ความรู้เกี่ยวกับตราสารหนี้

พันธบัตร พันธบัตร (Bond) เป็นสัญญาที่ออกโดยผู้ขอกู้ยืม โดยจะมีสัญญาข้อผูกมัดที่ว่า ผู้ออกพันธบัตร (หรือผู้ขอกู้ยืม) จะต้องจ่ายผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) ให้กับผู้ถือพันธบัตร (ผู้ให้กู้) ตามอัตรา และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพันธบัตร

jumbo jili

ชนิดของพันธบัตร

พันธบัตรที่ไม่ระบุดอกเบี้ย (Zero Coupon Bond) : พันธบัตรที่ไม่มีการจ่ายผลตอบแทน หรือดอกเบี้ยให้กับผู้ถือเป็นงวดๆ หากแต่จะจ่ายในรูปของภารรับซื้อคืนในราคาที่สูงขึ้น จากราคาที่ผู้ออกขายให้ผู้ถือในตอนแรก ณ วันครบกำหนดไถ่ถอน
พันธบัตรที่ระบุดอกเบี้ย (Coupon Bond) : พันธบัตรที่มีสัญญาข้อผูกมัดที่ว่า ผู้ออกพันธบัตรจะต้องจ่ายผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) ให้กับผู้ถือพันธบัตรตามอัตรา และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพันธบัตร และรับซื้อพันธบัตรคืนที่ราคาหน้าตั๋วที่วันครบกำหนดอายุไถ่ถอน
พันธบัตรที่มีการจ่ายดอกเบี้ยในแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate bond) : พันธบัตรที่ลดอัตราเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยของผู้ถือพันธบัตรให้ต่ำที่สุด โดยอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกพันธบัตรจะจ่ายให้กับผู้ถือนั้น จะเป็นอัตราที่สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยของตลาดขณะนั้น
พันธบัตรที่สามารถเรียกคืนได้ (Callable bond) : พันธบัตรที่ผู้ออกสามารถขอซื้อคืนตามราคาที่กำหนดไว้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน
พันธบัตรที่มีในตลาด

สล็อต

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) : ตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น และยาว ซึ่งออกโดยกระทรวงการคลัง และบริหารโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise Bond) : ตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น และยาว ซึ่งออกโดยรัฐวิสาหกิจ และบริหารโดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ
หุ้นกู้ (Corporate Bond) : ตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น และยาว ซึ่งออกโดยบริษัทเอกชน โดยทั่วไปจะจ่ายดอกเบี้ย 2 งวดต่อปี และไถ่ถอนคืนเมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน
ตั๋วเงินคลัง (T-Bills) : ตราสารหนี้ระยะสั้นที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งผลตอบแทนของตราสารหนี้ชนิดนี้จะออกมาในรูปแบบ การรับซื้อคืนในราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่ผู้ออกขายให้ผู้ถือในตอนแรก
การซื้อขายพันธบัตร

ตลาดแรกหรือตลาดพันธบัตรออกใหม่ (Primary Market) เป็นแหล่งกลางในการเสนอขาย และซื้อพันธบัตรที่ออกใหม่ โดยจะเสนอขายให้กับนักลงทุนบางประเภท
ตลาดรองหรือตลาดค้าพันธบัตร (Secondary Market) เป็นแหล่งกลางในการเสนอขาย และซื้อพันธบัตร ที่เคยผ่านการซื้อขายในตลาดแรกมาแล้ว ตลาดรองจะช่วยให้ผู้ลงทุนมีสภาพคล่องมากขึ้น
โดยจะมีสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ และนายหน้าค้าหลักทรัพย์เป็นคนกลางในการซื้อขายพันธบัตรระหว่างผู้ลงทุน
การแปลงพันธบัตรเป็นเงินสด ผู้ลงทุนที่ถือพันธบัตรสามารถขายพันธบัตรได้ทุกเมื่อ ณ ราคาที่ซึ่งจะตกลงระหว่างตัวผู้ถือ และผู้ที่จะซื้อต่อจากผู้ถือ โดยสามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง

สล็อตออนไลน์

คำจำกัดความต่างๆ

ดอกเบี้ย (Coupon) อัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกพันธบัตร สัญญาว่าจะจ่ายให้กับผู้ถือพันธบัตรเป็นงวดๆตลอดจนกระทั่งถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน เช่น พันธบัตรที่มีราคาหน้าตั๋ว 1,000 บาท และกำหนดดอกเบี้ย 10% แสดงว่าผู้ถือพันธบัตรจะได้รับดอกเบี้ย 10 % ของเงินต้น 1,000 บาท นั่นคือ ทุกปีจะได้รับดอกเบี้ย 100 บาท นั่นเอง
วันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity Date) ระยะเวลาครบกำหนดที่ผู้ออกพันธบัตรจะไถ่ถอนพันธบัตรคืนหรือจ่ายเงินต้นคืนแก่ผู้ถือพันธบัตร ซึ่งระยะเวลาไถ่ถอนนี้อาจมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรจนครบกำหนด (Yield to Maturity) อัตราลดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของดอกเบี้ยรับรายงวด และราคาที่ตราไว้เท่ากับราคาตลาด ปัจจุบันของพันธบัตรโดยถือว่าผู้ลงทุนจะถือพันธบัตรไปจนครบกำหนดไถ่ถอนผู้ออกพันธบัตร สามารถทำตามสัญญาในพันธบัตรได้ตามกำหนด และถือว่ามีการนำดอกเบี้ยรับไปลงทุนต่อ
ดูเรชั่น (Duration) วิธีการวัดว่าพันธบัตรมีความไหวตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับอัตราดอกเบี้ยมากน้อยเพียงใด
ส่วนต่าง (Spread) ความแตกต่างของอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรชนิดเดียวกัน มีคุณสมบัติเหมือนกันแต่มีอายุไถ่ถอนต่างกัน หรือพันธบัตรที่มีอายุไถ่ถอนเท่ากันแต่มีคุณสมบัติต่างกัน เนื่องจากพันธบัตรโดยทั่วไปถ้ามีข้อแตกต่างกันไม่ว่าด้านใดๆ มักจะมีอัตราผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน
ความไม่สามารถชำระหนี้ (Default) การที่ผู้ออกไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เป็นผู้เก็บรักษาใบหุ้นหรือสินทรัพย์อื่น ของกองทุนรวม, บุคคลธรรมดา หรือลูกค้าสถาบัน
วันที่ตกลงทำสัญญาซื้อขาย (Spot Date) ภายหลังวันที่ซื้อ-ขาย 2 วันทำการ
ความเสี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้

jumboslot

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย
เมื่อระดับอัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลง จะส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้ที่ระบุดอกเบี้ยตายตัวในทิศทางตรงกันข้าม ทั้งนี้เนื่องจากเมื่ออัตราดอกเบี้ยตลาดสูงขึ้นหรือต่ำลง ในขณะที่ตราสารหนี้มีอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ตายตัวผู้ลงทุนย่อมต้องการซื้อตราสารหนี้ในราคาที่ต่ำหรือสูงขึ้น เพื่อดำรงระดับอัตราผลตอบแทนตามระดับอัตราดอกเบี้ยตลาดการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในระดับอัตราดอกเบี้ยตลาดเรียกสั้น ๆ ว่า ความเสี่ยงด้านราคา (price risk) โดยตราสารหนี้ที่มีอายุครบกำหนดไถ่ถอนต่างกัน และหรือมีระดับอัตราดอกเบี้ยที่ตราไว้แตกต่างกัน จะมีขนาดของการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงในระดับอัตราดอกเบี้ยตลาดที่มีต่อตราสารหนี้อีกด้านหนึ่ง ได้แก่ ทำให้การลงทุนต่อได้รับอัตราผลตอบแทนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เรียกสั้นๆ ว่า ความเสี่ยงด้านการลงทุนต่อ (reinvestment risk) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยทั้งสองด้านนี้ เรียกโดยรวมว่า ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย (interest rate risk) โดยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยต่อราคาหุ้นกู้ และการลงทุนต่อ เป็นไปในทิศทางตรงกันข้างกัน ผู้ลงทุนจึงอาจปกป้องความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยได้ โดยวิธีการเลือกอายุของตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับระยะเวลาลงทุน
ความเสี่ยงจากอายุไถ่ถอน
ตามปกติตราสารหนี้ที่มีอายุไถ่ถอนยาว ควรให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ที่มีอายุไถ่ถอนสั้นกว่า เนื่องจากตราสารหนี้ที่มีอายุไถ่ถอนยาวกว่าย่อมเผชิญกับความไม่แน่นอนมากกว่า อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่มีการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ทำให้ความเหมาะสมในการเลือกอายุที่เหมาะสมของหุ้นกู้เปลี่ยนไปด้วย เช่น ในสถานการณ์ที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง อันทำให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะยาว (ภาวะที่ Yield curve ทอดลง) ส่วนในสถานการณ์ที่มีการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น อันทำให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะยาวสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้น (ภาวะที่ Yield curve ทอดขึ้น)
ความเสี่ยงจากการถูกเรียกไถ่ถอนคืนก่อนกำหนด
ตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้บางฉบับ มีข้อกำหนดเปิดทางให้ผู้ออกสามารถเรียกไถ่ถอนหุ้นกู้ได้ก่อนเวลาครบกำหนด (มี Call provision) ผู้ออกหุ้นกู้อาจจะบรรจุข้อกำหนดนี้ในเงื่อนไขของหุ้นกู้ เพื่อให้ผู้ออกมีความยืดหยุ่นในการจัดหาเงินทุนใหม่ เมื่ออัตราดอกเบี้ยตลาดลดลงเหลือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ตราไว้ในหุ้นกู้ในแง่ของผู้ถือหุ้นกู้ ข้อกำหนดเรื่องการเรียกไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดมีข้อเสีย 3 ประการคือ
ประการแรก ประการที่สอง ประการสุดท้าย

slot

กระแสเงินสดรับจากหุ้นกู้มีความไม่แน่นอน เนื่องจากผู้ออกจะเรียกไถ่ถอนคืนเมื่อระดับอัตราดอกเบี้ยตลาดลดต่ำลง ดังนั้นเมื่อผู้ลงทุนจะลงทุนต่อย่อมได้ผลตอบแทนที่ต่ำลงด้วย แม้ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยตลาดต่ำลงจะส่งผลในราคาหุ้นกู้โดยทั่วไปสูงขึ้น แต่สำหรับหุ้นกู้ที่มีข้อกำหนดเรื่องการไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดอยู่ราคาจะไม่สูงขึ้นมากเพราะในสภาวะเช่นนี้ผู้ออกอาจเรียกไถ่ถอนหุ้นกู้ก็ได
ความเสี่ยงจากการไม่ได้รับเงินต้น และดอกเบี้ยตามกำหนด
ความเสี่ยงจากการไม่ได้รับเงินต้น และดอกเบี้ยตามกำหนด (Default risk) เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอก และปัจจัยภายในกิจการ สาเหตุที่กิจการผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระคืนเงินต้น และหรือไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ตามกำหนดเวลา มาจากการที่กิจการนั้นมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานของธุรกิจหรือ ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business risk) และความเสี่ยงทางการเงิน (Financial risk) อยู่
ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business risk) หมายถึง ความไม่แน่นอนของกระแสเงินได้อันเนื่องมาจากลักษณะทางธุรกิจของกิจการ บางธุรกิจต้องใช้ต้นทุนที่เป็นสัดส่วนสูงในการดำเนินงานเมื่อเกิดความผันผวนในยอดขายกำไรของการดำเนินงานของธุรกิจย่อมมีความผันผวนมากกว่าธุรกิจที่ใช้ต้นทุนคงที่ในการดำเนินงานเป็นสัดส่วนต่ำ ผลของต้นทุนคงที่ ที่มีต่อความผันผวนของกำไรจากการดำเนินงาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในยอดขายเรียกว่า Operating Leverage
ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial risk) หมายถึง ความไม่แน่นอนของกระแสเงินได้ อันเนื่องมาจากโครงสร้างของเงินทุนของธุรกิจ ถ้าหากธุรกิจจัดหาเงินทุนโดยการกู้ยืม อันมีภาระการจ่ายดอกเบี้ยซึ่งเป็นภาระผูกพันทางการเงินที่คงที่ จะเกิดความผันผวนของกำไรสุทธิมากเมื่อกำไรจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลง ผลของการก่อหนี้ที่มีต่อความผันผวนของกำไรสุทธิ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในกำไรจากการดำเนินงานเรียกว่า Financial Leverage
การจัดลำดับคุณภาพของหุ้นกู้ (Bond Rating) เป็นการจัดลำดับโดยวิเคราะห์จากโอกาสที่หุ้นกู้นั้นไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นได้ตามกำหนด หุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงประเภทนี้สูงจะเสนออัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงประเภทนี้ต่ำ
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) หมายถึง ความไม่แน่นอนของการลงทุนอันเนื่องมาจากไม่อาจเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่ลงทุนเป็นเงินสดได้ในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ขาดทุน ลักษณะความเสี่ยงประเภทนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนหลักทรัพย์นั้นเป็นเงินสดราคาขายหลักทรัพย์ที่จะได้รับ สำหรับผู้ลงทุนที่มุ่งที่จะถือตราสารหนี้ไปจนครบกำหนดไถ่ถอน ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์ก็จะด้อยความสำคัญลงไป ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง สามารถดูได้จากช่วงห่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย (bid-ask spread ) หากมีช่วงห่างสูง แสดงว่ามีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องมาก
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับผู้ลงทุนในตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นในรูปเงินตราต่างประเทศ จะมี ความเสี่ยงจากการที่อัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนแปลงไป (Exchange rate risk) เช่นลงทุนในหุ้นกู้จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นคืนในรูปเงินเยน เมื่อค่าของเงินเยนอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินบาท ทำให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทได้น้อยลงกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามหากค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์มากขึ้นในรูปเงินบาท
ความเสี่ยงจากกฎระเบียบของรัฐ
ความเสี่ยงจากกฎระเบียบของรัฐ (Legal risk) เป็นความเสี่ยงอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น เปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บภาษีเงินได้จากตราสารหนี้จากไม่เคยจัดเก็บมาเป็นจัดเก็บภาษี หรือเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้ เป็นต้น

ตราสารหนี้จีน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้จีนกันมาบ้างแล้ว โดยส่วนใหญ่มักเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมในประเทศไทย ที่ไปลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ที่ผู้รับฝากเป็นธนาคารของรัฐ หรือผู้ออกเป็นรัฐวิสาหกิจในประเทศจีน

jumbo jili

ตราสารหนี้ของจีนนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐฯและญี่ปุ่น โดยทั่วไปแล้วประกอบไปด้วย

1) พันธบัตรภาครัฐ (สกุลเงินหยวน) ซึ่งมีตั้งแต่ที่ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเลย จนถึงมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่อยู่ในระดับที่ต่ำมาก เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรมณฑล พันธบัตรเทศบาล พันธบัตรที่ออกโดยธนาคารภาครัฐ ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยผลตอบแทนของพันธบัตรธนาคารรัฐ จะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลเล็กน้อย ด้วยสภาพคล่องที่ต่ำกว่า และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง

2) พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (สกุลเงินหยวน) ซึ่งไม่มีการค้ำประกันโดยรัฐบาล หรือเทศบาล เช่น พันธบัตรรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลาง ออกโดยรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลกลางเป็นเจ้าของ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่ออกโดยองค์กรที่มีเทศบาลเป็นเจ้าของ เป็นต้น

สล็อต

3) พันธบัตรรัฐบาล หรือภาคเอกชนที่ออกในฮ่องกง (สกุลเงินหยวน) หรือมักเรียกกันว่า “พันธบัตรติ่มซำ” ซึ่งมีความเสี่ยงแตกต่างกันไปตามเครดิตของผู้ออกพันธบัตรหรือตราสารหนี้นั้นๆ พันธบัตรประเภทนี้เคยได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต ในช่วงที่การลงทุนโดยตรงในพันธบัตรที่ออกในแผ่นดินใหญ่ยังมีการควบคุมจากรัฐบาลอย่างเข้มงวด

4) ตราสารหนี้ภาคเอกชน (สกุลเงินหยวน และ/หรือสกุลเงินดอลลาร์) เช่น พันธบัตรวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน Medium Term Notes เป็นต้น โดยมีความเสี่ยงตามระดับเครดิตของผู้ออกตราสารแต่ละราย

ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ! รับเลย 100,000 บาท

ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของตลาดพันธบัตร หรือตราสารหนี้จีน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลกนั้น ก็คือ การมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำมาก ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากผู้ออกตราสารหนี้จำนวนมากนั้นอยู่ในกลุ่มภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจจีนซึ่งมีมากกว่า 154,000 แห่ง ซึ่งเดิมมักถูกมองว่าได้รับการค้ำประกันแฝง (Implicit Guarantee) โดยรัฐนั่นเอง

สล็อตออนไลน์

แต่แม้จะพิจารณาข้อมูลเฉพาะในกลุ่ม “ตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง” (High Yield Bond) อัตราการผิดนัดของตราสารหนี้จีนก็ยังคงต่ำเพียง 1.8% เท่านั้น เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงของเอเชียที่ 3.0% และสหรัฐฯที่ 6.5%

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในระยะหลังรัฐบาลจีนเริ่มแสดงท่าทีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นที่จะไม่อุดหนุนช่วยเหลือรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทที่รัฐวิสาหกิจไปถือหุ้น ที่ระดมทุนมาขยายกิจการโดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ โดยรัฐบาลได้ปล่อยให้หลายบริษัทผิดนัดชำระหนี้ จนตลาดตราสารหนี้จีนปั่นป่วนกันไปช่วงหนึ่ง แต่หากเทียบกับตลาดตราสารหนี้จีนโดยรวมแล้ว ก็ถือว่ายังคงต่ำมาก

อัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ภาคเอกชนจีนนั้นก็สูงมากโดยเปรียบเทียบ คือ เฉลี่ย 6-7% ต่อปีในรูปสกุลเงินหยวน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่แม้ผลตอบแทนจะสูงขนาดนี้ แต่กลับมีสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในระดับที่ต่ำมากไม่ถึง 3% ของปริมาณตราสารหนี้ทั้งหมด (เทียบกับสัดส่วนมากกว่า 25% ในสหรัฐฯ และ 5% ในเกาหลีใต้)

jumboslot

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในตลาดตราสารหนี้จีนไม่มากนักนั้น ก็เนื่องมาจากนโยบายควบคุมการไหลเข้าออกของเงินลงทุนระหว่างประเทศที่เข้มงวดของรัฐบาลจีน ซึ่งก็ได้มีการเริ่มผ่อนคลายมาอย่างต่อเนื่อง และมีนัยสำคัญอย่างยิ่งในพ.ศ. 2560 ผ่านนโยบาย Bond Connect ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อขายตราสารหนี้สกุลเงินหยวนที่เสนอขายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างสะดวกผ่านแพลตฟอร์มในฮ่องกง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้จีนที่อยู่ในสกุลเงินหยวนในประเทศจีนได้มากขึ้น จากเดิมที่จะเน้นลงทุนในพันธบัตรติ่มซำในฮ่องกงมากกว่า

slot

เช็คสิทธิ ‘ประกันสังคม’ ม.33 เงินเยียวยา โอนวันที่สองอีก 1 ล้านราย – แจ้งเตือนด่วน
ด่วน! ยอด ‘โควิด-19’ วันนี้ ยังสูง! พบเสียชีวิต 160 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 20,920 ราย
‘พยากรณ์อากาศ’ วันนี้ ‘กรมอุตุนิยมวิทยา’ชี้ ไทยฝนลดลง แต่ตกหนักบางแห่ง
ต่อไปในอนาคตเชื่อว่าตราสารหนี้จีนจะมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งการลงทุนของโลกมากขึ้น และแม้ว่าอัตราผลตอบแทนจะเริ่มลดลงไปบ้าง ตามปริมาณความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ข้อดีก็คือจะมีผู้ลงทุนเข้าไปวิเคราะห์วิจัยความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเมื่อประกอบกับการกระจายการลงทุนที่เพียงพอก็จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนในเชิงภาพรวมได้ดีขึ้นนั่นเอง

ภาวะตลาดตราสารหนี้

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 60,185 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 5,203 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกันภัย ซื้อสุทธิ 12 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 5,956 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 0.74% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.04%

jumbo jili

ภาพรวมของตลาดในวันนี้ <<
Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้า 2-4 bps. ในตราสารระยะยาว ด้านปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 0.5% ด้วยคะแนน 4 : 2 เสียง โดยกรรมการ 2 เสียง เสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 ลดลงเหลือเติบโต 0.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 1.8%

และในปี 65 จะเติบโตเพิ่มเป็นราว 3.7% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.9% ทางด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 64 เหลือติดลบ 1.5-0% และในวันนี้มีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลพันธบัตรรัฐบาลในวันนี้รุ่น LB426A อายุ 20 ปี วงเงิน 13,000 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของผลประมูลอยู่ที่ 2.2774% สูงกว่า Yield ตลาดของวันก่อนหน้า 1 bps. โดยมีผู้สนใจยื่นประมูล 1.87 เท่าของวงเงินประมูล สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 5,956 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 5,956 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี NET SELL ของนักลงทุนต่างชาติ 1,917 ล้านบาท

สล็อต

สรุปภาวะการซื้อขายตราสารหนี้ <<
ตลาดตราสารหนี้ไทย 04-08-2021 Change
มูลค่าการซื้อขาย 60,185.03 ลบ.
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 3 เดือน 0.40 % -0.01 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปี 0.48 % 0.00 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี 0.74 % -0.04 %

สล็อตออนไลน์

มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright (แยกตามประเภทตราสาร) <<
ประเภทตราสาร ล้านบาท Change
ตั๋วเงินคลัง 4,445.37 -24 %
พันธบัตรรัฐบาล 26,870.93 +68 %
ตั๋วสัญญาใช้เงินรัฐบาล 0.00 n/a
พันธบัตร ธปท. 23,560.25 -77 %
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 0.00 n/a
หุ้นกู้เอกชน 4,811.84 +29 %
พันธบัตรต่างประเทศ 0.00 n/a

หมายเหตุ: n/a คือ หาค่าไม่ได้ เนื่องจากไม่มีมูลค่าการซื้อขายในวันก่อนหน้า

jumboslot

Yield Curve ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ด้านปัจจัยต่างประเทศ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 59.5 ในเดือนก.ค. ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 60.9 ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 63.4 ในเดือนก.ค. จากระดับ 62.1 ในเดือนมิ.ย. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 2,374 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 2,374 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี NET BUY ของนักลงทุนต่างชาติ 24 ล้านบาท ทั้งนี้ ตลาดติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้

slot

สรุปภาวะการซื้อขายตราสารหนี้ <<
ตลาดตราสารหนี้ไทย 03-08-2021 Change
มูลค่าการซื้อขาย 127,635.13 ลบ.
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 3 เดือน 0.41 % 0.00 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปี 0.48 % 0.00 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี 0.78 % 0.00 %

มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright (แยกตามประเภทตราสาร) <<
ประเภทตราสาร ล้านบาท Change
ตั๋วเงินคลัง 5,841.46 -72 %
พันธบัตรรัฐบาล 16,016.35 -32 %
ตั๋วสัญญาใช้เงินรัฐบาล 0.00 n/a
พันธบัตร ธปท. 101,291.07 +297 %
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 0.00 n/a
หุ้นกู้เอกชน 3,744.27 +29 %
พันธบัตรต่างประเทศ 0.00 n/a

หมายเหตุ: n/a คือ หาค่าไม่ได้ เนื่องจากไม่มีมูลค่าการซื้อขายในวันก่อนหน้า

ก.ล.ต. รับฟังความเห็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทะเบียนแสดงตัวตน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความเห็นหลักเกณฑ์สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขายตราสารหนี้ และให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ รองรับการให้บริการผู้ลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทย

jumbo jili

ให้มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามแผนความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. และ ธปท. ในโครงการ Bond Investor Registration

ก.ล.ต. เตรียมออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือจัดจำหน่ายตราสารหนี้ (ผู้ประกอบธุรกิจ) ต้องตรวจสอบว่า ลูกค้าและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (ultimate beneficiary owner: UBO) ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท.

แล้ว เพื่อให้ ธปท. มีข้อมูลสำหรับติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ (market surveillance) ในเชิงลึกที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามแผนความร่วมมือในโครงการที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับการให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service) ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินการให้ลูกค้าและ UBO เปิดบัญชีหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชี และเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ รวมทั้งมีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. และแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ ธปท. ทราบ

สล็อต

นอกจากนี้ ในการรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้แก่ลูกค้า ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดำเนินการผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์แยกรายลูกค้าที่ได้ดำเนินการลงทะเบียนแสดงตัวตนข้างต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับพร้อมกับ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=734 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: titibhorn@sec.or.th หรือ kornwara@sec.or.th จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2564

สล็อตออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความเห็นหลักเกณฑ์สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขายตราสารหนี้ และให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ รองรับการให้บริการผู้ลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทย ให้มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามแผนความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. และ ธปท. ในโครงการ Bond Investor Registration

ก.ล.ต. เตรียมออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือจัดจำหน่ายตราสารหนี้ (ผู้ประกอบธุรกิจ) ต้องตรวจสอบว่า ลูกค้าและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (ultimate beneficiary owner: UBO) ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ

jumboslot

มีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. แล้ว เพื่อให้ ธปท. มีข้อมูลสำหรับติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ (market surveillance) ในเชิงลึกที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามแผนความร่วมมือในโครงการที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับการให้บริการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service) ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินการให้ลูกค้าและ UBO เปิดบัญชีหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชี และเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์แบบแยกรายบัญชีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ รวมทั้งมีการลงทะเบียนแสดงตัวตนกับ ธปท. และแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ ธปท. ทราบ

slot

นอกจากนี้ ในการรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้แก่ลูกค้า ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดำเนินการผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์แยกรายลูกค้าที่ได้ดำเนินการลงทะเบียนแสดงตัวตนข้างต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับพร้อมกับ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

ตราสารหนี้คืออะไร

ตราสารทางการเงินประเภทหนึ่ง ในรูปทองสัญญาทางการเงินระหว่างผู้ออกตราสารหนี้ และ ผู้ถือตราสารหนี้ มีการ กำหนดอายุและอัตราดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นจำนวนที่แน่นอน มีการระบุวันที่ชำระดอกเบี้ยและ เงินต้นล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะชำระ ดอกเบี้ยถูกๆ 3 เดือน หรือทุกๆ 6 เดือน ถ้าตราสารนั้นออกโดยภาครัฐก็ เรียกว่า พันธบัตร แต่ถ้าออกโดยภาคเอกชน ก็เรียกว่า หุ้นกู้

jumbo jili

ประเภทของตราสารหนี้
พันธบัตรรัฐบาล
ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล มีอายุการลงทุนตั้งแต่ 1 เดือน ไปจนถึง 50 ปี

พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มีอายุการลงทุนตั้งแต่ 14 วัน ไปจนถึง 5 ปี

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ
ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจต่างๆ มีทั้งรุ่นที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและ ไม่ค้ำประกัน มีอายุ 1 ปีขึ้นไป

หุ้นกู้
ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน โดยทั่วไปมีอายุ 1 ปีถึง 10 ปี

สล็อต

จุดเด่นของตราสารหนี้
ความเสี่ยงต่ำ
ขึ้นกับผู้ออกตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนแน่นอน
มีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์

ระยะเวลาการลงทุนแน่นอน
สามารถเลือกตราสารหนี้ที่เหมาะกับระยะเวลาการลงทุนได้

สล็อตออนไลน์

นำใช้ในการค้ำประกันต่างๆ ได้
สามารถใช้พันธบัตรรัฐบาล เพื่อการค้ำประกันต่างๆ ได้

กองทุนบัวหลวงเสนอขาย IPO ‘กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 10/21 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ หรือ BP10/21 (AI) ซึ่งเป็นเทอมฟันด์ อายุ 6 เดือน วันที่ 4-9 สิงหาคม 2564 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม

รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 10/21 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BP10/21 (AI) ระหว่างวันที่ 4-9 สิงหาคม 2564 นี้ โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท

กองทุนนี้ เป็นกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ (เทอมฟันด์) ประมาณ 6 เดือน จะระดมเงินจากผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูง ซึ่งเป็นผู้ลงทุนที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ เพื่อแสวงหาโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ BP10/21 (AI) จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นการลงทุนในต่างประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด (Fully Hedge)

jumboslot

ตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนนี้เข้าไปลงทุนได้ ประกอบด้วย ตราสารหนี้ภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน รวมถึงตราสารหนี้ภาคเอกชน และตราสารหนี้อื่นๆ ที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยต้องรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ลงทุน อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade ทั้งยังสามารถลงทุนในเงินฝากต่างประเทศได้ นอกจากนี้อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ BP10/21 (AI) ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนกองทุนนี้ เป็นการรับซื้อคืนโดยอัตโนมัติ 1 ครั้ง ภายในวันทำการก่อนวันครบกำหนดอายุโครงการ โดยบริษัทจัดการจะประกาศวันที่รับซื้อคืนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนทราบ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่จดทะเบียนกองทุน ขณะที่การจ่ายเงินคืนเมื่อครบอายุกองทุน จะจ่าย 1 ครั้ง ภายในวันที่เลิกกองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่อในทะเบียน ณ วันเลิกกองทุน ตามวิธีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งไว้ในใบคำขอเปิดบัญชี (โอนเข้าบัญชี / เช็ค) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ไว้ได้ว่า เมื่อกองเทอมฟันด์ครบอายุ ให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) หรือกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)

ผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดกองทุน BP10/21 (AI) หรือติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ กองทุนบัวหลวง โทร. 0 2674 6488 กด 8 หรือตัวแทนขายหน่วยลงทุน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ตัวแทนขายของกรุงเทพประกันชีวิต บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง และบมจ.หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน

slot

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ความผันผวนของราคาของตราสารหนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและอัตราผลตอบแทน

jumbo jili

ความสัมพันธ์ระหว่างราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนมีทิศทางตรงกันข้ามกัน นั่นก็คือ หากอัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาตราสารหนี้จะสูงขึ้น และในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ราคาตราสารจะปรับตัวลดลงเช่นกัน ทีนี้ เมื่อคุณวันดีเข้าใจถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวแล้วนะคะ คุณวันดีสามารถทำกำไรจากการซื้อขายหุ้นกู้ (Capital Gain) โดยการซื้อหุ้นกู้ ณ ตอนที่อัตราดอกเบี้ยสูง และขายหุ้นกู้เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดต่ำลง แต่ในทำนองเดียวกัน คุณวันดีก็อาจจะขาดทุนได้ ถ้าหากคุณวันดีซื้อหุ้นกู้ ณ ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำและขายหุ้นกู้ก่อนวันหมดอายุ ณ ที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดสูง

เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง ราคาจะผันผวนมากน้อยเพียงใด

ดังที่กล่าวไปแล้วนะคะว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง จะทำให้ราคาของตราสารหนี้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้าม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ราคาจะเปลี่ยนไปเท่าไรนั้น ไอ้เจ้าตัวที่เขาใช้วัดความผันผวนของราคา จะดูที่ค่า Duration และ Convexity ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเปรียบเทียบค่าความผันผวนของราคาในตราสารหน

Duration

ศัพท์คำแรกคือ Duration หมายถึงอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ โดยให้น้ำหนักตามมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินในแต่ละงวดที่ได้รับ ดังนั้น Duration จะมีหน่วยเช่นเดียวกับ “เวลา” เพื่อให้คุณวันดีเข้าใจมากขึ้น ดิฉันขออธิบายความหมายอย่างง่าย ๆ ดังนี้

สล็อต

สมมุติว่า ความยาวของคาน คือ อายุคงเหลือของตราสารหนี้นั้นๆ และ Duration คือ ระยะทางที่ทำให้คานสมดุลย์ โดยมีน้ำหนักคือผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและราคาหน้าตั๋วเมื่อหมดอายุ ซึ่งจะคิดมูลค่า ณ เวลาปัจจุบัน ดังนั้น ยิ่งดอกเบี้ยที่ได้รับในงวดไกลจากปัจจุบันมากเท่าใด มูลค่า ณ ปัจจุบันก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น

ดอกเบี้ย ดอกเบี้ย ราคาหน้าตั๋ว

จากรูปคุณวันดีจะเห็นว่า Duration ไม่ได้อยู่กึ่งกลางคาน เนื่องจากน้ำหนักของกระแสเงินสดในแต่ละจุดไม่เท่ากัน และเมื่อรวมราคาหน้าตั๋วซึ่งมีมูลค่ามาก Duration โดยปกติจึงค่อนมาทางขวาคะ ด้วยเหตุนี้ Duration จะไม่เท่ากับอายุคงเหลือของตราสารหนี้ หรือ Time to Maturity จะมีก็แต่กรณีของตราสารหนี้ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยเท่านั้นที่ Duration จะเท่ากับ อายุคงเหลือ สำหรับความแตกต่างของ Duration และ Time to Maturity หรืออายุคงเหลือนี้ ีจะสามารถเข้าใจได้จากตัวอย่างง่าย ๆ สมมติว่ามีตราสารหนี้อยู่ 2 ตัว คือ

ตราสาร A : ตั๋วเงินคลังอายุ 1 ปี มูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท

สล็อตออนไลน์


ตราสาร B : พันธบัตรรัฐบาล จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ที่อัตรา 10% มีอายุคงเหลือ 1 ปี มูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท
มองเผินๆ คุณวันดีอาจจะเห็นว่าตราสารทั้งสองมีอายุคงเหลือ (Time to Maturity) เท่ากัน และระดับความเสี่ยงก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นักเพราะเป็นพันธบัตรรัฐบาลทั้งคู่ แต่ตราสารทั้งสองไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ครับ เนื่องจากตราสารตัวแรกจะจ่ายให้ผู้ลงทุน 100 บาทเมื่อสิ้นปีที่ 1 ส่วนพันธบัตรรัฐบาลจะมีการจ่ายดอกเบี้ย 5 บาท ทุก 6 เดือนเมื่อครบ 1 ปี ผู้ลงทุนจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 110 บาท ดังนั้น การเปรียบเทียบตราสารทั้งสองโดยใช้อายุคงเหลือจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก แต่ควรให้น้ำหนักกับกระแสเงินสดที่จะได้รับในแต่ละงวดด้วย มาถึงจุดนี้ เราก็รู้แล้วว่า Duration ใช้เปรียบเทียบอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ นอกจากนี้แล้ว เจ้า Duration ตัวนี้ ยังสามารถใช้เป็นตัววัดการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ หรือพูดง่าย ๆ คือวัดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้นั่นเอง ตัวอย่างเช่น ตราสารหนี้ A มี Duration เท่ากับ 4.5690 หมายถึง หากอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง 1% ราคาจะเปลี่ยนแปลงทิศทางตรงกันข้าม 4.569%นั่นคือ ถ้าตราสารหนี้ที่มี Duration สูงจะมีความอ่อนไหวต่ออัตราผลตอบแทนสูงหรือมีความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยสูงนั่นเอง

ดังนั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไป ตราสารหนี้ที่มีค่า Duration สูงกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่า ซึ่งคุณวันดีสามารถนำหลักการนี้มาใช้ในการวางกลยุทธ์การลงทุนได้ เช่น หากคุณวันดีคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดต่ำลงในอนาคต หรือราคาของตราสารหนี้จะสูงขึ้น คุณวันดีก็ควรซื้อตราสารหนี้ที่มี Duration สูงเนื่องจากให้กำไรจากส่วนต่างของราคาสูงกว่า เนื่องจากราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมากกว่าตราสารหนี้ที่มี Duration ต่ำนั่นเอง

jumboslot

Convexity

ตัวที่สอง Convexity คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของความชันของกราฟความสัมพันธ์ระหว่าง ราคา และอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ โดย Convexity เป็นอนุพันธ์อันดับที่ 2 ของสมการราคาตราสารหนี้ และเป็นตัววัดความโค้งของเส้นกราฟ เราไม่จำเป็นต้องรู้จักการคำนวณแบบลึกซึ้งแบบอนุพันธ์อันดับสองหรอกคะ เอาเป็นว่าเราควรจะเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์และวิธีการนำไปใช้งานก็พอแล้ว Convexity จะใช้คู่กับ Duration ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนมีการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ เนื่องจาก Duration จะใช้ได้ดีในกรณีที่อัตราผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก Convexity จึงถูกนำมาใช้เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการประมาณการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ ถ้าคุณีอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Duration และ Convexity ก็สามารถข้อมูลเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.thaidbc.or.th

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาตราสารหนี้

ทีนี้เรามาดูถึง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาตราสารหนี้กันบ้างนะครับ ก็จะมี 4 ปัจจัย คือ

ระยะเวลาของตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว

อัตราดอกเบี้ยในตลาด

รายงานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

ปัจจัยที่ 1 ระยะเวลาของตราสารหนี้ หรือ Time to Maturity

slot

ตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาสั้น การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะมีผลกระทบน้อยกว่าตราสารหนี้ที่มีระยะเวลายาว ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อระยะเวลายาวขึ้น อัตราดอกเบี้ยก็มีความเป็นไปได้ที่จะผันผวนมากขึ้น จึงทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น

ปัจจัยที่สอง อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วของตราสารหนี้ หรือ Coupon Rate

ขนาดของอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาดหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วต่ำ จะมีความเคลื่อนไหวของราคามากกว่าหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วสูง ทั้งนี้ เนื่องจาก เมื่อมูลค่าดอกเบี้ยต่ำ ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคา ขึ้นอยู่กับมูลค่าปัจจุบันของราคาไถ่ถอนเป็นสำคัญหลักในการจำง่ายๆ ก็คือ เมื่ออัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วต่ำ อัตราดอกเบี้ยก็จะผันผวนมาก เมื่ออัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วสูง อัตราดอกเบี้ยจะผันผวนน้อย

ปัจจัยที่สาม อัตราดอกเบี้ยในตลาด หรือ Interest Rate

อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้ ผ่านจำนวนครั้งของการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon Frequency) อัตราดอกเบี้ย(Coupon rate) และมูลค่าตราสารหนี้ที่ ตราไว้ (Face value)ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด ได้แก่ วัฏจักรธุรกิจ อัตราเงินเฟ้อ และการไหลของเงิน โดยรายละเอียดของแต่ละปัจจัยมีดังนี้

วัฏจักรธุรกิจ หรือ Business Cycle เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ทำให้ ธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทำให้มีความต้องการใช้เงินทุนสูงขึ้น ในขณะที่ปริมาณเงินของผู้ปล่อย กู้มีจำนวนจำกัด จึงทำให้อัตราเงินกู้หรือดอกเบี้ยมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงธุรกิจขยายตัว

อัตราเงินเฟ้อ หรือ Inflation เมื่ออัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ผู้ให้กู้จะ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อที่ จะให้ได้ผลตอบแทนเท่าเดิม

การไหลของเงิน หรือ Flow of Funds หากในตลาดที่มีผลตอบแทน สูงจะมีผู้ต้องการลงทุนมาก มีการไหลเข้าของเงินทุนเพื่อลงทุนมาก ทำให้ผล ตอบแทนที่ได้ควรลดลง

ปัจจัยสุดท้ายนะคะ คือ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating

หุ้นกู้หรือพันธบัตรของบริษัทที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือดีจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของตลาดน้อย ส่วนหุ้นกู้ที่มี ความเสี่ยงสูง หรืออันดับความน่าเชื่อถือต่ำจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยน แปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาดมาก เมื่ออันดับความน่าเชื่อถือสูง อัตราดอกเบี้ยผันผวนน้อย แต่ถ้าอันดับความน่าเชื่อถือต่ำ อัตราดอกเบี้ยผันผวนก็จะมากแสดงให้เห็นอย่างง่าย ๆ คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดี ก็เปรียบเสมือนตึกที่มีความมั่นคงสูง และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า ก็เปรียบเหมือนตึกที่มีความมั่นคงต่ำกว่า

KEY TERM

Duration
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุนในตราสารหนี้ โดยเป็นการวัดระยะเวลาโดยเฉลี่ยซึ่งผู้ถือตราสารหนี้จะได้รับคืนเงินต้นและดอกเบี้ย และ เป็นตัววัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาของตราสารหนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน (Yield to Maturity)

Convexity
คุณสมบัติอย่างหนึ่งของตราสารหนี้ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างราคากับอัตราดอกเบี้ยไม่ได้เป็นเส้นตรง กล่าวคือ เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาของตราสารหนี้จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าการลดลงของราคาเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

Time to Maturity
ระยะเวลาที่เหลืออยู่จนถึงวันครบกำหนดอายุของตราสารหนี้

ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงการผ่อนคลายทางการเงิน แต่ส่งสัญญาณเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Facility) ที่ -0.50% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Marginal Lending Facility) ที่ 0.25% และอัตราดอกเบี้ย Main Refinancing Operations ที่ 0.00%

jumbo jili

พร้อมทั้งคงวงเงินซื้อสินทรัพย์มาตรการ Asset Purchase Program (APP) ที่ 2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน และมาตรการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) ที่ 1.85 ล้านล้านยูโร โดย ECB ยืนยันจะซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ PEPP อย่างน้อยจนถึงมีนาคม 2022 ECB ส่งสัญญาณเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากกังวลว่าอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเร็วจะกระทบต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แถลงการณ์ระบุว่า ปริมาณซื้อสินทรัพย์ในมาตรการ PEPP น้อยกว่าปกติในไตรมาสที่ 1 แต่ ECB มีแผนจะเพิ่มขนาดการซื้อสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญในระยะเวลาข้างหน้า นอกจากนี้ ประธาน ECB ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนเสี่ยงหดตัวในไตรมาสที่ 1/2021 จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19

สล็อต

รอบใหม่ที่ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคกลับมาใช้มาตรการปิดเมืองอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ECB ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า จากการกระจายวัคซีนของประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว โดย ECB คาดเศรษฐกิจและเงินเฟ้อปีนี้ที่ 4.0% จาก 3.9% และ 1.5% จาก 1.0% ตามลำดับ

ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Federal Funds Rate ไว้ที่ระดับต่ำ 0-0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด และระบุเช่นเดิมว่าจะคงอยู่ที่ระดับดังกล่าวจนกว่าตลาดแรงงานจะอยู่ในระดับที่ประเมินว่าเป็นระดับการจ้างงานเต็มอัตรา เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2%

และเกินระดับดังกล่าวพอสมควรเป็นระยะเวลาหนึ่ง แนวโน้มของดอกเบี้ยหรือ Dot Plot ยังคงชี้ว่า FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวจนถึงสิ้นปี 2023 เป็นอย่างน้อย แต่มีคณะกรรมการ 7 ท่านจากทั้งหมด 18 ท่านที่มองว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือน ธ.ค. ที่มีคณะกรรมการ 5 ท่านจากทั้งหมด 17 ท่าน

สล็อตออนไลน์

ด้านการเข้าซื้อสินทรัพย์ FED ยังคงระบุเช่นเดิมว่า จะเข้าซื้อสินทรัพย์ที่อัตราปัจจุบัน USD120 พันล้านต่อเดือนเป็นอย่างน้อย แบ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลเดือนละ USD80 พันล้าน และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน ซึ่งออกโดยหน่วยงานภาครัฐ (MBS) เดือนละ USD40 พันล้าน

โดยจะเข้าซื้อจนกว่าจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนว่าการจ้างงานจะกลับเข้าสู่ระดับที่คณะกรรมการประเมินว่าเป็นการจ้างงานเต็มอัตราและเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย ด้านประมาณการเศรษฐกิจ FED ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจขึ้นอย่างมีนัยยะเพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน USD1.9 ล้านล้าน ของประธานาธิบดี Joe Biden

ที่เพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 11 มี.ค. โดยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2021 ขึ้นเป็น 6.5% จาก 4.2% ในครั้งก่อนในเดือนธันวาคม และมองอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 4.5% คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว 2.4% แต่มองว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดย FED คาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงเป็น 2.0% ในปี 2022 และขยายตัว 2.1% ในปี 2023

jumboslot

สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า แม้ว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง จึงยังจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป และต้องการรักษาขีดความสามารถด้านนโยบายการเงินที่จำกัด เพื่อใช้ในยามเหมาะสม ทางด้านประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ ธปท. ได้ลดประมาณการ GDP ปีนี้ลงเหลือ 3.0% จาก 3.2% ในประมาณการเดือนธันวาคม เนื่องจากการปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยว และผลกระทบจากการระบาดของไวรัสระลอกใหม่ แต่มีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่ฟื้นตัวเร็วและมาตรการภาครัฐ ทั้งนี้ ธปท. มอง GDP ปี 2022 ขยายตัว 4.7% อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 1.2% ในปีนี้ จาก 1.0% ในประมาณการครั้งก่อน ขณะที่คงคาดการณ์เงินเฟ้อปีหน้าไว้ที่ 1.0% โดยส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในช่วงกลางปี และทรงตัวใกล้ขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ

slot

ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยในเดือนนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนของไทยยังคงชันขึ้นในรูปแบบ Bear-Steepening กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลช่วงอายุน้อยกว่า 4 ปีปรับลดลง 3-14Bps จากมุมมองของนักลงทุนสถาบันว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำและแนวโน้มธนาคารกลางหลายประเทศยังคงรักษานโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไปอีกระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวโดยเฉพาะรุ่นอายุ 7 ปีขึ้นไป อัตราผลตอบแทนกลับปรับขึ้น 11-45Bps ตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ และความกังวลปริมาณพันธบัตรระยะยาวที่จะเสนอขายเนื่องจากความเสี่ยงที่รัฐบาลจะมีภาระใช้จ่ายมากกว่าที่คาด ทางด้านการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลของนักลงทุนต่างชาติในเดือนนี้เป็นการซื้อสุทธิประมาณ 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อสุทธิพันธบัตรระยะสั้นประมาณ 7 ร้อยล้านบาท ซื้อสุทธิพันธบัตรระยะยาว 8.9 พันล้านบาท เมื่อหักพันธบัตรที่ครบกำหนดแล้ว คงเหลือการถือครองพันธบัตรรัฐบาลรวมประมาณ 8.5 แสนล้านบาท หรือลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2.5 พันล้านบาท

บลจ.เอ็มเอฟซีออกกองทุนตราสารหนี้จีน

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนหุ้นจีน MCHINA ที่ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3,333 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 12 พ.ค. 64)

jumbo jili

ในปีนี้ บริษัทฯ จึงจัดตั้งอีกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้จีนอย่าง MCBOND ขึ้นมาด้วยตราสารหนี้จีน ที่มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield) สูงกว่า อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และตราสารหนี้จีนเป็นตลาดหลักของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย มากกว่า2.5% ต่อปี

สล็อต

โดยการลงทุนตราสารหนี้จีนจะช่วยกระจายความเสี่ยงเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับตราสารหนี้อื่นต่ำ รวมถึงการลงทุนตราสารหนี้จีนในสกุลเงินหยวน มีเสถียรภาพ และไม่ถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความตึงเครียดทางการเมืองและการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยตราสารหนี้จีนมักมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำ

จากการที่ผู้ออกตราสารหนี้จำนวนมากอยู่ในกลุ่มภาครัฐ และการคาดการณ์อัตราผิดนัดชำระหนี้เฉลี่ยของตราสารหนี้จีน จะมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ระดับสูง ในสกุลเงินหยวนอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงในภูมิภาคอื่นพร้อมเสนอขายระหว่างวันที่ 17-25 พฤษภาคม 2564

สล็อตออนไลน์

นายธนโชติ กล่าวว่า กองทุน BGF China Bond Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จีนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้รับการจัดอันดับ Morningstar Rating 5 ดาว กองทุนเน้นรายรับจากดอกเบี้ยและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างสม่ำเสมอ พยายามลดความผันผวน และให้เกิดความเสี่ยงในการลดลงของมูลค่าเงินลงทุน (drawdown) ต่ำด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างสมดุลระหว่าง ตราสารในตลาด onshore และ offshore รวมถึงสมดุลระหว่าง Investment Grade Bonds และ High Yield Bonds

ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เป็นบวกทุกช่วง 1 ปี ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และมีความผันผวน (วัดจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 2.4% ต่อปี กองทุนมีอัตราผลตอบแทนในรูปสกุลหยวนเฉลี่ย(Yield to Worst) อยู่ระดับสูงที่ 5.7% ต่อปี (ณ 30 เมษายน 2564) โดยมีค่าเฉลี่ยของ credit rating อยู่ที่ระดับinvestment grade (BBB)

jumboslot

“กองทุนเปิด MCBOND เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนตราสารหนี้จีน คาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก และต้องการสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก1,000 บาทได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนภายใน 5 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งมีความเสี่ยงของกองทุนรวมที่ระดับ 5 และไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล” นายธนโชติ กล่าว

slot

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง หรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

Bond Yield เด้งแรง รุ่นอายุ 10 ปี

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) โดยเฉพาะรุ่นระยะกลางถึงยาวของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อเนื่องมายัง Bond Yield ของไทยที่เพิ่มขึ้นแรงด้วย โดยล่าสุดวันนี้ (22 กุมภาพันธ์) Bond Yield รุ่นอายุ 8 ปีของไทยเพิ่มขึ้นถึง 0.12% มาอยู่ที่ระดับ 1.54% ขณะที่ Bond Yield รุ่นอายุ 10 ปีก็ปรับตัวขึ้นในระดับใกล้เคียงกันมาอยู่ที่ประมาณ 1.62%

jumbo jili

อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า Bond Yield ของไทย ที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างแรงในวันนี้มีสาเหตุหลักจากการปรับขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ ซึ่งเกิดจากความกังวลว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจขยับขึ้นเร็วและแรง แม้ว่าระดับเงินเฟ้อในปัจจุบันจะยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อยู่มากก็ตาม ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องมายัง Bond Yield ของไทยด้วย

“นักลงทุนอาจคาดการณ์ว่าเงินจะไหลกลับไปยังสหรัฐฯ หลังจากที่ Bond Yield เขาขึ้นไปแรง จึงเริ่มมีแรงขายบอนด์ออกมาในบ้านเรา ส่งผลให้ยีลด์เริ่มขยับขึ้น แต่มีข้อสังเกตว่า หลังช่วงโควิด-19 มา ยีลด์ในบ้านเราแกว่งตัวค่อนข้างแรง วันนี้ขึ้นไปแรง อีกวันก็อาจลงแรงได้ ยังต้องดูว่าเทรนจะเป็นแบบนี้ต่อเนื่องหรือไม่”

ส่วนแรงขายของนักลงทุนต่างชาตินั้น แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งถ้าดูตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันพบว่า นักลงทุนกลุ่มนี้ขายสุทธิในตลาดบอนด์ไทยเพียงแค่ 5 พันล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่วันนี้ก็ขายออกมาเพียง 1,315 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มากนัก จึงไม่ได้สะท้อนว่านักลงทุนกลุ่มนี้เทขายบอนด์ไทยเพื่อกลับไปลงทุนในบอนด์สหรัฐฯ แต่น่าจะเป็นผลจากไดเรกชันของ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า

สล็อต

ผลตอบแทนกองตราสารหนี้เริ่มติดลบจาก Bond Yield ที่เพิ่มขึ้น
สงวน จุงสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ช่วงหลายวันมานี้เริ่มเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติออกมาในตลาดบอนด์ไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลง ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทน (Bond Yield) ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ซึ่งล่าสุดรุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.60%

สำหรับการเร่งขึ้นของ Bond Yield นั้น สงวนบอกว่า เป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก สาเหตุเพราะนักลงทุนเริ่มกังวลเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นบีบให้ Fed อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ จึงมีแรงเทขายบอนด์ระยะยาวออกมา ในขณะที่บอนด์ระยะสั้นยังค่อนข้างทรงตัว

“เฉพาะวันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ยีลด์ตัวยาวของเรา (รุ่นอายุ 10 ปี) ขึ้นมาวันเดียวถึง 0.12-0.13% มาอยู่ที่ระดับ 1.62-1.63% และอีกประเทศที่เร่งตัวขึ้นเร็วแบบเรา คือ สิงคโปร์ วันเดียวปรับขึ้นมาถึง 0.15% มาอยู่ที่ประมาณ 1.59% เชื่อว่าแนวโน้มระยะสั้นอาจจะยังปรับขึ้นได้อีก”

สล็อตออนไลน์

สงวนกล่าวว่า การเร่งขึ้นของ Bond Yield ระยะยาว เริ่มส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้บ้างแล้ว โดยจะเห็นว่าผลตอบแทนในบางกองทุนเริ่มติดลบ ซึ่งภาพเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วรอบหนึ่งในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนกองทุนบอนด์ที่เริ่มติดลบในรอบนี้ไม่ได้น่ากังวลเท่ากับปีที่ผ่านมาตรงที่ในปัจจุบันไม่ได้มีประเด็นในเรื่องสภาพคล่องเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่ประชาชนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต้องการสภาพคล่อง จึงพากันไปไถ่ถอนหน่วยลงทุน

“เรากำลังตามดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่เห็นความกังวลของนักลงทุนที่ตื่นตระหนกจนพากันไปไถ่ถอนหน่วยลงทุนเหมือนกับปีที่ผ่านมา อาจเพราะในครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นเรื่องสภาพคล่อง แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ ยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด”

ตลาดประเมินทิศทางดอกเบี้ยนโยบายใกล้สิ้นสุดขาลง
นริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า การปรับขึ้นของ Bond Yield สะท้อนว่าตลาดมองทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสิ้นสุดขาลงแล้ว และถ้าดูในตลาดจะเห็นชัดเจนว่าเส้นผลตอบแทน หรือ Yield Curve ระหว่างตัวสั้นกับตัวยาวมีความชันมากขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าตัวยาวปรับขึ้นค่อนข้างเร็ว ในขณะที่ตัวสั้นแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก

jumboslot

“Bond Yield ตัวยาวของเราอาจวิ่งตาม Bond Yield ของสหรัฐฯ ด้วย โดยจะเห็นว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ จะผลักดันออกมาอีก 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ อาจทำให้เงินเฟ้อระยะข้างหน้าสูงขึ้น ประกอบกับการกู้ยืมที่จะสูงขึ้น ทำให้ปริมาณบอนด์ในระบบน่าจะมีออกมาเพิ่มขึ้น จึงทำให้ตัวยีลด์ปรับขึ้นมาในช่วงนี้”

slot

นริศบอกด้วยว่า ถ้าดูการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจะเห็นว่ากลุ่มนี้เริ่มเทขายบอนด์ออกมาบ้างแล้ว ประกอบกับนักลงทุนรายบุคคลก็เริ่มนำเงินมาพักไว้ในบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้น จึงทำให้ปริมาณเงินฝากในช่วงนี้เพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบการเงินยังมีจำนวนมาก สวนทางกับยอดการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวได้เพียง 4% เท่านั้น ดังนั้นโจทย์ของนโยบายการเงินจากนี้คือจะทำอย่างไรให้สภาพคล่องที่ล้นอยู่วิ่งตรงไปสู่ผู้ที่มีความต้องการใช้ เพื่อจะให้เงินเข้าไปหมุนในระบบเศรษฐกิจ

รู้จักอัตราผลตอบแทน

อัตราผลตอบแทนหรือ Yield เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งที่นักลงทุนในตราสารหนี้จะต้องทำความเข้าใจเพื่อใช้เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้แต่ละรุ่น อย่างไรก็ตาม Yield จะเปลี่ยนแปลงไปตามความเคลื่อนไหวของราคาตราสารหนี้ซึ่งผันผวนตามอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ขอยกตัวอย่างที่จะช่วยทำให้เข้าใจถึงการทำงานของอัตราผลตอบแทน (Yield) ให้ชัดเจนขึ้น ดังนี้

jumbo jili

หากท่านต้องการขายหุ้นกู้ที่ลงทุนมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี โดยสมมติว่าท่านซื้อที่ราคาหน้าตั๋วคือ 1000 บาทต่อหน่วย โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% อายุหุ้นกู้ 5 ปี โดยในช่วงเวลาขายนั้นอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีระดับสูงมากกว่าช่วงที่ท่านซื้อตราสารหนี้เมื่อปีที่ผ่านมา เช่น 6% สำหรับหุ้นกู้ ออกใหม่ที่มีอายุ 4 ปี ซึ่งเท่ากับอายุคงเหลือของหุ้นกู้ที่ท่านลงทุนอยู่ ราคาที่ผู้ซื้อจะตกลงใจซื้อจากท่านควรจะต้องเป็นราคาที่ต่ำกว่า 1000 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่ท่านซื้อมา

สล็อต

เนื่องจากผู้ซื้อมีทางเลือกในการลงทุน โดยอาจซื้อหุ้นกู้ที่ออกใหม่อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6% ที่ราคาหน้าตั๋ว 1000 บาท ต่อหน่วย หรือซื้อหุ้นกู้จากท่านที่อายุคงเหลือ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% ที่ราคาหรือมูลค่าน้อยกว่า 1000 บาท ต่อหน่วย โดยทางเลือกที่ 2 นี้ ผู้ซื้อจะได้รับดอกเบี้ย 5% ตลอดระเวลา 4 ปีข้างหน้า เปรียบเทียบกับทางเลือกที่ 1 ที่จะได้ดอกเบี้ย 6% ภายในระยะเวลาเดียวกัน และได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่ากัน ดังนั้น ราคาที่ผู้ซื้อจะซื้อจากทางเลือกที่ 2 ต้องต่ำกว่าทางเลือกที่ 1 คือต้องน้อยกว่า 1000 บามต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากทางเลือกที่ 2 สูงขึ้นใกล้เคียงกับเงื่่อนไขของตลาดขณะนั้น ซึ่งคืออัตราผลตอบแทนของทางเลือกที่ 1 ที่ 6%

สล็อตออนไลน์

ประเภทของอัตราผลตอบแทนมีหลากหลายรูปแบบ โดยรูปแบบที่สำคัญที่จะกล่าวถึงในที่นี้มี 2 ประเภท คือ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) และอัตราผลตอบแทนคำนวณถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity)

  1. อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield)

อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน หรือ Current Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่คำนวณแบบง่ายจากผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับ เทียบกับราคาหรือต้นทุนที่ซื้อมา โดยไม่คำนึงอายุตราสารหนี้ ในกรณีที่ท่านลงทุนซื้อตราสารหนี้ที่ราคาหน้าตั๋ว Current Yield จะเท่ากับอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้นั้น เช่น หากซื้อตราสารหนี้ที่ราคาหน้าตั๋ว (1000 บาท) สำหรับตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยที่อัตรา 6% ต่อปี Current Yield ก็จะเท่ากับ 6% ((1000X0.06) / 1000) อย่างไรก็ตาม หากราคาของตราสารหนี้มากหรือน้อยกว่าราคาหน้าตั๋ว Current Yield จะไม่เท่ากับอัตราดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ลงทุนซื้อตราสารหนี้ที่มีราคาหน้าตั๋ว 1000 บาท จ่ายดอกเบี้ย 6% ที่ราคา 900 บาท Current Yield จะเท่ากับ 6.67% ((1000X0.06)/900)

jumboslot

  1. อัตราผลตอบแทนคำนวณถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity)

อัตราผลตอบแทนคำนวณถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนหรือ Yield to Maturity เป็นอัตราผลตอบแทนที่มีการกล่าวถึงมากที่สุด เนื่องจากเป็นตัววัดอัตราผลตอบแทนโดยรวมของการถือตราสารหนี้หนึ่งๆ จนถึงวันครบกำหนดอายุ โดยคำนวณจากดอกเบี้ยรับตลอดช่วงอายุและเงินต้นเมื่อครบอายุ รวมทั้งกำไรที่ได้รับ (หากซื้อตราสารหนี้มาในราคาต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว) หรือหักด้วยผลขาดทุน (หากซื้อตราสารหนี้มาในราคาสูงกว่าราคาหน้าตั๋ว)

slot

Yield to Maturity ยังเป็นเครื่องมือสำหรับนักลงทุนที่ใช้เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ชนิดต่างๆ เพื่อลงทุนโดยแม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยและอายุที่แตกต่าง ผู้ลงทุนควรสอบถามที่ปรึกษาการลงทุนหรือเจ้าหน้าที่ของ Dealer ถึงอัตราผลตอบแทนคำนวณจนถึงวันกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity) ของตราสารหนี้ที่ท่านสนใจจะลงทุน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาการลงทุน โดยอย่าใช้เพียงข้อมูลอัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) ในการพิจารณาการลงทุน เพราะตัวเลขดังกล่าวจะไม่สะท้อนถึงผลตอบแทนที่แท้จริงของตราสารหนี้นั้น