ความรู้ความเข้าใจในตราสารหนี้

บทความนี้เป็นภาคต่อเนื่องจากบทความที่ผ่านที่พูดกันในเรื่องของตราสารหนี้ว่าคืออะไร มีข้อดีและข้อแตกต่างอย่างไรเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารทุน โดยบทความนี้จะพูดถึงประเภทต่างๆ ของตราสารหนี้ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทด้วยกัน คือ แบ่งตามประเภทของผู้ออก แบ่งตามหลักประกัน

jumbo jili

แบ่งตามสิทธิเรียกร้อง แบ่งตามดอกเบี้ย แบ่งตามสิทธิแฝง และแบ่งตามการจ่ายคืนเงินต้นหรือเงินสด

  1. แบ่งตามประเภทของผู้ออก มี 3 ประเภทด้วยกัน คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ออกโดยองค์กรภาครัฐและเอกชน

ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล : โดยกระทรวงการคลัง (Ministry of Finance) เป็นผู้ออกตราสารให้แก่ผู้ถือ และผู้ถือหรือนักลงทุนมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล ซึ่งท่านทราบอยู่แล้วว่าตราสารประเภทนี้ ปลอดจากความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระดอกเบี้ย และเงินต้น (default risk) ตัวอย่างของตราสารประเภทนี้ที่รู้จักกัน คือ ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) และพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Bond)

ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ : เป็นตราสารหนี้ที่ออกตามองค์กรภาครัฐและมีชื่อเรียกตามองค์กรนั้นๆที่ออกตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงประเภท default risk ต่ำ ตัวอย่างเช่น พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟู เป็นต้น

ตราสารหนี้ภาคเอกชนหรือหุ้นกู้ภาคเอกชน (Debenture) เป็นตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ที่ออกโดยเอกชนเพื่อระดมทุนซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการออกจำหน่ายหุ้น ในเรื่องของความเสี่ยงประเภท default risk ก็จะมีมากกว่าตราสารหนี้ที่กล่าวมาข้างต้น โดยขึ้นอยู่กับ credit ของแต่ละบริษัทนั้นๆ

สล็อต

  1. แบ่งตามหลักประกัน มี 2 ประเภท คือ หุ้นกู้มีหลักประกัน และไม่มีหลักประกัน หุ้นกู้มีหลักประกัน (Secured Bond) เป็นหุ้นกู้ที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน และหากมีการผิดนัดชำระหนี้ ผู้ถือ หรือ Bond holder ก็สามารถเรียกร้องสิทธิในหลักประกันนั้นได้ก่อนคนอื่น หุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Bond) เป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ มาวางเป็นหลักประกัน
  2. แบ่งตามสิทธิในการเรียกร้อง หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) ผู้ถือมีสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้จากสินทรัพย์ของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ หลังจากที่มีการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้อื่นๆ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond) ในกรณีที่บริษัทมีการเลิกกิจการ (Liquidation) จะมีสิทธิในการเรียกร้องการชำระหนี้จากสินทรัพย์ได้ก่อนผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ หรือ Subordinated Bond โดยเรียงลำดับของสิทธิเรียกร้อง จะเริ่มจากมากไปน้อยสุดดังนี้ คือ ผู้ถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond) ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) ผู้ถือหุ้นกู้บุริมสิทธิ (Preferred Stock) และผู้ถือหุ้นสามัญ (Common Stock) ตามลำดับ
  3. แบ่งตามอัตราดอกเบี้ย หุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate Bond) ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ทุกงวดตามที่ได้ระบุไว้ตั้งแต่ออกหุ้นกู้นั้น หุ้นกู้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating rate Bond) มีการจ่ายดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงตามอัตราอ้างอิงที่กำหนด เช่น LIBOR + Spread หุ้นกู้ที่ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ย (Zero Coupon Bond) เป็นหุ้นกู้ที่ผู้ซื้อหรือนักลงทุนซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว หรือเรียกว่า ซื้อได้ในราคา discount

สล็อตออนไลน์

  1. แบ่งตามชนิดของสิทธิแฝง (Embedded Option) หุ้นกู้ที่ปราศจากสิทธิแฝง เป็นหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และปราศจากสิทธิแฝงหุ้นกู้ที่มีสิทธิแฝง ซึ่งมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) หุ้นกู้ที่ผู้ออกมีสิทธิเรียกคืนก่อนกำหนด (Callable Bond) และหุ้นกู้ที่ผู้ถือมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Puttable Bond)
  2. แบ่งตามประแสการจ่ายเงินต้นหรือเงินสด หุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และปราศจากสิทธิแฝง (Straight / Fixed rate and option free bond) หุ้นกู้ประเภททยอยจ่ายเงินต้น (Amortizing bond) โดยผู้ออกทยอยจ่ายคืนเงินต้นแก่ผู้ถือตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ซึ่งเงินที่จ่ายเป็นงวดนั้นประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ยด้วย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นความรู้ความเข้าใจในประเภทต่างๆ ของตราสารหนี้ ก่อนที่เราจะไปศึกษากันในบทบาทที่สำคัญของตลาดตราสารหนี้ต่อนักลงทุน รวมทั้งบทบาทที่สำคัญของ BEX หรือ Bond Electronic Exchange ในฉบับต่อไปครับ

jumboslot

การลงทุนเป็นหนึ่งกิจกรรมสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่งคั่ง ซึ่งการลงทุนก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบจับต้องได้และแบบจับต้องไม่ได้ TerraBKK ขอเสนอความรู้น่าใจเกี่ยวกับช่องทางการซื้อขายตราสารทุน ที่เรียกว่า ตลาดตราสารทุน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนทำการลงทุน ตราสารทุน หลายคนนึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยอย่าง หุ้นสามัญในตลาด SET ยังรวมไปถึงหุ้นบุริมสิทธิ ,หุ้นกู้แปลงสภาพ (ต่างจากหุ้นกู้ทั่วไป เนื่องจากจะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญเมื่อถึงเงื่อนไขตามกำหนด) , ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) เป็นต้น ลักษณะตราสารจะแสดงถึงฐานะความเป็นเจ้าของ ได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล หรือส่วนต่างราคากรณีขายต่อนักลงทุนอื่น โดยกิจการจะออกตราสารขายแก่นักลงทุนเ พื่อระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการ ดังนั้น ตลาดตราสารทุน จึงหมายถึงแหล่งกลางที่ใช้ในการระดมทุนของกิจการแก่นักลงทุนที่สนใจตราสารทุนที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ขึ้นไปนั้นเอง ตลาดตราสารทุน สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. ตลาดแรก ( Primary Market ) จะเป็นตลาดสำหรับกิจการที่สร้างตราสารออกสู่ตลาดเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนโดยตรง จะเป็นตราสารที่ออกขายใหม่ หรือตราสารที่นำออกขายในตลาดเป็นครั้งแรก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การเสนอขายแก่บุคคลวงในจำกัด เรียกว่า Private Placement ( PP ) ซึ่งกิจการที่ออกตราสาร สามารถเสนอขายได้ 2 แบบ คือ แบบเสนอขายแก่นักลงทุนเฉพาะรายไม่เกิน 35 คน ในระยะเวลา 12 เดือน

และแบบเสนอขายแก่สถาบัน (เป็นไปตามระเบียบที่ กลต. กำหนดไว้) การเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป เรียกว่า Public Offering (PO ) ซึ่งกิจการที่ออกตราสาร จะต้องได้รับอนุมัติตามขบวนการขั้นตอนตามที่ กลต. ระบุไว้ก่อนจะออกขายในตลาด 2. ตลาดรอง ( Secondary Market) จะเป็นตลาดสำหรับตราสารที่มีการออกจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว เสมือนเป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือของผู้ถือครอง เป็นการหมุนเวียนอยู่ในระบบ ซึ่งจะมีหน่วยงาน ก.ล.ต. เป็นผู้กํากับภาพรวม และมีหน่วยงานตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลการซื้อขายในตลาดรอง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรียกว่า The Stock Exchange of Thailand ( SET) จะเป็นตลาดรองของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีทุนชำระ ตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป click SET …

slot

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เรียกว่า Market for Alternative Investment (mai) จะเป็นตลาดรองสำหรับธุรกิจที่มีศักยภาพขนาดกลางและเล็ก ที่มีทุนชำระ ตั้งแต่ 20 ล้านขึ้นไป click MAI …. ตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายทํา ธุรกรรมกันเองโดยตรง (Over-the-Counter) ท้ายนี้ TerraBKK ขอนำข้อมูลดีๆจาก set.or.th ที่ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ดังนี้

ประการที่ 1 แหล่งเงินทุนระยะยาว สามารถระดมเงินทุนจากประชาชนได้โดยตรง โดยไม่มีภาระเงินต้นและดอกเบี้ยเหมือนการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน

ประการที่ 2 เพิ่มช่องทางระดมทุน เพื่อช่วยบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หุ้นสามัญเพิ่มทุน หุ้นกู้หุ้นกู้แปลงสภาพ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (warrant) เป็นต้น

ประการที่ 3 เสริมสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท เนื่องจากมีกลไกการเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แก่สาธารณะ

ประการที่ 4 สร้างความภักดี และผลตอบแทนที่ดีให้แก่พนักงาน กรณีมีการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่กรรมการหรือพนักงานของบริษัท (Employee StockOption Program หรือ ESOP) ก็สามารถเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของบริษัทได้

ประการที่ 5 สร้างความรับผิดชอบและการบริหารงานแบบมืออาชีพ เป็นการกระตุ้นให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนมีการบริหารงานแบบมืออาชีพ เนื่องจากมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นในวงกว้าง

ประการที่ 6 การดำรงอยู่ของธุรกิจในระยะยาว ช่วยให้บริษัทที่มีการบริหารงานแบบธุรกิจครอบครัวก้าวเข้าสู่การบริหารงานแบบมืออาชีพมากขึ้น มีผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารกิจการได้