประกอบด้วย

สล็อต

หุ้นสามัญ (Common Stock) ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อให้ประชาชนหรือคนทั่วไปมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์ร่วมลงคะแนนเสียง โดยสิ่งที่ได้ตอบแทนเรียกว่าเงินปันผล
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) ออกโดยบริษัทเอกชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของเหมือนหุ้นสามัญ แตกต่างกันตรงที่ถ้าบริษัทเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้เงินทุนคือก่อนผู้ที่ถือหุ้นสามัญและได้รับเงินปันผลในอัตราคงที่
ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) คือเอกสารการจองสิทธิซื้อหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หรือตราสารอนุพันธ์ ในราคาตามใบจองสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด
ใบคำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant : DW) คือตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อ หรือขายหลักทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น โดยใช้สิทธิตามระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยบริษัทผู้ออกเป็นผู้กำหนด
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตราสารทุนและหุ้นสามัญ

กองทุนรวม
กองทุนรวม คือ การระดมเงินทุนของคนจำนวนมากๆ ที่สนใจลงทุนหรือซื้อกองทุนไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามประเภทของกองทุนและนโยบายของกองทุนนั้นๆ โดยมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารกองทุนให้ เมื่อกองทุนมีกำไรก็จะนำมาปันผลให้กับผู้ที่ถือกน่วยลงทุนหรือผู้ที่ซื้อกองทุน (กองที่มีนโยบายปันผล) แต่ถ้าเป็นกองทุนที่ไม่มีนโยบายปันผลก็จะสะสมกำไรไว้ทำให้เงินในกองทุนเพิ่มขึ้น

สล็อตออนไลน์

การลงทุนในกองทุนรวมมีข้อดีตรงที่สามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภทเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุน โดยการแบ่งกองทุนรวมสามารถแบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้

แบ่งตามการไถ่ถอนคืน
กองทุนเปิด (Opened – End Fund)
กองทุนปิด (Closed – End Fund)
แบ่งตามนโยบายการลงทุน
กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) :
กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) :
กองทุนรวมผสม (Mixed Fund)
กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund)
กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund)
กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds)
กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม (Fund of Funds)

jumboslot

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund)
กองทุนรวม ETF (Exchange Traded Fund)
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF)
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม

เป็นยังไงกันบ้างครับเนื้อหาตราสารประเภทต่างๆ มีใครที่เพิ่งรู้จักตราสารพวกนี้หรือใครที่ลงทุนในตราสารพวกนี้มาก่อนแล้วบ้าง ตอนนี้ผลตอบแทนเป็นยังไงกันบ้างครับ

รู้แบบนี้แล้วลองเปลี่ยนจากฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคารมาเป็นลงทุนในตราสารต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ควรจะได้กันนะครับ เพราะตราสารประเภทต่างๆมีให้เลือกลงทุนเยอะมากที่สำคัญอย่าลืมทำแบบทดสอบก่อนว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน

slot

บทความนี้เป็นภาคต่อเนื่องจากบทความที่ผ่านที่พูดกันในเรื่องของตราสารหนี้ว่าคืออะไร มีข้อดีและข้อแตกต่างอย่างไรเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารทุน โดยบทความนี้จะพูดถึงประเภทต่างๆ ของตราสารหนี้ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทด้วยกัน คือ แบ่งตามประเภทของผู้ออก แบ่งตามหลักประกัน แบ่งตามสิทธิเรียกร้อง แบ่งตามดอกเบี้ย แบ่งตามสิทธิแฝง และแบ่งตามการจ่ายคืนเงินต้นหรือเงินสด

  1. แบ่งตามประเภทของผู้ออก มี 3 ประเภทด้วยกัน คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ออกโดยองค์กรภาครัฐและเอกชน

ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล : โดยกระทรวงการคลัง (Ministry of Finance) เป็นผู้ออกตราสารให้แก่ผู้ถือ และผู้ถือหรือนักลงทุนมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล ซึ่งท่านทราบอยู่แล้วว่าตราสารประเภทนี้ ปลอดจากความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระดอกเบี้ย และเงินต้น (default risk) ตัวอย่างของตราสารประเภทนี้ที่รู้จักกัน คือ ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) และพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Bond)

ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ : เป็นตราสารหนี้ที่ออกตามองค์กรภาครัฐและมีชื่อเรียกตามองค์กรนั้นๆที่ออกตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงประเภท default risk ต่ำ ตัวอย่างเช่น พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟู เป็นต้น